Bookmark and Share

ศ.ดร.จรัล มะลูลีม ความภูมิใจของสังคมไทย


เป็นอีกความภาคภูมิใจหนึ่งของสังคมมุสลิมกับการที่ ศ.ดร.จรัล มะลูลีม อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ได้รับการยกย่องเป็น “กีรตยาจารย์” ตำแหน่งที่มีเกียรติสูงวิชาการ ทำไมลูกชาวนาจากพระนครศรีอยุธยาคนนี้ถึงประสบความสำเร็จสูง ชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่ดี 

เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านร้านอาหารโซเฟีย รามคำแหง ซอย 5 คึกคักไปด้วยบรรดาศิษย์เก่าของอิสลามศรีอยุธยาวิทยาลัยมูลนิธิ กรรมการสมาคมศิษย์เก่าอิสลามศรีอยุธยา และญาติที่ใกล้ชิดกับ ดร.จรัล มะลูลีม ที่ได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็น “กีรตยาจารย์” เป็นมุสลิมคนแรกๆ ที่ได้รับเกียรติสูงแบบนี้

ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม เกิดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในครอบครัวอิสลามที่เคร่งครัด  พ่อทำนา แม่เป็นครู อันมีส่วนสำคัญในการเปิดโลกกว้าให้ ดร.จรัล มองโลกกว้าง

“การอ่านหนังสือ เป็นสิ่งที่ชอบมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ และมีคุณพ่อ คุณแม่ที่ดี ได้เรียนภาษาอังกฤษจากคุณพ่อ ตั้งแต่เล็กๆ เลี้ยงวัวไปด้วยก็เรียนไปด้วยคุณพ่อเป็นชาวไร่ชาวนาที่มีความทันสมัยในเวลาเดียวกัน ก็เป็นนักการศึกษาด้วย คุณแม่ก็เป็นครู เราเติบโตมาในครอบครัว ความรู้ และการถ่ายทอด จึงมีความทรงจำที่ดีๆ เชื่อว่า การเรียนใดๆ ก็แล้วแต่จะประสบความประสำเร็จ ถ้าผสมผสานระหว่างความคิดทั้งทางโลกและทางธรรมเข้าด้วยกัน” ดร.จรัล เล่าถึงสิ่งที่กล่อมเกลามาตั้งแต่วัยเด็ก 

จากเด็กท้องนา ด้วยการปลูกฝังจากผู้เป็นพ่อ ที่ได้ผ่านโลกกว้างมาหลากหลายผลักดันให้ดร.จรัล เดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ โดยไปเรียนจนจบปริญญาตรี B.A. Political Science, ปริญญาโทด้าน Political Science,  M.Phil. West Asian Studies, และปริญญาเอก เกี่ยวกับ West Asian Studies (เอเชียตะวันตก) และ Diploma in Applied Art จาก มหาวิทยาลัย Aligarh Muslim ประเทศอินเดีย

อาจารย์เล่าว่า ครอบครัวมีส่วนสำคัญมากในการผลักดันให้เรียนรู้โลกกว้าง พ่อเป็นผู้จุดประกายความสนใจในด้านต่างประเทศ เพราะพ่อเป็นนักเรียนนอก เมื่อหลายสิบปีก่อนไปเรียนที่ซาอูดิอาระเบีย แม่ก็ไปเรียนอยู่พักหนึ่ง กลับมาความรู้สึก ความผูกพันกับ
พี่น้องมุสลิมทั่วโลก ตอนเด็กๆ พ่อก็จะพูดถึงประเทศที่เราไม่รู้จักมาก่อน พูดถึงตูนีเซียพูดถึงอียิปต์ พูดถึงสงคราม พูดถึงการเปลี่ยนผ่าน เพราะสมัยก่อนการเดินทางไปซาอูดิอาระเบีย ยากลำบาก คุณพ่อต้องไปทางปีนังได้สถานที่หลากหลาย ประสบการณ์เหล่านี้ก็มาถ่ายทอดให้ผม และผมก็เป็นคนชอบประวัติศาสตร์ ก็เลยศึกษา ชอบการเมือง ก็เลยศึกษาด้านการเมือง 

หลังเรียนจบได้กลับมาเป็นนักวิชาการ
ที่เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางศึกษาและโลกมุสลิม ในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีบทบาทสูงในการอธิบายให้สังคมไทยเข้าใจมุสลิม เข้าใจโลกอิสลาม และเข้าใจปัญหาในตะวันออกกลาง จึงได้
รับเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษ เป็นวิทยากรพิเศษถ่ายทอดความรู้ การบรรยายในมหาวิทยาลัยและองค์กรอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นต้น

การบรรยายที่ ศ.ดร.จรัล ภูมิใจและปลาบปลื้มใจมากที่สุด คือ การบรรยายต่อหน้าพระพักตร์ของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ถึง 2 ครั้ง 

สิ่งที่ ศ.ดร.จรัล ปฏิบัติจนเคยชิน นอกจากการอ่านแล้ว ก็มีการเขียน การถ่ายทอด
และการเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ทำให้มีผลงานวิชาการออกมามากมาย เป็นบทความประมาณ 1,000 บทความ เป็นหนังสือที่เขียนเองและหนังสือแปล ประมาณ 30-40 เล่ม 

“ความสำเร็จในชีวิตมาจาการทำงานหนัก การอ่าน การเขียน ความสนใจ เกี่ยวกับสถานการณ์ความเป็นไปของโลก อย่างผมอยากรู้จักโลกมุสลิม ผมถึงได้แปลหนังสือโลกมุสลิม ซึ่งมีความยาว 900 หน้า พูดถึง 13 ศตวรรษของโลกอิสลาม ตั้งสมัย
ก่อนอิสลาม หรือก่อนการกำเนิดของศาสดามูฮัมหมัด จนถึงปี 2000 หลังจากนั้นก็ได้ศึกษา เพิ่มเติม โดยส่วนตัว เป็นคนชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบคิด ชอบถ่ายทอด ซึ่งตัวเองก็เหมาะสมกับความเป็นครู มีคำพูดว่า ก่อนจะเขียนหนังสือซักเล่ม เราต้องอ่านหนังสือเกือบทั้งห้องสมุด อะไรประมาณนี้ ซึ่งจริงๆ เป็นคำพูดที่เกินเลยไปแต่จริงๆ แล้ว เป็นการสะท้อนว่า การได้ความรู้มานั้น ด้วยการอ่าน ได้มาด้วยการเขียน ได้มาด้วยการให้ความสนใจต่อความเป็นไปของโลก แล้วก็รักการสอน รักการถ่ายทอด การถ่ายทอด จึงเป็นชีวิตของผม” ศ.ดร.จรัล กล่าวถึงสิ่งที่นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต 

ศ.ดร.จรัล เขียนบทความลงในวารสารที่เกี่ยวข้องกับโลกมุสลิมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เรียนจบ และเขียนหนังสือ แปลหนังสือมาตลอดชีวิต ผลงาน อาทิ หนังสือประวัติศาสตร์ชนชาติอาหรับ แปลจากงานเขียนของอัลเบิร์ต ฮูรานีและมาลิส รูทเวน แปลหนังสือศาสนากับโลกจากงานเขียนมุรตะฎอ มุเฏาะฮารี แปลหนังสือความสัมพันธ์ทางสังคมในอิสลามจากงานเขียนของซัยยิด มุฮัมหมัดและฮุเซน ตะบะตาบาอีย์ เป็นต้น  เขียนหนังสือหนังสือภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียหลังสงคราม หนังสือวิกฤต ฮินดู-มุสลิม : จากอโยธยาสู่บอมเบย์ = Hindu-
Muslim conflict : Ayodhya to Bombay หนังสืออิรักหลังสงคราม เป็นต้น รวมถึงเป็นบรรณาธิการหนังสือที่สำคัญ เช่น หนังสือสัจธรรมแห่งฮัจญ์ หนังสือความเป็นจริงในตะวันออกกลาง (บรรณาธิการร่วมกับเสาวนีย์ จิตต์หมวด) และหนังสือปรัชญาอิสลาม(อิมรอน มะลูลีมและกิติมา อมรทัต ค้นคว้าและเรียบเรียง) เป็นต้น

ในทางการเมือง ศ.ดร.จรัล สนใจในการเมืองและได้ก้าวย่างสู่การเมืองในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับประเทศตะวันออกกลาง โลกมุสลิม และกิจการศาสนาอิสลามภายในประเทศ ศ.ดร.จรัล กล่าวว่า เคยเข้าไปอยู่ในแวดวงการเมืองอยู่พักหนึ่ง เพราะการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ การที่เราจะผ่านอะไรก็แล้วแต่ก็ต้องผ่านการเมือง แม้แต่กฎหมายอิสลามที่ขณะนี้กำลังจะปรับปรุงใหม่ 6 ฉบับ ก็จะต้องผ่านการเมือง กฎหมายอิสลามที่เราใช้อยู่ใช้มานาน ถึงเวลาต้องปรับปรุง เพื่อให้สังคมมุสลิมมีความเข้มแข็ง และให้สังคมไทยได้รู้จักอิสลามมากขึ้น คิดว่าเป็นปณิธานของการอยู่ร่วมกัน ของคนในชาติที่ดี

ศ.ดร.จรัลบอกถึงเคล็ดลับในการใช้
เวลาที่นำไปสู่ความสำเร็จว่า เวลาที่ดีที่สุดคือการนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ตื่นมาตี 2 หรือตี 3 คิดว่า ช่วงนั้นสมองสดใส เพราะว่า เราได้พักผ่อน แล้วก็จะมาอ่านหนังสือช่วงหนึ่งและดูโทรทัศน์ และกำหนดเวลาว่า มีงานที่ไหนบ้าง งานไปสอนตามสถานที่ต่างๆ งานเขียน งานพาลูกศิษย์ไปต่างประเทศ หรืออื่น ก็จะผสมผสานกัน ตลอด ก็แบ่งเวลาว่าอย่างนี้แล้วก็ต้องทำให้เสร็จ จะวางแผนชัดเจนว่า เขียนหนังสือ กี่เดือนจะแล้วเสร็จ การหาข้อมูลเพิ่มเติม ควรจะไปหาข้อมูลที่ประเทศใดบ้าง เพื่อไปหาความรู้ 

“พระผู้เป็นเจ้าได้มอบสิ่งดีๆ ให้กับผม
มากเลย คือการได้เดินทางไปหลายประเทศ ประมาณ 50 ประเทศ และเห็นความหลากหลาย ทำให้เราใจกว้าง ที่จะเข้าใจกันและกัน  ไม่สุดโต่ง ไม่เป็นผู้ที่นิยมความรุนแรง แต่นิยมสันติ ผมเคยเขียนบทความตั้ง ม. 6 ว่า ในชีวิตได้ไปสัมผัสผู้นำของโลก ฝันก็เป็นจริง เพราะผมเป็น 1 ในมุสลิมไทยที่ได้มีโอกาสเจอกับผู้นำมุสลิมมากที่สุด เจอตั้งแต่ พ.อ.โมฮัมมาร์ กัดดาฟี่ ที่บ้านพัก ตริโปลี พบกับ อยาตุลเลาะห์ คาเมนี่ ประธานาธิบดีอิหร่าน พบอายาตุลเลาะห์ คออตามี พบกษัติย์จอร์แดน นายกรัฐมนตรีของจอร์แดน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และอีกหลายประเทศ” ศ.ดร.จรัล กล่าว และว่า ได้เข้าร่วมประชุมกับกระทรวงการต่างประเทศหลายครั้ง ประชุมกับ OIC ซึ่งในการประชุม เมื่อถึงเวลาละหมาด ผู้นำที่เรียกว่า สุดยอดอิสลาม ต้องมาละหมาดพร้อมๆ กัน ด้วยความมุสลิม เราจึงได้สมานกัน ทั้งกษัตริย์ ประธานาธิบดี ผู้นำ ฮามิร หรือที่เรียกชื่ออื่นๆ ก็ตาม 

ศ.ดร.จรัล กล่าวว่า สิ่งหนึ่ง ที่คิดว่า มุสลิมต้องดูแล คือความหลากหลาย เพราะใน
ความหลากหลายมีสิ่งให้เราได้คิดใคร่ครวญ จำได้ว่า ตอนไปลิเบียผ่านทะเเมดิเตอร์เรเนียนกับผู้นำศาสนา 4 คน จะพบว่า ละหมาดไม่เหมือนกันเลย ตั้งแต่กอดอก ไม่กอดอกไม่สอดขา สอดขา ซึ่งมีหลายแบบ ซึ่งห็นความหลากหลาย และเห็นว่าในสำนักคิดอิสลามก็มีความหลากหลาย เพราะฉะนั้นเราไม่ควรไปมอบนรก สวรรค์ให้กับใครได้ เราต้องศึกษากันและกัน

“การที่ได้รับการสนับสนุนให้เรียนด้าน
ต่างประเทศ ไม่เน้นการเรียนด้านศาสนาอย่างเดียว เพราะทั้งพ่อทั้งแม่ เป็นคนรักการศึกษา แต่การศึกษาที่ดี ที่โรงเรียนอิสลามศรีอยุธยาสอน ก็จะต้องมีทั้งโลกนี้และโลกหน้า เหมือนว่าเราจะละทิ้งร่างกายไม่ได้ กายกับจิตต้องไปด้วยกัน ทางโลกทางธรรมต้องไปด้วยกัน การสอนแบบนี้ทำให้เกิดดุลยภาพแก่ชีวิตเป็นอย่างมาก และเวลาเกิดเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ ทำให้เรากลับไปย้อนคิดถึงสภาพการณ์เก่าๆ และทำให้ชีวิตมีความสุข และใช้เป็นทางนำได้ ชีวิตของเรานั้น จะต้องใช้พฤติกรรมที่เป็นกลางเป็นหลัก เข้าใจคนรอบข้าง เวลาเดียวกัน ก็ไม่ควรสติ๊กตัวเองอยู่กับชุมชนอื่น เราควรจะรู้จักชุมชนอื่นให้มาก และอย่างที่เราทราบ ในขณะนี้อิสลามเป็นศาสนาที่คนนับถือมาก มากที่สุดแม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์หลายอย่างก็ตาม เพราะมีเสน่ห์และมีสัจธรรม” ศ.ดร.จรัล ให้ข้อคิด 

สำหรับโลกยุคปัจจุบันที่มีความขัดแย้งสูง ศ.ดร.จรัล เห็นว่า มุสลิมใหม่ๆ หรือคนรุ่นใหม่ อย่าไปคิดในเรื่องถูกผิด ใช้ได้ไม่ได้ ให้คิดถึงสุนทรียภาพ ให้คิดอิสลามที่โอบล้อมไว้ ความรัก ความเมตตา และสร้างศิลปหัตถกรรม สร้างคุณูปการให้โลกมุสลิมมาตลอดระยะเวลายาวนาน ถ้าอิสลามไม่มีความงดงามทางด้านจริยธรรม อิสลามคงไม่อยู่จนถึงบัดนี้ และไม่มีคนนับถือมากที่สุดในโลกอย่างทุกวันนี้ 
“โลกมุสลิมที่ความขัดแย้งในระยะหลังนี้ น่าเสียใจที่เรามีสื่อมากขึ้น แต่เราได้ความเป็นอุมมะห์ที่จริงใจต่อกันน้อยลง เรากลายเป็นค่ายใดค่ายหนึ่งไป เป็นจิตวิญญาณที่น่าเสียดาย ถ้าเรายิ่งมีสถานีโทรทัศน์มาก เรายิ่งมีความเป็นเอกภาพก็จะเป็นเรื่องดี ระยะ
หลังนี้ผมจึงเน้นการเผยแผ่อิสลามที่สามารถทำให้คนมุสลิมรวมกันได้มากที่สุด เข้าใจกันมากที่สุด และก็มุสลิมก็ไม่ควรจำกัดอยู่กับมุสลิมอย่างเดียว คือ อยากให้อิสลามแผ่ขยายออกไป เหมือนการแผ่ขยายในฝรั่งเศส ในยุโรป ด้วยความพยายามของคนเป็นวิศวกร นายแพทย์ ทำให้คนพูดถึงอิสลาม หรือพูดถึงความสำเร็จของอิสลามได้อย่างดีงามถูกต้อง” ศ.ดร.จรัล กล่าวเตือนสติ 

“เรื่องการฟัตวา เรื่องถูกเรื่องผิด เรื่องทำได้ไม่ได้ เป็นเรื่องดีที่เราเข้าใจแล้ว แต่ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นให้เราแย่ มาแบ่งค่าย หรือกลายเป็นที่พายเรือในอ่างอย่างเดียว ซึ่งไม่ได้ก้าวออกไปในวงกว้างการปะทะกันทาง ด้านมัรฮับไม่ควรจะเกิดขึ้น อย่าลืมว่ามัรฮับทั้งหลายเกิดขึ้นหลังจากศาสนทูต (ซ.ล.,)ได้จากไปแล้ว ถ้าเรานำประวัติศาสตร์มาถกเถียงถึงขั้นว่ากล่าวกัน จนถึงขั้นเป็นสงครามขนาดนี้ ผมเองรู้สึกเสียใจ ที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น” ศ.ดร.จรัล กล่าว 

สำหรับการศึกษา ศ.ดร.จรัลเห็นว่าการศึกษาของประเทศไทยควรจะดูประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการศึกษา ซึ่งประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการศึกษาส่วนใหญ่ๆ เด็กไม่ใช้เวลาเรียนมากเรียนแค่ครึ่งวันก็พอแล้ว ให้มีเวลาได้ใช้สมองคิดบ้างควรจะจัดลำดับเวลาให้พวกเขาได้มีเวลาพักผ่อน พวกเขาได้มีเวลาคิดใคร่ครวญในอิสลามเน้นเรื่องการใคร่ครวญ เน้นเรื่องการศึกษาแบบมีตรรกะ รู้จักคิด  

“ความแตกต่างของการวิเคราะห์ข่าว ง่ายนิดเดียว คือเราอ่านข่าวเหมือนกัน แต่เราวิเคราะห์ต่างกัน ผมชอบการวิเคราะห์ที่
แตกต่าง และมีวิธีที่สืบค้นได้ วิธีการที่สืบค้นได้ ทฤษฎีของอิบนิ คอนดู สามารถเขียนประวัติศาสตร์ให้สามารถสืบค้นไปได้ถึงความเป็นจริงได้ การวิเคราะห์ข่าวสมัยนี้ จะต้องวิเคราะห์ข่าวเยอะก็จะเน้นวิเคราะห์จากการอ่านก่อน แล้ววิเคราะห์ด้วยตัวเอง อันนี้จะได้นัยอีกแบบหนึ่งมากกว่าการวิเคราะห์ตามหลัง แต่การวิเคราะห์ก็มีต้องมีข้อมูลเยอะ ถ้าอ่านมากข้อมูลก็จะอยู่ในความคิดเราหมดแล้ว ซึ่งง่ายต่อการที่จะอธิบาย”  

เมื่อถามว่า ชีวิตที่ได้อะไรมากมาย ได้รับการยกย่องมากมาย มีความพอใจในความสำเร็จหรือยัง ศ.ดร.จรัล กล่าวว่า ความพยายามเป็นของเรา แต่ความสำเร็จ
เป็นของพระผู้เป็นเจ้า เราก็ไม่ได้สำเร็จในทุกเรื่อง บางเรื่องที่เราอยากได้ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ความเป็นโลกดุนยา ต้องทำใจเหมือนกันว่า ความสำเร็จทั้งหลายแหล่ถ้าได้มาแค่ไหน เราควรจะพอใจ

“ตอนนี้ถ้าพูดถึงในด้านการศึกษาผมพอใจ เพราะว่าเป็นศาสตรจารย์ เป็นกีรติยาจารย์ ได้เป็นอาจารย์ดีเด่น ได้รับรางวัลหลายแห่งทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ ได้มีโอกาสไปสอนในสถานบันที่ถือว่า เป็นชั้นยอดของไทย และได้ไปสอนในต่างประเทศด้วย ก็คิดว่า ในสายอาชีพที่มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติและรักษาไว้ พอใจแล้ว” 

ศ.ดร.จรัล กล่าวถึงบทบาทจากนี้ไปว่า  ชีวิตย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว สิ่งที่อยากทำตอนนี้ก็คือ ได้บันทึกความทรงจำ และเล่าเรื่องราวให้กับลูกหลานฟังเท่าที่พลังยังมีอยู่ ขณะนี่ยังมีหนังสือใหม่ๆ ออกมาอีก ทยอยกันไป เขียนหนังสือต่อเนื่อง และมีสำนักพิมพ์มาคอยติดตาม และคอยเสนอให้และผมเป็นคนเขียนหนังสือที่ไม่ต้องห่วงว่าจะพิมพ์ที่ไหน เพราะมีคนติดต่อที่จะพิมพ์ให้อยู่แล้วที่เขียนมา 

ชีวิตของศ.ดร.จรัล นับเป็นแบบอย่างที่ดีของคนที่ต้องการประสบความสำเร็จ ขยัน และมุ่งมั่นในอาชีพที่ตนทำอยู่อย่างจริงจังและมีคุณภาพ  

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1481 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 49 + 12 =
ความคิดเห็น :