Bookmark and Share

กรณีร้อน! KFC ภูเก็ตได้ฮาลาล ปธ.กก.อิสลามลั่นรับผิดชอบโลกนี้และโลกหน้า

 
หลังกรรมการอิสลามฯภูเก็ต ได้ออกรับรองฮาลาลให้กับร้านไก่ทอด KFC เกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย “โกมล ดุมลักษณ์”ได้ตอบคำถามMTODAY ยืนยันดำเนินการตามหลักการอิสลามอย่างเคร่งครัด พร้อมรับผิดชอบทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

กรณีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ตได้รับรองฮาลาลให้กับร้านไก่ทอด KFC ของจังหวัดภูเก็ตจำนวน 11  ร้าน “โกมล ดุมลักษณ์” ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต และกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้เปิดใจกับ MTODAY  ถึงเหตุผลและกระบวนการการรับรองฮาลาลอย่างละเอียด

โกมล กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการอิสลามฯ  ยอมรับไม่ได้ที่เห็นพี่น้องมุสลิม คนต่างชาติที่เป็นมุสลิม เข้าไปรับประทานไก่ทอดในร้าน KFC ที่สำคัญในร้าน KFC ทั้ง 11 สาขา มีพี่น้องมุสลิมทำงานอยู่ 50-60 คน จึงอยากให้มีการดำเนินการให้ถูกต้องเพราะไม่สามารถห้ามพี่น้องมุสลิมไม่ไปทำงานหรือไปรับประทานอาหารในร้านได้

“ผมรู้สึกไม่ดีกับภาพที่เห็น ในฐานะผู้นำองค์กรศาสนาคิดว่า ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่อยากให้พี่น้องมุสลิมไปเกี่ยวพันไปสิ่งที่ไม่ถูกต้องจึงได้ทำหนังสือไปยังบริษัทอายัม เจ้าของสาขาและเจ้าของแฟรนไชส์ร้านKFC ของจังหวัดภูเก็ตให้มารดำเนินการขอการรับรองฮาลาลให้ถูกต้อง ซึ่งเรื่องก็เงียบไป ปี 2555 จึงได้ส่งไปใหม่ เรื่องก็เงียบอีก ปี 2556 ส่งไปก็เงียบอีก ผมจึงตัดสินใจขึ้นคัทเอาท์ขนาดใหญ่ 4 มุมเมืองในจังหวัดภูเก็ต บอกล่าวให้มุสลิมรับทราบว่า KFC ไม่ได้ดำเนินการขอการรับรองฮาลาล ซึ่งได้ผลในวันรุ่งขึ้นทางบริษัทได้ติดต่อกลับมา” ประธานกอ.ประจำภูเก็ต ให้ข้อมูล

โกมล ดุมลักษณ์ (ขอบคุณภาพจากพับลิคโพสต์)

ทั้งนี้ KFC เคยได้การรับรอบฮาลาลจากสำนักจุฬาราชมนตรี ก่อนที่จะมีการประกาศใช้กฎหมายการบริหารกิจการอิสลามแห่งประเทศไทยที่เปลี่ยนฝ่ายตรวจสอบฮาลาลจากสำนักจุฬาราชมนตรีมาเป็นฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งมีปัญหาที่ตกลงกันไม่ได้ อาทิ การกำหนดให้มีมุสลิมประจำทุกร้าน ปัญหาเรื่องค่ารับรองฮาลาล ทำให้ KFC ถอนการขอรับรองฮาลาล และดำเนินกลยุทธ์ด้วยการว่าจ้างมุสลิม เข้ามาเป็นพนักงานในร้านเพื่อดึงลูกค้ามุสลิมในหลายสาขาทั่วประเทศ ทำให้มีมุสลิมจำนวนมากใช้บริการร้าน KFC แม้ว่า จะไม่ได้รับการรับรองฮาลาลก็ตาม เพราะเห็นมุสลิมเป็นพนักงานในร้าน ซึ่งที่ผ่านมา ไม่มีการดำเนินการอะไร จนกอ.ประจำภูเก็ตดำเนินการ

“ในการตรวจสอบฮาลาลของร้าน KFC ผมไปตรวจสอบเองทุกขั้นตอน ประสบการณ์ 11 ปีในการตรวจสอบฮาลาลผมรู้รายละเอียดดี ในฐานะผู้รับผิดชอบที่จะต้องตอบคำถามของสังคม ตอบคำถามอัลเลาะฮ์ ผมจึงต้องไปตรวจสอบเอง” โกมล กล่าวถึงการตรวจสอบฮาลาลร้าน KFC ภูเก็ต

โกมล กล่าวว่า ได้จัดให้ร้าน KFC อยู่ในกลุ่มของโรงงานผลิต แต่จะต้องตรวจสอบทุกร้าน ไม่ตรวจสอบเป็นรายผลิตภัณฑ์ตามที่เข้าใจกันซึ่งจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เมื่อตรวจสอบโรงงานผ่านก็ถือว่า ผ่านทั้งร้าน ซึ่งร้าน KFC จัดเป็นโรงงานขนาดเล็กได้เรียกเก็บค่ารับรองฮาลาลในอัตราต่ำสุด 12,000 บาท ไม่เก็บรายเดือน แต่ร้านจะต้องยินยอมให้เข้าไปตรวจสอบได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ถือว่าแฟร์ที่สุดแล้ว เงินปีละ 100,000 กว่าบาทถือว่า KFC จ่ายให้เราน้อยมาก แต่เราต้องการทำให้ถูกต้องเท่านั้น

“การตรวจสอบฮาลาลดำเนินการอย่างละเอียดตามหลักการศาสนา มีการตรวจในร้าน ซึ่งแน่นอนว่า ร้านมีความสะอาดอยู่แล้ว ส่วนผสมต่างๆได้ส่งไปตรวจในห้องแล็บของศูนย์ฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รับการรับรองว่า ไม่มีส่วนผสมที่ขัดต่อหลักการอิสลาม ความจริงผมได้ส่งไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์ฯ ที่มีดร.วินัย ดะห์ลัน รับผิดชอบ แต่มีการอ้างว่าส่งตัวอย่างมาน้อยเกินไปบ้าง อะไรบ้าง ซึ่งทุกครั้งก่อนหน้านี้ ก็ส่งมาตรวจสอบกับดร.วินัยก็ไม่มีปัญหา แต่ครั้งนี้มีปัญหาทั้งที่จ่ายเงินค่าตรวจทุกครั้งๆละ 3,000-4,000 บาท ส่งไปมอ.ตรวจฟรีด้วยซ้ำ” โกมล กล่าว
ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การที่ดร.วินัยไม่ยอมตรวจ KFC และออกมาวิพากษ์วิจารณ์การรับรองฮาลาลร้านKFC ของกอ.ภูเก็ต เนื่องจากดี.วินัย ไม่พอใจ ที่ได้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล

“ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ได้รับงบประมาณมาจากรัฐบาล 80 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมกิจการฮาลาลในประเทศ แต่มีการใช้จ่ายเงินอย่างไม่เป็นธรรมในกรณีที่มีการจ่ายเงินให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด มีบางจังหวัด อาทิสมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ไม่ได้รับการจัดสรร บางจังหวัดได้รับการจัดสรรน้อย อาทิ ตรัง นครศรีฯ ได้รับแสนกว่าบาท แต่บางจังหวัดอย่างสตูล ซึ่งเป็นจังหวัดเล็กได้มากกว่า 1 ล้านบาท ภูเก็ตก็ได้น้อย ผมเคยถามเรื่องนี้ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เจ้าของงบประมาณ ทำหนังสือถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการปปช.เพื่อให้ตรวจสอบ ซึ่งต่อมาจึงมีการจัดสรรงบประมาณใหม่ เป็นสิ่งที่ทำให้ดร.วินัยไม่พอใจ จึงรู้ว่าดร.วินัย มีใจที่ฮาลาลหรือเปล่า” โกมล กล่าวถึงที่มาความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม ในการออกตราฮาลาลรับรองร้าน KFC กอ.ภูเก็ตได้ออกตราฮาลาลเองโดยไม่ขอตราฮาลาลจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่ง โกมล ชี้แจงว่า กอ.จังหวัดภูเก็ต ในรฐานะเป็นนิติบุคคล สามารถดำเนินการออกระเบียบได้ด้วยตัวเอง รวมถึงการกำหนดตราฮาลาลเอง ซึ่งได้ออกมาไปเหมือนกับตราขนมเปียกปูนของคณะกรรมการกลางฯ

“ไม่มีผู้ใหญ่ในคณะกรรมการกลางฯ มาถามหรืดกดันอะไร เพราะเขารู้ว่าผมดำเนินการถูกต้องตามหลักศาสนา” โกมล กล่าวและว่า หากมีจังหวัดอื่นจะดำเนินการเหมือนจังหวัดภูเก็ตก็สามารถทำได้ อยู่ที่ความพร้อม ศักยภาพของจังหวัดนั้นๆว่ามีความพร้อมแค่ไหน

สำหรับการพัฒนากิจการฮาลาลของจังหวัดภูเก็ต ประธานกอ.ภูเก็ต กล่าวว่า พยายามเชิญชวนให้ผู้ประกอบการของจังหวัดมาขอการรับรองฮาลาล เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและจากประเทศในอาเซียนที่มีเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผู้ประกอบการมายื่นขอฮาลาลและได้รับการรับรองแล้วกว่า 60 ราย โดยเฉพาะโรงแรมมีการออกรับรองฮาลาลแล้ว 20 กว่าโรงแรมทุกแห่งตรวจสอบอย่างถูกต้องตามหลักศาสนา

ข้อมูล:MTODAY ฉบับเดือนมีนาคม 2557

 

 

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 5579 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 69 + 48 =
ความคิดเห็น :