Bookmark and Share

รถไฟรางคู่ อาเซียน - จีน - ญี่ปุ่น

รถไฟรางคู่ เป็นโครงการที่จะเชื่อมต่อระหว่างอาเซียน และจีนทางตอนใต้ เป็นโครงการที่ทั้งการขนคน และการขนส่งสินค้า โดยมีไทยเป็นจุดศูนย์กลางของการคมนาคมแบบนี้

การเชื่อมต่ออาเซียน มาหลากหลายเส้นทาง โดยเฉพาะทางบก มีโครงการก่อสร้างถนนและทางราง โดยทางถนนมีโครงการอีสต์-เวสต์ คอลิดอร์ เชื่อมตะวันออกกับตะวันตก มีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกซึ่งหากใครผ่านไปพิษณุโลกจะเห็นป้ายไปเมียนมาร์ เวียดนาม สปป.ลาว รวมถึงจีนทางตอนใต้

 

เส้นทาง อีสต์-เวสต์ คอลิดอร์ ทางเหนือจะขึ้นไปถึงคุนหมิงซึ่งสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชียงของกับแขวงบ่อแก้วของ สสป.ลาว เสร็จเรียบร้อยแล้วเส้นทางในประเทศไทยได้ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกันซึ่งได้ช่วยเพิ่มการเดินทาง และการขนส่งสินค้าได้ในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม

 

ส่วนตะวันออก เส้นทางจะตัดผ่านไปยังภาคอีสานและข้ามแม่น้ำโขงที่มุกดาหารไปยังสะหวันเขตของ สปป.ลาว และเชื่อมต่อไปยังเว้-ดานังของ เวียดนาม ซึ่งมีเส้นทางเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว แม้ยังไม่สมบูรณ์เป็นถนน 4 เลน แต่เส้นทางสายนี้ได้เปิดใช้มาหลายปีแล้ว มีปัญหาอยู่อย่างเดียวในการขนส่ง การเข้าไปเวียดนามจะต้องเปลี่ยนหัวขับเป็นพวงมาลัยซ้ายแบบ ซึ่งมีความพยายามเจรจาแก้ปัญหากันอยู่

 

ส่วนเส้นทางไปตะวันตก ผ่านเมียนมาร์ไปบังคลาเทศ,อินเดียซึ่งสามารถขึ้นไปทางเหนือเชื่อมไปยังยุโรปได้ ซึ่งเส้นนี้ผ่านจังหวัดตากไปยังเมียวดี แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ยังเป็นเส้นทางที่ยังขรุขระอยู่มาก โครงการหยุดชะงักไปนาน เพิ่งมาเริ่มฟื้นฟูใหม่หลังมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยไทยเข้าไปให้การช่วยเหลืออยู่ ในขณะที่เส้นทางในประเทศไทย เอาเข้าจริงยังมีปัญหาในการเชื่อมต่อที่เป็นเส้นตรง ยังใช้เส้นทางอ้อมวกไปวนมาอยู่ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อจากพิษณุโลกไปภาคอีสานมีปัญหาว่า หากตัดตรงๆ จะผ่านภูเขามาก ซึ่งจะยากลำบาก ทำให้มีแผนที่จะตัดผ่านจังหวัดนครสวรรค์แทนแต่ก็ยังไม่คืบหน้ามากนัก

 

ในขณะที่เส้นทาง "ทางราง" กลายมาเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงอีกครั้ง หลังการไปมิลานของนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พบปะกับนายกฯ ของญี่ปุ่น และสาธารณรัฐประชาชนจีน และเจรจากันเรื่องการก่อสร้างรถไฟรางคู่ ที่จะเชื่อมต่อจากไทยไปยังคุนหมิงของจีน

 

โครงการเชื่อมต่ออาเซียนทางราง ย้อนหลังกลับไปเป็นดำริของ ดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัดที่เห็นว่าการเชื่อมต่อทางรางมีความจำเป็นแต่ตามแผนเดิม โครงการจะเชื่อมต่อส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเส้นทางกรุงเทพฯ-พนมเปญ และย้อนขึ้นไปเวียงจันทน์ ซึ่งตอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ได้ขับเคลื่อนตามแนวทางนี้ แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นรัฐบาลเพื่อไทยได้ตัดเส้นทางเข้าพนมเปญออก มุ่งหน้าสู่เวียงจันทน์แทน แต่เป็นโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่เบื้องต้นสร้างไปแค่ นครราชสีมาเท่านั้น ทางเหนือสร้างไปเชียงใหม่และทางใต้หัวหิน งบประมาณ 800,000 ล้านบาท

 

เมื่อเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาล คสช.ได้เปลี่ยนโครงการจากรถไฟความเร็วสูงที่ต้องใช้งบประมาณมาก มาเป็นรถไฟรางคู่ คือ เปลี่ยนจากความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาเป็นความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มขนาดรางเป็น 1.453 เมตรจากเดิม 1 เมตร โดยดำเนินการใน 2 เส้นทาง คือ เชียงของลงมาถึงภาชี และจากหนองคายไปยังแหลมฉบัง 2 เส้นทางงบประมาณ 600,000 ล้านบาท ในขณะที่เส้นทางลงใต้ ยังใช้รางขนาด 1 เมตร งบประมาณ 100,000 กว่าล้านบาท

 

ก่อนหน้านี้มาเลเซียกับสิงคโปร์ ได้ลงนามที่จะก่อสร้างเส้นทางที่จะมาเชื่อมต่อกับไทยแล้ว มา 2-3 ปี แต่มีปัญหาที่ประเทศไทยยังไม่ได้ข้อสรุป จึงพักโครงการไว้รอความชัดเจนจากประเทศไทย ในขณะที่ทางเหนือจีนได้ลงนามที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูงจากคุนหมิงลงมาเวียงจันทน์ แต่มีเงื่อนไขขอใช้ที่ดิน 5 กิโลเมตร 2 ข้างทางจากลาว ซึ่งทางลาวมีแนวโน้มที่จะทบทวนโครงการ เพราะจะเป็นการสูญเสียที่ดินจำนวนมหาศาล ทำให้ถูกต่อต้านจากชาวบ้าน โครงการคุนหมิง-เวียงจันทน์ อีกด้านหนึ่งก็มีปัญหาการก่อสร้าง เพราะต้องใช้ต้นทุนมหาศาลจากการต้องเจาะภูเขาที่มีจำนวนมาก เมื่อไทยเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปเชียงของ จีนก็ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางมายังเชียงของด้วยเช่นกัน ปล่อยสปป.ลาวให้มองตาปริบๆ และเปลี่ยนโครงการจากรถไฟความเร็วสูงเป็นรถไฟรางคู่ให้เหมือนประเทศไทย

 

โครงการในประเทศไทย ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 800,000 ล้านบาท เป็นเค้กก้อนโตให้ 2 มหาอำนาจของเอเชีย จีนและญี่ปุ่นตาลุกวาว รีบเข้ามาเจรจาความร่วมมือ โดยไทยยังสงวนท่าทีอยู่ว่าจะตกลงกับประเทศใด และรูปแบบการดำเนินการจะเป็นแบบใด จะใช้เงินกู้หรืองบประมาณถ้าใช้เงินกู้ญี่ปุ่นก็อาจเข้ามาเอี่ยวในการให้กู้และมีเงื่อนไขตามมาเรื่องการให้บริษัทของญี่ปุ่นเข้ามา ในขณะที่จีนหากเงื่อนไขเหมือนกับสปป.ลาว คือ ไทยต้องยกที่ดิน 2 ข้างทางข้างละ 5 กิโลเมตรให้จีนหาประโยชน์ก็เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจ

 

โครงการรถไฟรางคู่ ไทยอยู่ระหว่างการศึกษา จึงยังมีเวลาในการพิจารณาเงื่อนไขความร่วมมือของแต่ละประเทศ ซึ่งไม่ได้มีเพียงจีนกับญี่ปุ่น แต่ยังมีประเทศอื่นที่ต้องการเข้ามาอีกหลายประเทศ แม้ว่าประเทศเหล่านั้นเคยประณามไทยตอนมีการยึดอำนาจ แต่ผลประโยชน์ 800,000 ล้านบาท ทำให้พูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน

 

หมายเหตุ : ข้อมูลจากนิตยสาร M TODAY ฉบับประจำเดือนมกราคม 2558

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1229 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 66 + 27 =
ความคิดเห็น :