Bookmark and Share

น่านค้านสร้างมัสยิด บิ๊กตู่ ถาม ยังทะเลาะกันไม่พอเหรอ-ผู้ว่าฯ ให้สร้างบาแลก่อน


บิ๊กตู่ ชี้ปัญหาค้านสร้างมัสยิดน่าน คงไม่บานปราย ถามยังทะเลาะกันไม่พอหรือไง ด้านผู้ว่าฯน่านเรียกทุกภาคส่วนแจง ระบุ เน้นแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางสังคม ให้สร้างบาแลก่อน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีชาวจังหวัดน่านออกมาต่อต้านการสร้างมัสยิดว่า คงไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ จะทะเลาะอะไรกันอีก ที่ทะเลาะกันยังไม่พอกันรึไง

ส่วนการแก้ปัญหานั้น นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้เป็นประธานชี้แจง และมอบนโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมัสยิด ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดน่าน โดยมีนายกาจพล เอิบสุขสิริ - นายชัยรัตน์ ธาราสันติสุข รองผู้ว่าฯ , พระครูสิริธรรมภาณี รองเจ้าคณะจังหวัดน่านเป็นตัวแทนฝ่ายสงฆ์ , นายแพทย์บุญยงค์ วงศ์รักมิตร ที่ปรึกษาอาวุโสประชาคมจังหวัดน่าน , พ.อ.ดุษิต ปุระเสาร์ รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน , นายชนาธิป เสมแย้ม นายอำเภอภูเพียง , นายสโรช รัตนมาศ วัฒนธรรมจังหวัดน่าน , ผู้แทนจากคริสตศาสนจักร และผู้แทนจากชาวไทย-มุสลิม จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กว่า 30 คน เข้ารับฟัง

นายอุกริช กล่าวว่า จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนานกว่า 700 ปี แต่ไม่เคยมีชุมชนมุสลิมเป็นกิจลักษณะ ทำให้สถานการณ์วันนี้เกิดความตื่นตัว เกิดช่องว่างของความไม่เข้าใจ ประกอบกับข้อมูลข่าวสาร ภาพทางสื่อ และเกี่ยวโยงกับสถานการณ์โลกที่ตอกย้ำความรุนแรง ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเป็นกังวล ซึ่งเรื่องศาสนาเป็นเรื่องคติความเชื่อ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองหรือผลประโยชน์ ต้องให้เกียรติและความเคารพในจิตวิญญาณของคติความเชื่อซึ่งกันและกัน การยอมรับคติความเชื่อจำเป็นต้องใช้เวลา สร้างความเข้าใจและความรู้สึก

"กรณีพี่น้องชาวจังหวัดน่านออกมาคัคค้านการก่อสร้างมัสยิด เชื่อว่า เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของกลุ่มคนที่ยังไม่เข้าใจ ไม่คุ้นชิน หากให้เวลาและสร้างความเข้าใจกันแล้ว จะไม่เกิดปัญหาแน่นอน" ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวและว่า จำเป็นต้องใช้กระบวนการทางสังคมและกระบวนการทางกฎหมาย โดยกรณีนี้ตามกฎหมายไม่มีข้อห้าม แต่ที่สำคัญคือ การยอมรับของชุมชนที่จะต้องอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข ซึ่งทางพี่น้องชาวไทย-มุสลิม ก็ไม่ได้ต้องการสร้างศาสนสถานที่เกิดขึ้นบนความขัดแย้ง

 “ยืนยันว่า ในจังหวัดน่าน จะมีที่ยืนของทุกศาสนา ทุกคติความเชื่อ แต่ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางสังคม และกฎหมาย อย่าใช้เพียงอารมณ์โดยไม่ไตร่ตรองด้วยเหตุผล เชื่อว่าทุกเชื้อชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกศาสนา จะอยู่ร่วมกันได้อย่างปรองดอง สงบสุข ปราศจากความขัดแย้ง”

สำหรับการก่อสร้างมัสยิด จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในกระบวนการทางสังคมที่จะต้องสร้างความเข้าใจ ความเชื่อใจจนเป็นที่ยอมรับกันได้ เช่น การสร้างวัดในพุทธศาสนา จะเริ่มตั้งแต่ที่พักสงฆ์ เมื่อชุมชนเห็นประโยชน์ และยอมรับก็จะพัฒนาเป็นสำนักสงฆ์ จากนั้นหากชุมชนต้องการ ก็จะมีองค์ประกอบเรื่องของที่ดิน ชาวบ้านเห็นชอบ ก็จะขอตั้งเป็นวัดได้ในที่สุด  ซึ่งการตั้งมัสยิดก็เช่นเดียวกัน อาจเริ่มจากการเป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติศาสนกิจ เป็นบาแล แล้วค่อยขยายเป็น บาลาเซาะห์ ถ้าชุมชนชาวไทย-มุสลิม มีมากขึ้น ชุมชนแวดล้อมยอมรับมากขึ้น ก็อาจกลายเป็นสุเหร่า และตั้งเป็นมัสยิดได้ในที่สุดเช่นกัน

 ในโอกาศนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่าย ได้นำนโยบายดังกล่าวไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1696 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 55 + 90 =
ความคิดเห็น :