Bookmark and Share

โศกนาฏกรรมซ้ำเติมชายแดนใต้ น้ำท่วมหนักรอบ 40 ปี - รัฐไม่มีงบพิเศษช่วย

เป็นเวลา 20 วัน ข้ามจากปี 2557-ปี 2558 ที่พี่น้องภาคใต้ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต้องเผชิญกับอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี เดือดร้อนเกือบ 700,000 คน แต่รัฐไม่มีมาตรการพิเศษดูแล-เยียวยา

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2557 - 4 ธันวาคม 2558 ส่งผลกระทบ ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และตรัง โดยในภาคใต้ตอนบนมีคลื่นลมแรงพัดชายฝั่งตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์-จังหวัดนราธิวาส ที่พุมเรียง ไชยา สุราษฎร์ธานี มีชาวประมงจมน้ำจากการที่เรือประมงโดนคลื่นใหญ่กระแทกจนอัปปางลง เรือเฟอร์รี่ เส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย ต้องหยุดให้บริการในหลายเที่ยว ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนพอสมควร

จังหวัดนครศรีธรรมราช อ.หัวไทร และปากพนัง ประสบปัญหาคลื่นยักษ์เข้าฝั่งชาวบ้านต้องอพยพหลายหลังคาเรือน มัสยิด1 แห่งในพื้นที่ไม่สามารถเข้าไปใช้บริการได้ ที่จังหวัดสงขลาคลื่นซัดเข้าฝั่งบริเวณชายหาดแหลมสมิหราและใกล้เคียงต้นสนเสียหายจำนวนมาก ในขณะที่จังหวัดนราธิวาส ชาวบ้าน หน้าทอน ต้องเผชิญกับคลื่นยักษ์และลมแรง ส่งผลให้บ้านพัง 3 หลัง ชาวบ้านต้องอพยพออกจากพื้นที่ไปอาศัยอยู่กับญาติ และบอกว่า จะไม่กลับมาอีก เพราะคลื่นได้ซัดพื้นที่หายไปจำนวนมาก ยาวหลายกิโลเมตร และไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับมาอีก เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อไปอีกยาวนาน

ขณะที่ริมหาดนราทัศน์ เรือน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย ซึ่งมีน้ำมันปาล์ม 2 ล้านลิตรอยู่ภายในเรือ ประสบปัญหาคลื่นแรงส่วนท้ายเรือจมลง ตัวเรือถูกคลื่นซัดจนแตกบางส่วนน้ำมันไหลออกมาประมาณ 3,000 ลิตร ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากนัก เพราะเป็นน้ำมันธรรมชาติ แต่พื้นที่หาดนราทัศน์กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไป เพราะชาวบ้านให้ความสนใจไปดูเรือวันละหลายพันคน เกิดชุมชนเศรษฐกิจย่อยๆในน้ำท่วม

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ได้รับผลกระทบ ใน 4 จังหวัด คือ สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยที่จังหวัดสงขลาได้รับผลกระทบ 9 อำเภอ ประกอบด้วย อ.หาดใหญ่ อ.สะเดา อ.คลองหอยโข่ง อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย อ.รัตภูมิ อ.นาทวี และ อ.ควนเนียง โดย อ.เทพากับ อ.จะนะ ได้รับผลกระทบมากที่สุด อำเภอหาดใหญ่มีการวางระบบการป้องกันที่ดี จึงผ่านพ้นน้ำท่วมไปได้ด้วยดี

จังหวัดปัตตานี ได้รับผลกระทบในอำเภอเมืองปัตตานี อำเภอยะรัง อำเภอหนองจิก และอำเภอแม่ลาน จังหวัดยะลา ได้รับผลกระทบ8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เบตง อ.ธารโต อ.บันนังสตา อ.กรงปินัง และ อ.กาบัง อ.เมือง อ.รามัน และ อ.ยะหา ที่อ.ธารโต ถนนไปเบตง ประสบปัญหาดินถล่มจนไม่สามารถสัญจรได้ระยะหนึ่ง ส่วนที่นราธิวาสเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ (ทั้งจังหวัด) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 76 ตำบล 523 หมู่บ้าน และ 48 ชุมชน ได้รับผลกระทบมากที่สุดใน อ.ตากใบ อ.สุไหงโกล ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาสันกาลาคีรีและจากมาเลเซีย ก่อนจะระบาย
ลงสู่ทะเล

สถานการณ์น้ำท่วมที่หนักที่สุดของจังหวัดยะลาและปัตตานี เป็นช่วงหลังการปล่อยน้ำจากเขื่อนบางลาง ส่งผลให้น้ำท่วมในหลายอำเภอแต่ความเสียหายไม่มากนัก เพราะทราบสถานการณ์ล่วงหน้า ทำให้มีการขนย้ายสิ่งของและอพยพผู้คนก่อนน้ำจะท่วมถึง

กระทรวงมหาดไทยได้สรุป ความเสียหายจากอุทกภัยใน 8 จังหวัด มีผู้เสียชีวิต 15 ราย ผู้บาดเจ็บ 8 คน ประชาชนได้รับผลกระทบ 216,873 ครัวเรือน 668,063 คนบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 64 หลัง เสียหายบางส่วน 4,458 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 119,839 ไร่ ถนนเสียหาย 1,664 สาย

แม้ว่า ใน 3 จังหวัดภาคใต้ จะมีน้ำท่วมเสียหายจำนวนมากแล้ว แต่ในเมาลเซีย สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงกว่าหลายเท่าตัว อำเภอกุอามุสัง ในรัฐกลันตัน อำเภอกวนตัน รัฐปาหัง และอำเภอเบสุต รัฐตรังกานู เป็นต้น น้ำท่วมสูง สูงกว่าชั้น 2 มัสยิดบางแห่งจมอยู่ใต้น้ำเหลือแต่ตัวอาคาร สิ่งของ รถยนต์ถูกน้ำพัดพาเสียหายจำนวนมาก ซึ่งองค์กรในประเทศไทยได้ระดมเงินบริจาคไปช่วยเหลือจำนวนหลายครั้ง รวมทั้งการเยียวยา

การดูแลชาวบ้านตั้งแต่เกิดเหตุทหารเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ๆ ถูกน้ำท่วม นำอาหารและสิ่งของจำเป็นไปมอบให้ชาวบ้านที่ถูกนำท่วม หลังจากนั้นองค์กรการกุศลในพื้นที่ได้นำสิ่งของอุปโภคบริโภคเข้าไปช่วยเหลือ สำนักจุฬาราชมนตรี จัดงานทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ได้เงินบริจาค 200,000 กว่าบาท นำไปช่วยเหลือภาคใต้ โดยจุฬาราชมนตรี นายอาศิส พิทักษ์คุมพล เดินทางไปมอบสิ่งของช่วยเหลือที่จังหวัดปัตตานี ท่ามกลางเสียงชื่นชมของชาวบ้านในพื้นที่ ในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พื้นที่วึ่งมีน้ำท่วมรุนแรงในรอบ 40 ปี

การช่วยเหลือดำเนินไปจนถึงหลังน้ำท่วม อาทิ มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศ ไทย มอบเงินจำนวน 150,000 บาท ให้กับสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี โดยมีอาจารย์มั๊บรู๊ค บุญมาเลิศ เลขานุการผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี อาจารย์ซากีย์ พิทักษ์คุมพล เลขานุการ จุฬาราชมนตรี เป็นผู้รับมอบ เช่นเดียวกับอนุกรรมการฝ่ายกองทุนซากาตและสังคมสงเคราะห์ของกรรมการกลางฯ ซึ่งมีนายไพศาล พรหมยงค์ เป็นประธาน ได้ประชุมและเห็นชอบจัดถุงยังชีพ จำนวน ๒๒๐๐ ถุง ร่วมกับสภาเครือข่ายฯ โดยจะนำไปมอบให้ที่สำนักงาน กอ.จ ยะลาในวันที่ 13 ม.ค. เวลา 13.00 น. โดยมอบให้ กอ. ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ไปจัดแจกจังหวัดละ ๕๐๐ ถุง ส่วนอีก ๗๐๐ ถุง คณะอนุกรรมการจะได้นำไปแจกตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ได้ขอผ่านมาทางอนุกรรมการ

รัฐบาลโดย ครม. ในการประชุมวันที่ 6 มกราคม 2558 มีข่าวว่าจะมีการพิจารณามาตรการช่วยเหลือพื้นที่ๆ ได้ประสบภัยน้ำท่วม แต่ไม่มีการพิจารณาช่วยเหลือเป็นพิเศษแต่อย่างใด ให้หน่วยงานราชการให้การช่วยเหลือตามปกติ โดยราชการอาจประเมินว่า ความเสียหายไม่รุนแรง แต่ความรู้สึกของชาวบ้านรู้สึกว่ารุนแรงมากในรอบหลายๆ ปี การช่วยเหลือก็เป็นไปอย่างล่าช้า อย่างชาวบ้าน บ้านหน้าทอน จ.นราธิวาส ที่บ้านพังเสียหาย ต้องออกมาเรียกร้องให้ส่วนราชการช่วยเหลือ หรือชาวบ้านจ.พัทลุง ก็เดือดร้อนจนทนไม่ได้ ต้องออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ ไปช่วยเหลือ จึงมีภาพของผู้ว่าฯ ไปช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะประสบความเดือดร้อน แต่ชาวบ้านก็สามารถปรับตัวได้ เปลี่ยนชีวิตจากเดิมมาจับปลาหลังจากน้ำท่วม บางคน ได้ปลาจำนวนมาก หรือกรณีการปล่อยน้ำจากเขื่อนบางลางที่มีปลาบึกขนาดใหญ่ไหลลงไปกับน้ำ ชาวบ้านออกล่าปลากันสนุกสนานท่าม กลางกระแสน้ำเชี่ยวที่ค่อนข้างอันตรายก็ตาม เขื่อนบางลางได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีชาวบ้านวันละนับหมื่นคนเดินทางขึ้นไปจนส่งผลกระทบต่อการจราจรอย่างหนัก เช่นเดียวกับบริเวณหาดนราทัศน์ที่ชาวบ้านแห่ไปดูเรือน้ำมันปาล์มของอินโดนีเชีย

สถานการณ์น้ำท่วมปี 2557-2558 เป็นสถานการณ์น้ำท่วมหนักที่สุด ซึ่งจากนี้ไปหลายภาคส่วนคงต้องร่วมมือกันช่วยเหลือเยียวยากันต่อไป

หมายเหตุ : ข้อมูลจากนิตสาร M TODAY ฉบับประจำเดือนมกราคม 2558

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1104 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 31 + 13 =
ความคิดเห็น :