Bookmark and Share

ประยุทธ์ ยันเพิ่มทหารแก้ใต้ ระบุกลุ่มก่อเหตุรุนแรงหวังให้รัฐล้มเหลว


ประยุทธ์ ระบุ กลุ่มก่อเหตุภาคใต้ต้องการทำให้เห็นว่า รัฐล้มเหลว เพื่อดึงต่างชาติเข้ามา ติงสืออย่างประโคมข่าวเกินไป ยันต้องทำให้ชาวบ้าน 2 ล้านคนปลอดภัย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุข ระบุเรื่องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า อยากให้ทุกคนได้เข้าใจ วันนี้มันทำให้ทุกคนอึดอัด คสช.ก็ทำงาน หน่วยงานความมั่นคงเขาก็ทำงาน ทำงานอยู่ทุกคนนะ ตำรวจ ทหาร เขาก็อยู่ ประชาชนก็เสี่ยงภัยอันตรายอยู่ แต่ผมเรียนว่า วันนี้ผมอยากพูดอีกครั้งหนึ่ง ให้คนไทยทุกคนเข้าใจว่า วันนี้ฝ่ายผู้ก่อเหตุเขาใช้ประเด็นอะไรในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ประเด็นก็คือการอ้างความเป็นอัตลักษณ์ เรื่องความแตกต่างทางศาสนา ความไม่ชอบธรรม ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ สิ่งเหล่านี้มันง่ายในการที่จะปลุกคนขึ้นมาให้มาต่อสู้เพื่อไปสู่อิสระเสรีภาพอย่างที่เขาต้องการ ที่เขาคิด เมื่อมันมีการต่อสู้ด้วยอาวุธ มันก็ต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย มันก็เลยมีการปะทะกัน มีการบาดเจ็บ สูญเสีย ทั้งประชาชน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ อะไรต่างๆ เมื่อเหตุการณ์มันลุกลามบานปลายจนกำลังในพื้นที่ดูแลไม่ได้ มันก็ต้องมีการใช้กำลังทหารเพิ่มเติม รัฐบาลต้องรับผิดชอบในการจัดกำลังทหารไปเพิ่มเติมในพื้นที่ที่เกิดความไม่เรียบร้อย มีอันตรายต่อประชาชน ทุกรัฐทุกประเทศในโลก็ต้องทำ จะมาบอกว่าของเราไม่ต้องเอาทหารลงไปมันจะได้เลิกรบ ผมว่ามันไม่ใช่ มันไม่ใช่หลักการในการคิดเลย โลกเขาคิดกันแบบนั้น เพราะฉะนั้นการที่เอาทหาร ตำรวจลงไปดูเพิ่มเติม เพราะในพื้นที่เขารับไม่ได้ รับไม่ได้เพราะอะไร เพราะพื้นที่มันกว้างถึง 37 อำเภอ 2,000 กว่าหมู่บ้าน และถ้าเขาทำเขาทำได้ทุกที่ เราต้องเอาคนไปดูทุกพื้นที่ ทั้งพื้นที่ที่แรงมากแรงน้อยก็ต้องมีคนดู ถ้าไม่มีคนดูเผลอตรงไหนเขาทำตรงนั้น นั้นไงเราถึงต้องเตือนคนมากขึ้น ที่ไปอยู่ไม่ใช่เพราะอยากได้เงินได้ทองได้เบี้ยเลี้ยง ผมว่ามันไม่มีใครอยากไปอยู่ไกลบ้าน ทหารก็ไม่อยากไปไกล แต่เขาต้องไป เพราะเขามีหน้าที่สั่งไปเขาก็ต้องไป เขาก็ไปดูคน 2 ล้านคนใน 37 อำเภอ หรือ 2,000 หมู่บ้านให้ปลอดภัยทั้งหมด มันจะได้แค่ไหนก็ทำให้เต็มที่ ใน 2,000 กว่าหมู่บ้าน หรือ 37 อำเภอ มันก็เกิดขึ้นบางอำเภอ แต่เราจะทำเฉพาะบางอำเภอก็ไม่ได้ ตรงไหนว่างตรงไหนมีช่องว่างเขาก็จะทำตรงนั้นอีก มันก็เลยต้องใช้คนเป็นหมื่นคนใน 37 อำเภอ โรงเรียนมีกี่โรงเรียน ถนนเส้นทางมีกี่กิโลเมตรมีกี่เส้น พื้นที่เสี่ยงภัยมีเท่าไร ครูมีอีกเท่าไร ก็ต้องเอาทหาร ตำรวจไปเติมไปดูให้เขาหมด มันแน่นอนครับ มันต้องมีจุดบกพร่อง มันต้องมีช่องว่างแน่นอน เพราะเราลงไปทำงานทั้งที่เรามีแผนงาน มีการฝึก มีการหัด แต่ผมว่าการที่เอาทหารลงไป 30,000-40,000 คน และตำรวจเพิ่มเติมลงไปกับในพื้นที่แล้วประมาณ 40,000-50,000 คน ว่า เฉลี่ยไปแล้ว 37 อำเภอ 2,000 หมู่บ้านเหลือไม่เท่าไร สัดส่วนต่อพื้นที่ และต่อคนที่ไปดูแลอีก 2 ล้าน มีชาวไทยมุสลิมเข้าไปล้านแปดล้านเก้าแล้ววันนี้ตัวเลขขึ้นมาเรื่อย

       ในส่วนของคนไทยก็ประมาณ 2-3 แสน ทำยังไงเราจะทำให้คน 2 ล้านเศษเขาปลอดภัย ก็ต้องเอาทหารที่มีตำรวจที่มีไปดูทั้งหมดทุกพื้นที่ทุกเส้นทาง ในขณะเดียวกันวันนี้่เราก็ถูกอ้างไปว่า เมื่อลงไปแล้วทำให้เกิดความวุ่นวาย เกิดการสูญเสียประชาชนไม่พอใจ ผมถามว่าไปถามเขาว่าประชาชนต้องการอะไร มันก็จะมีคนอยู่ไม่กี่กลุ่มที่ไม่ต้องการให้ไปดูแลเขา ผมว่ามันไม่ใช่หลักการคิดที่ถูกต้อง เมื่อเราเอาคนลงไปมากขึ้นมันก็มีการจับกุมดำเนินคดีมากขึ้น มีการปะทะกันมากขึ้น ฝ่ายโน้นก็เอาไปขยายความว่าเราไปละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งๆ เราไปใช้กฎหมาย เราไม่ได้ไปละเมิดอะไรเลย ใช้กฎหมายทั้งสิ้น สืบจับ สอบสวน ดำเนินดคี ปิดล้อมตรวจค้นตามเป้าหมาย เรื่องของการต่อสู้ในเชิงการเมืองด้วย ในเชิงลักษณะการแยกดินแดนมันหาหลักฐานยาก เพราะว่าเป็นการเหมือนการใช้ยุทธวิธีการก่อความไม่สงบ เราก็ไม่อยากจะพูดให้มันมีผลกระทบในวงกว้าง ปัญหาบ้านเราต้องแก้บ้านเรา อย่าไปโพนทะนาให้คนเขารู้เห็นมากนัก

      พล.อ.ประยุทธ์ กล่วว่า การที่กลุ่มขบวนการฯ ทำไม่ได้ต้องการอะไร เขาต้องการเพียงแค่ให้คนได้เห็นให้คนได้กลัวเขา เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้ รัฐล้มเหลว เดี๋ยวต่างชาติมาช่วยเขา เพราะเขาไม่มีกำลังที่จะมาสู้กับเรา เขาก็ใช้วิธีนี้ แล้วเราบางทีก็ไม่เข้าใจ ก็กดดันกันไปกันมา บางอย่างสื่อก็เป็นห่วง ผมเข้าใจดีความห่วงใยประชาชน ห่วงใยเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ผมไม่ห่วงมากว่าท่านหรือ ผมเป็นคนใช้เขาไป ผมก็ต้องดูแลลูกเมียเขาเวลาเขาบาดเจ็บล้มตาย มันเป็นภาระความผูกพันของทหารต่อทหารด้วยกัน ตำรวจด้วยกัน ข้าราชการทุกคน บาดเจ็บล้มตายผมเสียใจหมด เพราะเป็นคนใช้เขา ถ้าใช้เขาแล้วเขาไม่ไปอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้เขาไปอยู่แสดงว่าเขายังรักชาติรักแผ่นดิน ยังเชื่อฟังคำสั่งเราน่าจะดีใจตรงนั้นนะ แล้วไม่ใช่ตายไปก็ช่างไม่เป็นไร สวดมนต์ให้เขาทุกวันให้เขาปลอดภัยให้เขามีความสุข ให้เขาทำงานได้ดี ประชาชนเข้าใจ เพราะฉะนั้นในบางครั้งการเข้าไปดูแลพื้นที่มันกว้าง คนมันเยอะ การสัญจรไปมาก็เป็นปกติ การเคอร์ฟิวต่างๆ ก็ไม่เข้มงวด เพราะว่าอะไรคนภาคใต้เขาใช้วิธีอะไร เขามีอาชีพในเรื่องของการเกี่ยวกับยางใช่ไหม ไปกรีดยางไปทำมาหากินบ้านไกลกลับบ้านก็มืดค่ำ เช้าก็ต้องไปกรีดยางตี 3 ตี 4 เราไปเคอร์ฟิวมากๆ เขาก็เดือดร้อนมีปัญหา มันเป็นบางพื้นที่ทีมีความรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งเขตเมือง เขตป่าเขา เขตชนบทมันมีหมด ตรงไหนว่างก็ทำตรงนั้น นี้คือสิ่งที่มันเป็นความเลวร้าย และมันทำให้เราแยกแยะคนร้ายได้ไม่ชัดเจน เพราะว่าเราไม่ได้ห้ามขาด ห้ามคนสัญจรไปมาไม่ได้ ทุกคนยังต้องการความเป็นปกติ ทุกคนต้องการเสรีภาพปกติ แต่ทุกคนต้องการความปลอดภัยไปด้วยไม่มีประเทศไหนเขาทำได้ เราทำได้ผมถือว่าเต็มที่แล้ว เพราะฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกัน

"สื่อต้องระมัดระวังการเสนอข่าว ผมไม่ได้บอกให้ท่านปิดบังมันเป็นเรื่องข้อเท็จจริง แต่ไม่ต้องไปแพร่ซ้ำบ่อยแล้วมันไม่ได้อะไรขึ้่นมา แพร่ซ้ำมันเป็นการเปิดพื้นที่ข่าวให้กับเขา เขาต้องการให้ต่างชาติรับรู้ต้องการให้คนมากดดันเจ้าหน้าที่กดดันรัฐแล้วผมถามมันทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม ในระหว่างนี้เราก็ทำในเรื่องของการแบ่งพื้นที่ ในเรื่องของการใช้กำลังในการเสริมสร้างกำลังลงไป ในการเพิ่มมาตรการด้านการข่าว การปฏิบัติตามกฎหมายให้เต็มที่ เพราะไม่ใช่แต่ประชาชนตายเจ้าหน้าที่ก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็บาดเจ็บ แล้วก็ยังบอกว่าทำไมในเมื่อเจ้าหน้าที่บาดเจ็บแล้วประชาชนจะปลอดภัยได้ไง เพราะเขาจะตายเพราะเขาไปดูแลท่านก่อนใช่ไหม เมื่อดูแลท่านมันก็เกิดช่องว่าง เพราะว่าเราไปอยู่กับท่านอยู่ท่ามกลางประชาชน เราก็ใช้อาวุธอะไรไม่ได้เต็มที่ เขาก็มาปะปนอยู่กับชาวบ้าน แล้วเวลาใช้อาวุธเขาไม่ต้องระวังใคร ไม่ต้องระวังเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องระวังชาวบ้าน แต่เราต้องระวังเวลาใช้เพราะเดี๋ยวโดนประชาชนขึ้นมาทำยังไง นั้นมันเป็นสิ่งที่เราเหมือนกับถูกมัดมือไว้เหมือนกัน แต่เราทำเต็มที่ ก็มีการสืบจับกุมดำเนินคดีตามหลักฐานตามกล้องๆ ต่างภายหลังทั้งสิ้น ถ้าปะทะก็ปะทะกันไป ขอร้องอย่างเดียวว่าอย่าพยายามอย่าแพร่อะไรที่มันเกินเลยออกไป หรือวิพากษ์วิจารณ์จนเกินเหตุ แล้วมันวิพากษ์ไปแล้วก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้อย่างนั้น ยังไงก็ทำไม่ได้ ถ้าจะทำได้ก็ต้องเข้มงวดกว่านี้ ประชาชนก็เดือดร้อนอีก คนที่ไม่เดือดร้อนมันก็มี เราไม่สามารถไปกำหนดได้เฉพาะถนนเส้นนี้ หรือเฉพาะบ้านนี้ บ้านโน้นเข้มงวดไม่ได้ มันก็ต้องดูแลทั้งพื้นที่"
       
       การจัดตั้งมวลชนหมู่บ้าน การสร้างแกนนำขัดขวางการบริหารงานของเจ้าหน้าที่รัฐวันนี้เราจะใช้ยุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และก็ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเร่งรัดลงไปพัฒนาในพื้นที่ เราแบ่งเป็นพื้นที่ตามความหนักเบาของสถานการณ์ ถ้าพื้นที่หนักหน่อย คือพื้นที่ความมั่นคง ใช้กำลังทหาร ตำรวจมากหน่อย พื้นที่เสริมสร้างการพัฒนา อันนี้เป็นพื้นที่ที่เบาแล้ว อีกอันพื้นที่ที่ต้องเร่งรัด คือพื้นที่ที่ยังรุนแรง ต้องเร่งพัฒนาให้เข้าไปให้คนเข้าใจ คนออกมาร่วมมือกันในการที่จะพัฒนา วันนี้ทุกเรื่อง ทุกอย่าง ใช้เวลามานานพอสมควร มันต้องใช้เวลา ระยะที่ 2 นี่ก็ 2 เหมือนกัน ระยะที่ 1 เอาทหารลงไป ระยะที่ 2 กำลังปรับดำเนินการ ระยะที่ 3 ก็เตรียมส่งต่อพื้นที่ให้กับกำลังปกติ ไปไม่ได้เหมือนกัน เหมือนกับการปฏิรูปนี่ล่ะ เพราะฉะนั้นก็ใจเย็นๆ นิดหนึ่ง ทำยังไงจะตายน้อยลง ทำยังไงจะไม่ตาย ทำยังไงจะไม่เจ็บ ทั้งประชาชน ทั้งเจ้าหน้าที่ มีชีวิตจิตใจ โน่น ไปหาคนทำโน่น ว่าทำไมวันนี้ในเมื่อจะแยกดินแดน อ้างศาสนา อ้างอะไร แล้วทำไมวันนี้คนไทยมุสลิมตายมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าไม่สนใจว่าเป็นศาสนาไหนทั้งสิ้นนะ คนทำเนี่ย ผมว่าไม่ได้ ต้องแก้ไข ขณะเดียวกันบางส่วนก็หลบหนีข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน มีทั้งป่าเขา มีทั้งลำน้ำ มันข้ามง่ายตลอด ไม่มีรั้วเลย กำลังจะเร่งรัดกันว่าจะทำยังไง จะสร้างรั้วกันได้มั้ย หรือติดอะไร เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการดูแลชายแดนได้ ทุก 5,600 กิโลเมตร ยังใช้ทหาร ใช้ตา ใช้อะไรเฝ้าระวังอยู่ตลอด เพราะมันใช้งบประมาณสูง รั้วก็ไม่มี เห็นใจกันบ้างนะครับในการทำงาน เขาก็เสี่ยงชีวิตให้ท่านทุกวัน ทั้งหมดทหารทำงานอยู่ 8 หมื่นคนต่อวันมั้ง ชายแดนทั้งหมดนี่ ใต้ด้วย อะไรด้วย 8 หมื่นนะ ต่อวัน แล้วตำรวจอีกล่ะ ข้าราชการพลเรือนอีกล่ะ แล้วประชาชนที่เขาอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอีกล่ะ นั่นคนไทยทั้งสิ้นนะครับ ไทยพุทธบ้าง ไทยมุสลิมบ้าง

       ในส่วนของการพูดคุยสันติภาพ ที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยมาตามลำดับ ทั้งทางลับบ้าง ทางเปิดบ้าง ทีนี้พอเปิดมากๆ เข้า มันไม่ได้แล้ว เราจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมให้มากขึ้นกว่าเดิม อันแรกคือการที่จะมา ใครที่จะมาคุยกับเรา มันต้องเป็นผู้นำขบวนการที่แท้จริง คำว่าแท้จริง คือ จะต้องไปรวมทุกกลุ่มมาให้ได้ ไม่ใช่ว่ากลุ่มนี้ใหญ่ แล้วก็มาคุยกลุ่มเดียว กลุ่มเล็กๆ มันก็มีศักยภาพอยู่เหมือนกัน ทำความรุนแรงมากบ้าง น้อยบ้าง ถ้ากลุ่มใหญ่มาคุย กลุ่มเล็กก็อยากยกระดับตัวเองขึ้นมาบ้าง ให้มีการเข้าร่วมการพูดคุย เพราะฉะนั้นที่เกิดมามีหลายกลุ่ม เรามีข้อมูลเกือบหมด มีการปะทะ มีการจับกุม มีหลักฐาน วันนี้เราต้องทำยังไงให้มันรัดกุมขึ้น ทำยังไงเขาจะไปรวมกันมาได้ แล้วมาพูดคุยกันในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนา เรื่องการหยุดยิง เรื่องของกฎหมาย เรื่องของความไม่เป็นธรรมทั้งหมด เราตั้งคณะกรรมการหลายคณะที่จะต้องเร่งดำเนินการคุย ตอนนี้ สมช.กำลังเร่งอยู่นะครับ ถ้าเรารีบร้อน คุยกันแล้ว 3 ครั้งแล้ว ต้องจบแล้ว 5 ครั้ง ไม่มีทางเป็นไปได้ ทั้งโลกเขาก็เป็นอย่างนี้ เขารบกันมาเป็นสิบๆ ปี ประเทศในอาเซียนก็มี นี่ก็ยังรบกันอยู่เลย ถึงแม้จะมีการเจรจากันแล้ว เพราะว่าทุกอย่างมันเป็นขั้นเป็นตอน ทุกอย่างใช้เวลา ทุกอย่างเขาไม่ได้มีระเบียบวินัยเหมือนเรา เราสั่ง ผมสั่งคนเดียวเลย ทั้งกองทัพก็ต้องทำตามผม แต่ฝ่ายโน้นเขาไม่ได้สั่งคนเดียว คนสั่งหลายคนหลายกลุ่ม และเป็นการสั่งแบบขาดตอน สั่งแบบเขาเรียกว่าอะไร สั่งแบบเปิดไปทำร้ายตรงโน้นตรงนี้ ตั้งแต่วันนี้ไปทำร้ายให้มากที่สุดแล้วกัน สั่งแบบนี้เมื่อไรก็ได้ ที่ไหนก็ได้ อย่างนี้ผมสั่งท่านได้ไหม ผมสั่งไม่ได้ ผมก็ต้องสั่งพื้นที่นี้ พื้นที่นั้นวางราง ใช้ยุทธวิธีอย่างนี้ ยุทธศาสตร์เข้าไปอย่างนี้ พัฒนาเข้าไปอย่างนี้

       วันนี้เราก็ใช้ยุทธศาสตร์การเมืองนำการทหาร ไปสร้างความเข้าใจมีตั้ง 9 ยุทธศาสตร์ที่้ทำอยู่ เป็นยุทธศาสตร์ของ สมช. และทำตั้งแต่ปี 55 มาแล้ว ทำมาตลอดทั้ง 9 ยุทธศาสตร์ ไม่ใช่บอกว่าทหารใช้แต่อาวุธ ทหารวันนี้รู้มากอยู่แล้ว เพราะเป็นคนคิดไปกับเขาว่า ต้องสู้แบบไหน มันต้องทำงานแบบไหน ทั้งการพัฒนา การเมือง การสร้างความเข้าใจ การพูดคุยหาทางออก ทหารเป็นคนเสนอทั้งนั้นแหละครับ ถ้าเราต้องการจะใช้กำลังอย่างเดียว ต้องการจะใช้งบประมาณอย่างเดียว ผมจะเสนอให้คนอื่นเขามาร่วมกับเราทำไม ทหารก็ทำเอง วันนี้ก็มีทั้ง ศอ.บต. มีทั้ง กอ.รมน. มีทั้งกระทรวง ทบวง กรม ศาลแพ่ง 21 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง และมีศาลแพ่งออกมา 3 ระดับลงมาตั้งแต่นโยบายขับเคลื่อน และผู้ปฏิบัติ ทหารคิดไปทั้งนั้นแหละครับ คิดให้การเมืองมันนำการทหาร นี่เราคิด ไม่ใช่คิดทหารนำการเมือง นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะพูดให้พวกเราเข้าใจ ถ้าเรามากดดันกันมากๆ ทำไมไม่สู้กันไป ไม่มีบาดเจ็บล้มตาย ถ้าพูดคุยกันเร็วมันจะเลิกเร็ว มันเป็นไปไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องของการต่อสู้ไปอีก ยุทธศาสตร์ชาติพันธุ์มาสู้ บางคนบอกทำไมไม่เอา 6623 ก็เรามีมาตรา 21 ไง เราก็ออกกฎหมายมาให้แล้ว กลับมาเข้ารับการอบรม 6 เดือน ก็กลับไปเป็นผู้ร่วมสัมมนา ก็เห็นมาไม่กี่คนหรอก มันต่างกันนะครับ บางอย่างใช้ได้ในภาคนี้ภาคโน้นในการเคลื่อนไหว ในการต่อสู้ อีกเรื่องมันอาจจะใช้ไม่ได้ เรากำลังคิดหาทางทุกอย่างอยู่แล้ว โครงการนำคนกลับบ้าน อะไรก็แล้วคิดไปจิปาถะ ทหารคิดทั้งนั้นแหละครับ แต่ไปขอความร่วมมือ ไประดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน ทั้งพลเรือนเห็นชอบร่วมกัน และถึงมาทำ ไม่ใช่ทหารไปสั่งอะไรก็ได้ให้ทำ ถ้าสั่งแบบนั้นมันเละไปกว่านี้แล้ว มันจะยิ่งแย่ไปกว่านี้

       เพราะฉะนั้นวันนี้ขอความเข้าใจ กำลังใจบ้าง และขอให้ทุกคนช่วยกันเฝ้าระวังให้ความร่วมมือ เสียสละความสะดวกสบาย และต่อต้านผู้ที่จะมามีอิทธิพลมาแทรกอยู่ในทุกชุมชน นอกจากเรื่องแยกดินแดน เรื่องอะไรเหล่านี้แล้ว ยังมีเรื่องของอะไรผิดกฎหมาย เรื่องของปัญหาแทรกซ้อน ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว ผลประโยชน์ น้ำมันเถื่อน เยอะแยะไปหมด มันธรรมดาคนอยู่หมู่มากมันร่วมกันนั่นแหละ

       เพราะฉะนั้นวันนี้ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ชาวไทยมุสลิม ก็ถูกทำร้ายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปอยู่ในที่ชุมนุม ที่ชุมชนเช่น ตลาดซื้อของ เดิมบอกว่าสู้เพื่อมุสลิม และทำไมวันนี้มุสลิมตายด้วย จะมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ทำมันคงไม่เห็นประโยชน์ มันจะไปทำทำไม มีแต่ว่าให้ทุกคนปลอดภัย ต้องการจะพัฒนาทุกด้าน การศึกษา อยากให้เขาเรียนรู้ อยากให้มีงานทำ เพราะทุกคนคือคนไทย ไม่ใช่คนชาติอื่นเลย นับถือคนละศาสนาก็ไม่เห็นเป็นอะไร อยู่กันได้ในกรุงเทพฯ ก็อยู่กันได้ ในส่วนของด้านสังคมจิตวิทยา สิ่งแวดล้อม 2 เดือนที่ผ่านมา รับเรื่องร้องเรียนประชาชนประมาณ 2 หมื่นกว่าเรื่อง บางคนบอกแหมโม้อีกแล้ว แก้ไขไปร้อยละ 86 บอกโม้อีกแล้ว ก็มันจริงๆ นี่ครับ มาเรื่องเล็กเรื่องน้อยก็เป็นหมื่นเรื่อง ส่งกลับไปให้แต่ละกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ คสช.แก้เอง เพราะเราสั่งให้ไปแก้ แต่ก่อนไม่ค่อยรับเขาหรอก ไม่ค่อยฟังเขา ถือว่าเดี๋ยวเขามาก็กลับไปเอง ไม่ได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน แล้วส่งกลับไปกระทรวงไหนถ้าทำไม่เสร็จก็ต้องรายงานมา มันถึงแก้ได้ไง นี่เขาเรียกสถานการณ์เป็นปกติ แก้ไปร้อยละ 86 กำลังดำเนินการอีก 3,000 กว่าเรื่อง ใน 20,000 ไม่ได้โม้ บางคนเขียนทุกวัน ฟุ้งคุย ศัพท์พวกนี้ฟังแล้วผมก็โมโหนะ แต่ก็ขำๆ บ้าง พยายามจะแจ้งให้ประชาชนทราบตลอดเวลา

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1337 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 9 + 54 =
ความคิดเห็น :