Bookmark and Share

เมาลิดกลาง คุณูปการมุสลิมไทย




งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยเป็นงานสำคัญของมุสลิมในประเทศไทย ไม่เพียงเป็นงานที่มุสลิมจะได้ร่วมกันรำลึกถึงความดีงามของรอซูลุลเลาะฮ์แล้ว ยังเป็นงานที่เชื่อมโยงสถาบันพระมหากษัตริย์กับมุสลิมไทย และเป็นการสร้างความเข้าใจระหว่างสังคมมุสลิมกับส่วนราชการและกับพี่น้องต่างศาสนิกด้วย

ในสมัยรัชกาลที่ 5 งานเมาลิด ถูกจัดที่ท้องสนามหลวง เรียกว่าเมาลิดสนามหลวงจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนกิจการศาสนาอิสลามในราชอาณาจักร ซึ่งสมัยนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานเสื้อคลุมให้กับอิหม่ามในการประกอบศาสนกิจ นับเป็นความใกล้ชิดระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับมุสลิมในประเทศไทย 

ในอดีตมุสลิมไทยมีตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ที่เป็นผู้นำมุสลิมที่มีความสำคัญที่ได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระมหากษัตริย์ เป็นผู้นำกองกำลังที่เป็นมุสลิม เป็นตำแหน่งสูงเทียบระดับ “พระยา” แต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ถูกลดบทบาทลงไปในสมัยที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง นายแช่ม พรหมยงค์ เป็นหนึ่งในคณะราษฎรและมีความใกล้ชิดกับดร.ปรีดี พนมยงค์ และได้รับการแต่งตั้งเป็นจุฬาราชมนตรี เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แต่หลังเปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม สถานะของมุสลิมเปลี่ยนไป

ในทศวรรษ 2580 เป็นต้นมามีปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องมุสลิมในประเทศไทยการจัดงานเมาลิดจึงหยุดไป การออกประกาศรัฐนิยม 12 ฉบับ โดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในยุคคลั่งชาติ ทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมุสลิมทั่วประเทศ โดยเฉพาะคำสั่งที่ให้นำพระพุทธรูปไปประดิษฐานในมัสยิดทุกมัสยิด การกำหนดให้คนมุสลิมต้องเปลี่ยนชื่อมาเป็นชื่อไทยและการห้ามเรียนกุรอานด้วย นายแช่ม พรหมยงค์ ซึ่งในขณะนั้นได้รับมอบหมายให้คุมกำลังบางส่วนของเสรีไทยเพื่อต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นในะหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และมีภารกิจพิเศษคือปฏิบัติการใดๆ ที่สามารถต่อต้านแนวคิดรัฐนิยมของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เนื่องจากในขณะนั้น จอมพล ป. ประกาศตัวเข้าข้างฝ่ายญี่ปุ่น

ในสงครามเอเชียมหาบูรพา นายแช่ม พรหมยงค์ จึงได้ร่วมกับ นายบรรจง ศรีจรูญ หนึ่งในอีกคนของคณะราษฎรที่เป็นมุสลิมได้ใช้โอกาสนั้นเชิญผู้นำมุสลิมจากทั่วประเทศหารือ เพื่อจัดรวมพลังมุสลิมขึ้นในนามของงานเมาลิดซึ่งเคยจัดมาและได้หยุดไป การจัดงานเมาลิดครั้งนั้น จึงถูกจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2486 มี นายบรรจง ศรีจรูญ เป็นประธานจัดขึ้นที่พระราชอุทยานวังสราญรมณ์ เป็นงานเมาลิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้นเพราะมีผู้นำศาสนาและพี่น้องมุสลิมจากทั่วประเทศเข้าร่วมเพื่อเป็นการแสดงพลังให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้รับรู้ถึงพลังของพี่น้องมุสลิม และนายแช่ม พรหมยงค์ ได้เชิญหลวงวิจิตรวาทการ มาเป็นประธานเปิดงานเนื่องจากหลวงวิจิตรเป็นต้นคิดในการเอาพระพุทธรูปไปประดิษฐานในมัสยิด

ก่อนการเปิดงานมีการกล่าวอารัมภบทถึงความอยุติธรรมที่พี่น้องมุสลิมใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับและมีการเรียกร้องให้ยกเลิกความคิดการประดิษฐานพระพุทธรูปในมัสยิด ซึ่งก็ได้รับความสำเร็จ นับเป็นความสำเร็จของการจัดงานเมาลิดที่สามารถแก้ปัญหาให้กับสังคมมุสลิมได้อย่างไรก็ตาม หลังจากที่จอมพล ป. ได้เข้ามาครองอำนาจอีกครั้ง นายแช่มถูกมองว่าอยู่ฝ่ายนายปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ นายต่วน สุวรรณศาสน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นจุฬาราชมนตรี แต่การจัดงานเมาลิดได้หยุดลงชั่วคราว จนสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีการรื้อฟื้นงานเมาลิดขึ้นมาอีกครั้ง ในปี 2504 จนปี 2506 คณะกรรมการจัดงานได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานเปิดงาน ความใกล้ชิดระหว่างสถาบันกับมุสลิมไทยได้กลับมาอีกครั้ง มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นจำนวนมากจากผลของการจัดงานเมาลิด

ในบางปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่สามารถเสด็จฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธี ซึ่งในระยะหลังสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จมาเป็นองค์ประธานเมาลิดกลางฯ อย่างต่อเนื่อง เป็นงานเดียวของมุสลิมไทยที่เชื่อมโยงระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมมุสลิม และทรงรับทราบถึงพระจริวัตร ของศาสนทูตมูฮัมมัด ตลอดจนความเชื่อ และหลักปฏิบัติของมุสลิมในประเทศไทย ซึ่งในเกือบทุกปีจะมีการจัดทำนิทรรศการเพื่อทรงทอดพระเนตร 

ในการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ฮ.ศ.1436 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธี นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ประธานอำนวยการคณะกรรมการ จัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ได้ถวายรายงานชีวประวัติของศาสดามูฮัมมัด ระบุว่า ศาสนทูตมูฮัมมัด ผู้เป็นศาสดาแห่งมวลมนุษยชาติ ในบริบทที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ และโภชนาการ เมื่ออายุ 40 ปี ท่านได้รับการแต่งตั้งจาก อัลเลาะฮ์พระผู้เป็นเจ้าเป็นศาสดาและศาสนทูต เป็นผู้นำศาส์นแห่งสัจจธรรมมาเผยแพร่แก่มนุษย์ นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 1,430 ปี สาส์นแห่งสัจจธรรมดังกล่าวได้มีอิทธิพลต่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการแพทย์ และโภชนาการในโลกอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในโลกตะวันตก จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการในสาขาที่เกี่ยวข้องได้แสดงความสนใจค้นคว้าข้อเท็จจริงว่าด้วยความมหัศจรรย์ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์และโภชนาการ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มีพระราชดำรัสใจความว่า  “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้ามาปฏิบัติพระราชกรณีกิจแทนพระองค์ในพิธีเปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปี ฮ.ศ.1436 ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้มาร่วมในพิธีสำคัญที่ชาวไทยมุสลิมได้พร้อมใจกันจัดขึ้นอีกวาระหนึ่งการที่ท่านทั้งหลายได้ร่วมกันจัดงานเมาลิดกลาง เป็นประจำทุกปีเพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของท่านนบีมูฮัมมัด ซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาอิสลามและเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของท่านให้ประจักษ์แพร่หลายยิ่งขึ้น นับเป็นกุศลกิจที่ควรแก่การชื่นชมยกย่องอย่างยิ่ง 

แท้จริงแล้วหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาล้วนมีจุดมุ่งหมายสำคัญประการหนึ่ง คือสอนให้ศาสนิกทุกเป็นคนดีมีความเมตตาปราณีต่อกัน หลักธรรมคำสอนนั้นยิ่งปรากฏแพร่หลายมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลแก่บุคคลและสังคมมากขึ้นเท่านั้น คือ ทำให้ทุกคนมีชีวิตที่เจริญมั่นคง และมีสังคมที่ทุกเชื้อชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยมีความรักความเข้าใจ และการสงเคราะห์เกื้อกูลกันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผูกพัน ข้าพเจ้าจึงเชื่อมั่นว่าหากทุกคนทุกศาสนาจะยึดถือปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาอย่างเคร่งครัดและจริงใจแล้ว ชีวิตของทุกคนและชาติบ้านเมืองรวมทั้งโลกที่เราอาศัยอยู่นี้จะดำรงมั่นคงด้วยความร่มเย็นเป็นผาสุกอย่างแน่นอน”

ก่อนหน้านั้น รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ประธานคณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ถวายรายงาน ระบุว่า งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย เป็นงานฉลองที่สำคัญของชาวไทยมุสลิม เป็นภารกิจที่ได้ซึมซับเจตนารมณ์แห่งบรมศาสดามูฮำมัด ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และเทิดทูนคุณธรรมคำสอนของท่านไว้ในจิตวิญญาณของศรัทธาชนแบบยั่งยืน ถึงแม้บรมศาสดามูฮำมัด ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้จากโลกนี้ไปเกือบ 1,400 ปีแล้ว แต่ประชาคมโลกมุสลิมต่างรำลึกถึงคำสอน วิถีชีวิต และคุณงามความดีของท่านอยู่เสมอ โดยการมุ่งมั่นปฏิบัติตนตามหลักธรรม และประพฤติตนตามแบบอย่างบรมศาสดามูฮำมัด ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้ได้มากที่สุด ประกอบกับปีพุทธศักราช 2558 ถือเป็นปีมหามงคลของพสกนิกร ชาวไทยทั้งมวล ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 88 พรรษา คณะกรรมการจัดงานฯ จึงกำหนดให้มีนิทรรศการแสดงออกถึงความจงรักภักดีในฐานะองค์อัครศาสนูปถัมภกและทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทยทั้งผอง

ในคำรบเดียวกันด้วยงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ได้เริ่มจัดงานครั้งแรกตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2504 ณ ลุมพินีสถาน หลังจากนั้นได้มีการจัดงานอย่างต่อเนื่องตลอดมาทุกปี และการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยในปีนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 53 ด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศเป็นอย่างดี ผ่านองค์กรศาสนาอิสลาม กล่าวคือคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สมาคม มูลนิธิ โรงเรียนและองค์กรมุสลิม และเป็นงานที่พสกนิกรชาวไทยมุสลิมได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะองค์อัครศาสนูปถัมภกและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิม อันเนื่องจากการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมา 

การจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยประจำปีฮิจเราะฮ์ศักราช 1436  มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

1. เพื่อให้ชาวไทยมุสลิมได้รำลึกถึงคำสอนและจริยวัตรอันงดงามของท่านศาสดามูฮำมัด ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สู่การเป็นต้นแบบแห่งการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน
2. เพื่อนำเสนอเกียรติคุณของบรมศาสดามูฮำมัด ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ผ่านนิทรรศการทางวิชาการเรื่อง “บรมศาสดามูฮำมัด(ซ.ล.) อิทธิพลต่อพัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์และโภชนาการของโลก”  
3. เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์พระประมุข ผู้ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกและพระบรมวงสานุวงศ์ทุกพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิมอย่างล้นพ้น
4. เพื่อแสดงกิจกรรมที่แสดงถึงวัฒนธรรมอิสลาม และประเพณีที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตมุสลิมที่บูรณาการกับสังคมไทยมาช้านาน นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
5. เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของกิจการฮาลาลไทยสู่ระดับ “ฮาลาลเพชร” โดยการจัดประชุมสัมมนาผู้ประกอบการกิจการฮาลาลทั่วประเทศ อันเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานฮาลาลไทยสู่ประชาคมโลก  ในการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย  ประกอบด้วย การทดสอบการอ่านคัมภีร์อัลกุรอานเพื่อคัดเลือกผู้ชนะเลิศทั้งชายและหญิงเข้าร่วมทดสอบการอ่านคัมภีร์อัลกุรอานระหว่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย การทดสอบกอรีในกลุ่มประเทศอาเซียน การฉลองการจบหลักสูตรการเรียนวิธีการอ่านคัมภีร์อัลกุรอานของเยาวชนมุสลิม จำนวน 5,000 คน การอบรมผู้ประกอบการฮาลาลจำนวน 1,000 ราย การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับบทบาทด้านพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์และโภชนาการ ของบรมศาสดาแห่งอิสลาม

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การประชุมสัมมนาด้านสตรีและเยาวชน การอภิปรายทางวิชาการ กิจกรรมสตรี และการออกร้านขององค์กร สถาบันทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1436 ครั้งนี้ คณะกรรมการจัดงานฯ ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และเอกชน เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใต้ฝ่าพระบาทที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิมทั่วราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่องเสมอมา ข้าพระพุทธเจ้า และพสกนิกรชาวไทยรวมทั้งชาวต่างประเทศที่ปรากฏ ณ ที่นี้ ตลอดจน พสกนิกรชาวไทยมุสลิมทั้งปวง ขอถวายพระพรให้ใต้ฝ่าละอองพระบาท จงทรงพระเจริญ

ในคำกล่าวถวายรายงานได้สะท้อนถึงวัตถุประสงค์ ความสำคัญและกิจกรรมที่จัดขึ้นในงานอย่างชัดเจน ตั้งแต่การรำลึกถึงแนวทางของนบีมูฮัมมัด(ซ.ล.) วิถีการดำเนินชีวิต และอิทธิพลต่อการพัฒนาการของโลก การเชื่อมโยงระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมมุสลิมไทย การแสดงวัฒนธรรมประเพณีของมุสลิมในประเทศไทย รวมถึงการพัฒนาการของ “ฮาลาล” ตลอดจนกิจกรรมทางศาสนาและด้านสังคม ในการนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ให้ความสนใจทอดพระเนตรนิทรรศกาลในงานที่แสดงถึงวิถีชีวิตของมุสลิมไทย สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมมุสลิม ที่สำคัญทรงสนพระทัยทอดพระเนตรวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของศาสดามูฮัมมัด(ซ.ล.) ตลอดจนอิทธิพลของท่านที่นำไปสู่ความก้าวหน้าในทางวิทยาศาสตร์ในโลกมุสลิม ที่เจริญสูงสุดในยุคกลาง 

ดร.วินัยเปิดเผยว่า ได้ถวายการบรรยาย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ถึงแนวทางของท่านนบี(ซ.ล.) ได้เล่าเรื่องการบริโภคพอสมควร  การอนามัย การสงเคราะห์ และมัธยัธ และการงดเว้น ท่านให้ความสนพระทัยมาก เพราะเป็นแนวทางเดียวที่พระบาทสมเด็จพระอยู่หัว พระราชบิดาของพระองค์ท่านพระราชดำริ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง “ท่านได้เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ได้ชี้ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ดูนักบินคนแรกของโลกมุสลิม ท่านทรงเป็นนักบิน ทรงเข้าใจจึงให้ความสนพระทัย ได้เล่าว่า อิบนุ เป็นมุสลิมมัวร์ ปีกที่จำลองมาของจริงอาจไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาได้กระโดดลงมาจากหอคอย สูงเท่าตึกชั้น 4- 5 ผลคือ หลังหัก ต้องนอนรักษาตัวอยู่ 3 เดือน ท่านทรงพระสรวล รู้เลยว่าหายแล้วทำอะไร หายแล้วก็กระโดดขึ้นมาใหม่” 

นิทรรศการเกี่ยวกับชีวประวัติของศาสดามูฮัมมัด(ซ.ล.) และด้านความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าโลกอิสลามได้เจริญก้าวหน้าและเป็นรากฐานด้านวิทยาศาสตร์ในโลกปัจจุบัน นอกจากนี้ งานเมาลิดกลางฯ ได้ทำให้ผู้บริหารในบ้านเมืองเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่ข้าราชการระดับสูง อาทิ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่เข้ามาร่วมส่งเสริมกิจการฮาลาล รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ที่เข้ามารับรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ระดับรัฐมนตรี อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนนายกรัฐมนตรี เป็นการนำสิ่งดีงามในอิสลามให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับทราบ และมีนโยบายเพื่อสังคมมุสลิมซึ่งมีหลากหลายมิติ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า งานเมาลิดฯ เป็นประเพณีสำคัญจัดเพื่อเชิดชูศรัทธา รำลึกคำสอนพระเกียรติคุณของบรมศาสดามูฮัมมัด นำไปปฏิบัติเพิ่มพูนความรู้ คุณธรรม รัฐบาลพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ผ่านการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ สร้างรายได้ สร้างอาชีพและการศึกษา แต่ต้องขอเวลาแก้ปัญหาหลายๆ อย่าง ถ้าไม่คิดวันนี้วันหน้าไม่เกิดเพื่อให้มีเงินมาดูแลพี่น้องประชาชนให้มากกว่าเดิม รัฐบาลมีปัญหาจัดเก็บรายได้ แต่ยืนยันไม่ทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเดือดร้อน ทุกอย่างแก้ให้หมด ขอว่าไม่ว่าศาสนาไหน เราคือพี่น้องคนไทย ต้องสร้างสังคมที่มีความสุข และถ้ามีอะไรทำให้พี่น้องอิสลามไม่สบายใจขอโทษด้วย

เราไม่สามารถต่อสู้กันเองได้อีกต่อไปแล้ว สำหรับกลุ่มที่ไม่เข้าใจพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากจะนำเอาผลที่ท่านศาสดาฯ ได้ทำเอาไว้ไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เน้นเรื่องการพัฒนานักวิทยาศาสตร์ของประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางด้านเกษตร รถยนต์ ไฟฟ้า และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะที่กำลังจะเปิดเออีซีในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่อยากจะฝากไว้ คือ เรื่องการศึกษาทั้งในและนอกระบบเพื่อเพิ่มศักยภาพของคนไทยเราเอง เราต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เพราะเราช้ากันมาหลายปีแล้ว อย่างตอนนี้กำลังเร่งสร้างระบบคมนาคมในภาคใต้ทั้งทางรถยนต์ และรถไฟ เป็นต้น

“ผมมีความรักและผูกพันกับพี่น้องมุสลิมจากการที่ได้ทำงานร่วมกัน และรู้สึกซาบซึ้งในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน แม้จะฟังไม่ออกก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีได้มีการส่งเสริมให้ปฏิบัติตามหลักเพื่อความสงบสุขในบ้านเมือง ทั้งนี้การส่งเสริมกิจการของทุกศาสนานั้นเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วโดยเฉพาะศาสนามุสลิมซึ่งได้ทำงานร่วมกันมาตลอด ทั้งชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้ ได้มีความพยายามในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อพี่น้องทางภาคได้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีการตั้งเขตการค้าพิเศษขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อสร้างรายได้และการเจรจาร่วมกับรัฐบาลมาเลเซียด้วย ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาก็ขอให้พี่น้องมุสลิมได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นับจากอดีตจนถึงเมาลิดยุคใหม่ที่จัดมา53 ครั้ง งานเมาลิดกลางฯ จึงเป็นงานที่สร้างสรรค์ สร้างประโยชน์ที่เป็นคุณูปการต่อสังคมมุสลิมไทยอย่างสูง 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1371 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 88 + 46 =
ความคิดเห็น :