Bookmark and Share

กองทุน 300 ล้านทีวีมุสลิม ความเสี่ยงสูง!!


สภาพเรือที่กองทุนซื้อจากจ.ระนองไปยังอู่ที่ภูเก็ต 2 ลำ 7 ล้านที่ระบุในบัญชีว่า ซื้อลำละ 7 ล้าน

ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีทีวีมุสลิมเกิดขึ้น 4-5 ช่อง แต่ละช่องมีกลยุทธ์การตลาดและการหารายได้ที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่มีรายได้มาจากค่าโฆษณา ขายเวลา และการจัดอีเวนต์ แต่มีทีวีช่องหนึ่งนำหลักการอิสลาม “มูฎอรอบะห์” มาระดมทุนจนกองทุนมีขนาดใหญ่กว่า 300 ล้านบาท แต่เนื้อในมีความสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างจนน่าวิตกว่า วันหนึ่ง กองทุนแห่งนี้จะมีสภาพไม่ต่างไปจากแชร์ลูกโซ่

กองทุน “มูฎอรอบะห์” เป็นการจัดตั้งกองทุนตามหลักการอิสลาม ที่มีการระดมทุนเข้ามาเพื่อนำไปลงทุนโดยผู้นำเงินมาลงทุนจะต้องร่วมรับผิดชอบไม่ว่า มีผลกำไรหรือขาดทุน ส่วนใหญ่เป็นระบบของธนาคารอิสลาม แต่ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ แม้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศก็ยังไม่มีระบบ มูฎอรอบะห์ มีแต่ระบบซื้อมาขายไปเท่านั้น

การลงทุนในระบบ มูฎอรอบะห์ ที่เกิดขึ้นโดยมีการใช้ทีวีช่องหนึ่งเป็นช่องทางในการระดมทุน จึงเป็นการลงทุนโดยการไว้เนื้อเชื่อใจกัน โดยผู้ลงทุนเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า ทีวีที่เป็นช่องทางเผยแพร่อิสลาม จะไม่คดโกงหรือเบี้ยว ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้น ผู้ลงทุนยังได้รับผลตอบแทน โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา กองทุนแห่งนี้มีผลกำไร 11% แบ่งให้ผู้ลงทุน 6.5% ที่เหลือแบ่งให้เป็นค่าดำเนินการสถานีตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน

กองทุนแห่งนี้เกิดขึ้นมา 2-3 ปีที่ผ่านมา สามารถระดมทุนได้ประมาณ 300 ล้านบาทเมื่อปี 2556 นำไปลงทุนในกิจการหลายแห่ง อาทิ การลงทุนโรงแรม 195 ล้านบาท การลงทุนในกิจการอาหาร ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการลงทุนจับปลาในประเทศโซมาเลีย ซึ่งยังคุกรุ่นด้วยไฟสงครามภายใน มีการลงทุนกระจายไปมากกว่า 10 ธุรกิจ ซึ่งโดยปกติกองทุนใดกองทุนหนึ่งจะลงทุนกิจการใดกิจการหนึ่ง หรือกิจการอื่นไม่มากนัก เพราะไม่มีผู้บริหารคนใดจะเชี่ยวชาญในธุรกิจที่หลากหลายขนาดนั้น มีการบริหารกองทุน โดยการจัดตั้งบริษัทขึ้นมารองรับหลายบริษัท

กลยุทธ์การระดมทุนของกองทุน อาศัยบรรดาโต๊ะครูประจำช่องที่สังคมมุสลิมให้ความเชื่อถือ ทำหน้าที่ให้แนะนำ เชิญชวนโดยอ้างหลักการศาสนา มุสลิมส่วนใหญ่จะเชื่อนักเผยแพร่ศาสนา เพราะคิดว่า บุคคลเหล่านี้คงไม่หลอกลวง ไม่ทำผิดหลักการศาสนา ซึ่งโดยข้อเท็จจริงก็เป็นเช่นนั้น โต๊ะครูอาจไม่รู้เรื่องการบริหารกองทุน หรือความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นจากการบริหารกองทุน หรือรู้แต่แกล้งไม่รู้ เพราะโต๊ะครูเหล่านี้ ได้ผลตอบแทนมหาศาล ล่าสุดได้เงินเดือนๆละ 100,000 บาท ซึ่งทีวีแห่งนี้ เมื่อแรกก่อตั้งจ้างผู้บริหารระดับผู้อำนวยการเพียง 20,000 บาทเท่านั้น โต๊ะครูเหล่านี้ จะได้ผลประโยชน์จากส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ของเงินที่คนนำมาลงทุน บางคนมีความเป็นอยู่หรูหรา ซื้อรถป้ายแดงทีเดียว 2 คัน นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากเงินบริจาคอีกไม่รู้จำนวนเท่าไหร่ เพราะผู้บริจาคส่วนหนึ่งบริจาคให้โต๊ะครูโดยตรง

แม้ 2-3 ปีที่ผ่านมากองทุนของทีวีดาวเทียมแห่งนี้ จะไม่มีปัญหา สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี ผลกำไร 6.5% ถือว่า เป็นกำไรระดับมาตรฐานเท่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทีเดียว แต่ มีข้อสังเกตหลายประการในการบริหารกองทุน ประกอบด้วย

1.ผู้บริหารกองทุนประสบภาวะล้มละลายโดยคำสั่งศาล และไม่มีความเคร่งครัดในหลักศาสนามากนัก อาศัยชื่อเสียงของญาติเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในสังคการบริหารทีวีมีปัญหาการนำเงินบริจาคไปใช้โดยไม่ถูกต้อง จากข้อมูลของผู้บริหารช่วงแรกๆพบว่า มีการนำเงินบริจาคให้กับเด็กกำพร้าไปใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจของตัวเอง
2.การลงทุนในกิจการโรงแรม มีคำถามถึงความโปร่งใส เพราะผู้บริหารกองทุนเป็นเจ้าของโรงแรมด้วย โดยโรงแรมมีจำนวน 80 ห้อง แต่ขายให้กองทุน 15 ห้องๆละ 1.5 ล้านบาท รวม 22.5 ล้านบาท ในขณะที่เงินลงทุนที่ผู้บริหารเปิดเผยมีจำนวน 195 ล้านบาท เหมือนเป็นการการนำเงินของกองทุนไปแก้ปัญหาโรงแรม และในการบริหารก็ไม่สามารถการันตีถึงความเที่ยงธรรมได้ว่า เมื่อมีผู้เข้าพัก จะให้เข้าพักในห้องพักของเจ้าของหรือของกองทุนก่อน ซึ่งตลอดปีได้กำไรเพียง 70,000 บาท

3.การลงทุนยาวพาราได้กำไรจากกิจการยางพารา ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริง เพราะในขณะที่ยางพารากำลังมีปัญหาเรื่องราคา แต่กองทุนกลับได้กำไร
4.การไปลงทุนในโซมาเลีย จับปลาที่โซมาเลีย โดยกำหนดซื้อเรือ 3 ลำรวม 28 ล้านบาท ค่าสัมปทาน 10 ปี 10 ล้านบาท มีข้อสังเกตหลายประการ
5.มีความเสี่ยงของการลงทุน เพราะแม้โซมาเลียจะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่ฝ่ายกบฏยังไม่วางอาวุธ ยังก่อเหตุรุนแรงอยู่เนืองๆ และยังมีการก่อเหตุจับเรือของนานาชาติเรียกค่าไถ่อยู่
6.จากการตรวจสอบการจัดซื้อเรือ มีการซื้อเรือจากจังหวัดระนอง สัญชาติอินเดีย ซึ่งถูกจอดทิ้งอยู่นานหลายปี มีการซื้อเพียง 7 ล้านบาทจำนวน 2 ลำ มีเงินหายไป 20 ล้านบาท


7.การจับปลาสัมปทานปีละ 1 ล้านบาทคุ้มการลงทุนหรือไม่ เนื่องจากยังมีต้นทุนบริหารอื่นๆอีก
8.ระบบ “มูฎอรอบะห์” ผู้ลงทุนจะต้องยอมรับความเสี่ยงหากเกิดภาวะขาดทุน การไปลงทุนโซมาเลีย จะเป็นข้ออ้างว่า เรือถูกจับเรียกคาไถ่หรือไม่
9.การลงทุน มูฎอรอบะห์ ไม่มีกฎหมายรองรับ เมื่อมีปัญหาผู้ลงทุนจะประสบความยากลำบากในการขอเงินคืน หากมีปัญหา
10.กองทุน 300 ล้านบาท มีลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ที่มีการนำเงินมาแสวงหากำไร ช่วงแรกผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูง แต่เมื่อถึงระยะหนึ่ง เงินลดลง ผู้บริหารก็จะหลบหนีไปหรือไม่จ่ายเงิน
11.การลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่หนองจอก ยังมีปัญหาการโอนที่ดิน 93 ไร่ เนื่องจากยังมีผู้มีกรรมการสิทธิ์บางรายไม่ยินยอมขาย แต่มีการเริ่มโครงการและเปิดให้จองแล้ว ผู้จองมีความเสี่ยงหากโครงการเดินหน้าไม่ได้ นอกจากนี้ผู้บริหารกองทุนยังไม่จ่ายเงินให้เจ้าของที่ดินตามเงื่อนไขประมาณ 30 ล้านบาท จ่ายเฉพาะเงินไถ่ถอนจากสหกรณ์เพียง 6 ล้านบาท
ที่กล่าวมา เป็นเพียงส่วนหนึ่งการข้อสังเกตในความเสี่ยงของการลงทุนจะเห็นว่าเกือบทุกโครงการมีปัญหาในการดำเนินการแทบทั้งสิ้น อาจมีปัญหาในอนาคต ซึ่งผู้ลงทุนจะต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

 

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 2172 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 39 + 55 =
ความคิดเห็น :