Bookmark and Share

ดร.เกศแก้ว เจ๊ะโส้ หญิงเก่งกับบทบาทสร้างสรรค์สตรีมุสลิมกระบี่



เป็นผู้หญิงที่สังคมกระบี่ให้การยอมรับ ในความรู้ความสามารถ นอกจากงานประจำในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว เธอยังได้ถูกมอบหมายเป็นนายกสมาคมสตรี เพื่อทำงานช่วยเหลือ ดูแล ผู้หญิงมุสลิมของจังหวัด

ดร.เกศแก้ว เจ๊ะโส้ เรียนจบปริญญาตรีกับ ปริญญาเอก สาขาเภสัชศาสตร์ ส่วนปริญญาโท เรียนจบสาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่ รับราชการที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ในตำแหน่งหัวหน้างานคุ้มครองผู้บริโภค เป็นหัวหน้าเภสัชกรของจังหวัด  ขณะเดียวก็มีความรู้ด้านศาสนาในระดับดี เพราะเป็นลูกหลานของโต๊ะครูปอเนาะของจังหวัด เมื่อสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ ก่อตั้งสมาคมสตรีมุสลิมจังหวัดกระบี่ขึ้นมา จึงมอบหมายให้เธอ เป็นนายกสมาคม

“สมาคมสตรีมุสลิมฯ ก่อตั้งขึ้นมาโดยกอจ.จังหวัดกระบี่  เพื่อดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุนผู้หญิงมุสลิมของจังหวัด ซึ่งกอจ. อาจมีข้อจำกัดในการดูแล ไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงเห็นว่าควรมีองค์กรมาช่วยเหลือดูแล  ซึ่งจังหวัดกระบี่ผู้หญิงมีปัญหาที่จะต้องดูแลแก้ไขจำนวนมาก บทบาทสมาคมฯ จึงจะเข้าไปดูแลสตรีทั้งหมด ทั้งเรื่องการศึกษา ให้สตรีเห็นความสำคัญของาการศึกษา ด้านศาสนา วัฒนาธรรม และภาษา ซึ่งเป็นพื้นฐานของด้านเศรษฐกิจ ที่จะทำให้สังคมดีขึ้น ยังมีบทบาทในการส่งเสริมสตรีที่ต้องการความช่วยเหลือ สร้างอาชีพให้หญิงหม้าย ช่วยเหลือเด็กกำพร้า ซึ่งจะดูแลร่วมกับ องค์กรอื่น อาทิ คณะกรรมการอิสลามจังหวัด มูลนิธิมุสลิมสามัคคี สมาคมมุสลิมสัมพันธ์ของจังหวัดกระบี่  ” ดร.เกศแก้ว กล่าวถึงการทำงานของสมาคมสตรีมุสลิมฯ
จังหวัดกระบี่มีมุสลิมประมาณ 52% ของประชากรทั้งหมด 200,000 กว่าคน  แต่จากการรายงานของภาครัฐมีจำนวน 48% มีผู้หญิงประมาณ 52% ผู้ชาย 48% 

“สมาคมฯได้ก่อตั้งประมาณ 1 ปี อยู่ระหว่างการศึกษาและรวบรวมปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยการออกสัญจรไปพบปะกับบรรดามุสลิมตามสถานที่ต่างๆของจังหวัด เพื่อรับฟังปัญหา เบื้องต้น พอสรุปปัญหาได้ว่า ส่วนใหญ่ของสตรีมุสลิมกระบี่ มีปัญหายาเสพติด ครอบครัว เรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาเยาวชนมีท้องก่อนวัยอันควร เป็นปัญหา 5 อันดับ แรกของจังหวัด และยังมีปัญหาเศรษฐกิจ มีรายได้ไม่เพียงพอ ปัญหาสภาวะแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อพวกสตรี  เป็นเสยงสะท้อนของสตรี ที่มองว่า ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวด้อยคุณภาพในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว หรือการที่ต้องไปทำงานหรือในสถานที่ๆไม่เหมาะสมกับมุสลิม อาทิ ในร้าน ที่ไม่ฮาลาล” เธอ กล่าว

สำหรับปัญหายาเสพติด เธอ เล่าว่า จากการเข้าไปเยี่ยมมุสลิมะห์ในเรือนจำที่มีจำนวน 70 คน พบว่า 90% ถูกดำเนินคดียาเสพติด โดยส่วนใหญ่ เป็นผู้ค้า หรือเกี่ยวข้องอยู่ในกระบวนการจำหน่าย ส่วนการเสพจะอยู่ในกลุ่มเยาวชน ปัญหาครอบครัวมีปัญหาการห่างไกลศาสนา ทำให้ทุกคนบกพร่องต่อหน้าที่ หัวหน้าครอบครัวก็มีความบกพรอง มีผลทำให้เกิดปัญหาอื่น เป็นฐานของปัญหาอื่นๆ ทำให้เด็กเห็นความสำคัญของการศึกษาน้อยลง   มุ่งไปสู่สิ่งเสพติด

“ในการทำงานได้พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งทางจังหวัดได้ศึกษาปัญหา และได้ชี้ปัญหามายังสังคมมุสลิม หรือสตรีมุสลิม ซึ่งเราขอศึกษาปัญหาเอง เพราะมีบางส่วนถูกและบางส่วนไม่ถูก อย่างปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากปัญหาความลำบากยากจนแล้ว ยังมีปัญหาไป ใช้เงินที่ผิดประเภท อาทิ การกู้เงินนอกระบบ ซึ่งปัญหาการใช้เงินนอกระบบจะลิงค์ไปที่ปัญหาครอบครัว ส่งผลต่อปัญหาการศึกษาด้วย ทางสมาคมฯจะรวมปัญหาอย่างเป็นระบบหลังศึกษา จะสังเคราะห์ แล้วแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชกาจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เพระสมาคม อยู่ในเครือข่ายของภาครัฐ การแก้ปัญหา หรืแประสานงาน เพราะสมาคมถือเป็นองค์กรที่เข้ามาช่วยเหลืองานของราชการ ” เธอ กล่าว
ดร.เกศแก้ว กล่าวว่า ปัญหาการศึกษาที่มีอยู่เป็นปัญหาความเข้าใจผิด บางส่วนมาจากค่านิยมไม่ให้สตรีเรียนหนังสือ ไม่จำเป็นต้องเรียนมากยังมีอยู่  หรือปัญหาเด็กท้องก่อนกำหนด ประมาณ 12-13 ปี ซึ่งจะทำให้เด็กถูกตัดออกจากระบบการศึกษากะไปคุยกับพ่อแม่ว่า ทำอย่างไรให้ลูกได้เรียน เพราะถ้าลูกไม่มีการศึกษา ก็จะมีปัญหาในอนาคต พ่อแม่จะต้องสนับสนุนก่อน ซึ่งเราก็มีเครือข่ายโรงเรียนสามัญแบบบูรณาการ เรียนศาสนาและสามัญด้วย

“เราต้องการช่วยสตรีให้เตรียมตัวเองให้พร้อม รองรับกับสังคมมีโหดร้ายทุกวัน   ตระหนักในเรื่องการเรียนรู้และใส่ใจเรื่องการศึกษา ให้ความสำคัญกับศาสนา เรื่องเศรษฐกิจก็จะตามมา ในการทำงานจะเดินสายไปสร้างแรงบันดาลใจกับสตีในโอกาสต่างๆ  ให้ความสำคัญในการเข้าไปในโรงเรียน  เปิดเวบไซด์  http://www.akm.ick.or.th/  ให้ความรู้ และจัดรายการวิทยุชุมชน 88.25MHz ให้ความรู้เรื่องศาสนา เรื่องสาธารณสุข รวมทั้งกำหนดวันสตรีกระบี่ ในเดือนตุลาคม เป็นงานใหญ่ที่เชิญผู้จากทุกฝ่ายเข้าร่วม ” เธอ กล่าวและว่า การตอนรับดีมาก จากตอนแรกเรามีสมาชิก 300-400 คน ตอนนี้มีประมาณ 2,000 คน บรรดาสมาชิกก็ต้องการ ให้สมาคมฯไปจัดกิจกรรมในพื้นที่ เราไปจัดตามอบต. บางทีก็อบากให้ลงไปตามหมู่บ้าน ซึ่งสมาคมมีคณะกรรมการระดับจังหวัด 25 คน ระดับอำเภอซึ่งจะมีตัวแทนจากตำบลต่างๆ 15 คน เพื่อให้การทำงานกระจายทั่วถึง

“เป้าหมายในการทำงาน ต้องการพัฒนาการศึกษาและศาสนา ซึ่งจะส่งผลไปสู่เศรษฐกิจ สังคมและครอบครัว เป็นบวกมากขึ้น” กล่าว และว่า ในการทำงานจะแบ่งเวลาการทำงาน ในงานประจำก็จะทำวันธรรม ส่วนงานของสมาคมฯ จะทำในวันเสาร์-อาทิตย์ บางทีก็ใช้ระบบออนไลน์มาใช้ ในการประชุม ประสานงาน หรือสั่งการ

“ ไม่มีปัญหาเรื่องเวลาทำงาน เพราะจัดระบบได้อยู่แล้ว และใช้ไอทีช่วยในการทำงาน ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา เมื่อทำแล้วเห็นการพัฒนาเป็นบวกก็มีกำลังใจในการทำงาน” เธอ กล่าวในที่สุด
บทบาทของ ดร.เกศแก้ว ที่ได้เสียสละเวลาส่วนตัว ทำงานให้กับสังคม นับเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมมุสลิม ให้มีคุณภาพและเป็นสังคมที่ดีงามตามหลักอิสลาม

 

หมายเหตุ: จากนิตยสาร Mtoday ฉบับที่ 33 เดือนกันยายน 2557




บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1293 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 31 + 96 =
ความคิดเห็น :