Bookmark and Share

เชียงใหม่ผุดนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลเติมศักยภาพศูนย์กลางเชื่อมจีน-อาเซียน



จากงาน “เชียงใหม่ ฮาลาล อินเตอร์เนชั่นแนล แฟร์” พิสูจน์ให้เห็นว่าเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางฮาลาลของไทยภาคเหนือ ด้วยศักยภาพการจัดงานที่พร้อมทุกอย่าง  ขณะที่นักธุรกิจหลายประเทศให้การตอบรับ มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า เชื่อมโยงไปยังอาเซียนและจีนตอนใต้อย่างมั่นคง ที่สำคัญกำลังจะเกิด “สวนอุตสาหกรรมภาคเหนือ” ผลิตสินค้าฮาลาลครบวงจร

งาน “เชียงใหม่ ฮาลาล อินเตอร์เนชั่นแนล แฟร์ 2558” หรือ Chiang Mai Halal International Fair 2015 (CHIF2015) จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2558 โดยนายอาศิส พิทุกษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมพิธีเปิด มี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน บรรยายพิเศษหัวข้อ “โอกาสฮาลาลประเทศ ไทยใน AEC และเวทีโลก”  นายกวินธร วงศ์ลือเกียรติ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ “เชียงใหม่ ฮาลาล อินเตอร์เนชั่นแนล แฟร์ 2558” คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์กรพันธมิตร ด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล และองค์กรภาคศาสนาอิสลาม และกลุ่มธุรกิจฮาลาลร่วมกันจัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะเชียงใหม่ในการผลิตและเป็นศูนย์กลางของการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าฮาลาล 

ในงานมีการสัมมนาในหัวข้อที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาส่งเสริมกิจการฮาลาล  โดยในส่วนของผู้เข้าร่วมสัมมนาและ Business Matching จากต่างประเทศมาจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ประเทศ Kyrgyztan  และ สป.จีน ส่วนประเทศที่ตอบรับมาร่วมออกบูธได้แก่ สป.จีน มาเลเซีย บังคลาเทศ  ตุรกี และปากีสถาน เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะเกิดการเชื่อมโยงด้านฮาลาลระหว่างกันในอนาคตได้  โดยมีการจับคู่เจรจาธุรกิจ หรือ Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการในภาคเหนือ กับภาคอื่นๆ ในประเทศ และจาก Buyers ต่างประเทศ  โดยมี Buyers ต่างประเทศ รวม 5 ประเทศมาร่วมงาน ประกอบด้วย มาเลเซีย / อินโดนีเซีย / สิงคโปร์ / South Africa / และผู้ประกอบการจากจีนยูนนาน ซึ่งสนใจที่จะนำเข้าสินค้าจากภาคเหนือ และของไทยหลายประเภทด้วย

รวมทั้งมีการออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการจากมุสลิมไทยจากภาคเหนือ และทั่วประเทศ และจากหน่วยงาน / กิจการจากกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน: AEC กลุ่ม GMS และ BIMSTEC ทั้งอาหาร อาหารแปรรูป เครื่องแต่งกาย จำนวนมากว่า 200 บูธ การจัดนิทรรศการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานสนับสนุน การแสดงศิลปวัฒนธรรม ทั้งด้านอาหาร และการแต่งกาย รวมถึงกิจกรรมบันเทิงบนเวทีเป็นประจำทุกวัน“ซึ่งในอนาคตเป็นข่าวดีว่าจังหวัดเชียงใหม่กำลังจะเกิดโครงการ “สวนอุตสาหกรรมฮาลาลภาคเหนือ” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการผลิต แปรรูปอาหารจากภาคเหนือเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในอนาคตอันใกล้ต่อไป”

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวในการปาฐกถาว่า อาเซียนในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาลที่มีคุณภาพ มีนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการจะเห็นว่า ปัจจุบันประชากรมุสลิมมีมากถึง 50% จากประชากร 600 ล้านคนในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่มวลรวมของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนมากถึง 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยหนึ่งในเครื่องมือที่จะผลักดันความสำเร็จของอาเซียนคือตลาดอาหารฮาลาลที่มีมูลค่าสูงถึง 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ 
“อาเซียนในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาลที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย มีการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งนี้อาเซียนจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของทั้งโลกมุสลิมและโลกโดยรวม ไม่เพียงทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ทางสังคม วัฒนธรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์พร้อมกันไปด้วย”

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมฮาลาล เป็นอาหารที่ดีสำหรับมนุษย์ 7,000 ล้านคน ซึ่งเราจะบริหารจัดการมันอย่างไร ให้มีคุณภาพ และถูกต้องตามวิธีการ ถูกต้องตามฮาลาล พร้อมให้ความมั่นใจและสามารถพิสูจน์ตราฮาลาลได้ ซึ่งตราฮาลาลจะต้องทำสิ่งนั้นให้ดี ใช้จุดแข็งในแต่ละประเทศมาช่วยกันเติมเต็มเป็นจุดเสริมด้วยกัน รับรองฮาลาลซึ่งกันและกัน และช่วยกันผลักดันฮาลาลให้มากขึ้น”

ด้านนายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลของภาคเหนืออย่างยิ่งและได้กำหนดให้อุตสาหกรรมฮาลาลเป็นวาระสำคัญของจังหวัดที่สอดคล้องกับตลาดในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดมุสลิมในกลุ่มประเทศอาเซียน GMS และ BIMSTEC  ต่อไป

ขณะที่ ดร.ภราดร สุรีย์พงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในการรับรองฮาลาลประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้แนวทางศาสนาอิสลามควบคู่ไปกับหลักวิทยาศาสตร์ฮาลาลอย่างเป็นระบบตามแนวทาง “ศาสนารับรองวิทยาศาสตร์รองรับ” ทั้งนี้กิจการฮาลาลประเทศไทยถือว่ามีความโดดเด่นในระบบและกระบวนการดำเนินงานภายใต้หลักการศาสนารับรองและวิทยาศาสตร์รองรับ อันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลไทยเป็นที่เชื่อถือในตลาดโลก โดยในแต่ละปี ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ ฮาลาลกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทุกประเทศที่ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลนั้น ไทยส่งเข้าสู่กลุ่มประเทศมุสลิมกว่า 57 ประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และมุ่งหวังที่จะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำในการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลอันดับ 1 ของโลก ประเทศไทยจึงได้เร่งพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมทั้งสร้างสัญญะเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวมุสลิม ได้จากทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ “Thailand Diamond Halal” หรือ “ฮาลาลระดับเพชรจากประเทศไทย” เนื่องจากชาวต่างชาติเรียกตราสัญลักษณ์ฮาลาลประเทศไทยกันมานานว่า Diamond Halal อันเนื่องจากตราฮาลาลของไทยมีรูปลักษณ์เป็นเพชร (Diamond) อีกด้วย

“สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลในกลุ่มประเทศอาเซียนเอง คาดว่าจะเกิดการร่วมมือกันพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลมากขึ้น เมื่อมีการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 ทั้งเรื่องการรับรองอาหารฮาลาล ร่วมกัน การออกกฎระเบียบการค้า และการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตที่เสรีมากขึ้น” ดร.ภราดรกล่าวในที่สุด

ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี กล่าวว่า การจัดงานเชียงใหม่ฮาลาล ประสบความสำเร็จด้วยดี ยอดผู้เข้าชมงานก็เป็นไปตามที่คาดหมาย ในส่วนของการซื้อขายสินค้าก็มีการจับคู่ธุรกิจค้าขายกันจนผู้เข้าร่วมงานพึงพอใจ โดยเฉพาะนักธุรกิจจากจีนสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าได้มากทีเดียว อีกด้านหนึ่งได้มีการเปิดศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานเชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ เพื่อมุ่งผลักดันผลิตภัณฑ์ฮาลาลของภาคเหนือให้ได้มาตรฐานรับรองฮาลาล เพื่อการส่งออกไปทั่วโลก
มีนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมณตรี เป็นประธานเปิดศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานเชียงใหม่  ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานเชียงใหม่ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 
เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่มุ่งเน้นด้านงานวิจัย การพัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมฮาลาล เพื่อผู้บริโภคมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม รวมถึงการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย โดยใช้วิทยาศาสตร์ฮาลาลเป็นเครืองมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สาขาต่างๆ นำไปสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ตลอดจนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ภายใต้ปณิธานมุ่งพัฒนาวิทยาศาสตร์ฮาลาล อัตลักษณ์ประเทศไทยรศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล กล่าวว่า  ประเทศไทยได้พัฒนาศักยภาพของฮาลาลจนสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นอันดับที่ 5 ของโลกแต่สินค้าที่ส่งออกไปทั่วโลก มีการรับรองสินค้าฮาลาลแค่ประมาณร้อยละ 10 ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการกลางอิสลามประจำประเทศไทย และศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงขับเคลื่อนนโยบายศาสนารับรองและวิทยาศาสตร์รองรับในการนำการรับรองฮาลาลในประเทศไทยให้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกให้ได้ 

ปัจจุบันศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย สำนักงานเชียงใหม่ ได้เติบโตมากขึ้นตามบทบาทหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคบริเวณภาคเหนือ อีกทั้งจะมีการขยายไปยังภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ รวมไปถึงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในอนาคตและเพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวขององค์กรตามภารกิจดังกล่าวรวมถึงการคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้นจึงได้ขยายและจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานเชียงใหม่ขึ้น 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 822 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 59 + 7 =
ความคิดเห็น :