Bookmark and Share

กองทุน F-Grand บริหารคอนโดอ่าวนาง ปันผลร้อยละ 7-12 น่าเชื่อถือไว้ใจได้



จาก F-1 และ F-2 ที่ได้ระดมทุนมาลงทุนก่อสร้างคอนโดมีเนียม ที่อ่าวนาง จ.กระบี่ ล่าสุด “ฮิดายะห์” ได้กองทุนกองใหม่ F-Grand เพื่อนำมาตกแต่งและบริหารคอนโดมีเนียม ระยะเวลา 18 เดือน ผลตอบแทนคาดว่า 7-12%

นายศักดิ์โอฬาร มะมัย ประธานบริหารฮิดายะห์ คอนโดเทล ได้เปิดตัวกองทุนใหม่ กองทุนฮิดายะห์แกรนด์ อ่าวนาง (F-Grand) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีผู้บริหารและผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมมุสลิมร่วมเปิดตัวอย่างคับคั่ง อาทิ ดร.วรวิทย์ บารู อดีต ส.ว.ปัตตานี เป็นต้น

นายศักดิ์โอฬาร กล่าวว่า ในการก่อสร้างฮิดายะห์คอนโดเทล ที่อ่าวนาง จ.กระบี่ แล้วเสร็จไปประมาณ 70% ทั้ง เฟส 1 และเฟส 2 ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งการก่อสร้างจะทันตามกำหนดเวลาที่วางไว้ ซึ่งในการก่อสร้างทาง
ฮิดายะห์ได้จัดตั้งกองทุนมาก่อสร้าง คือ F1 และ F2 ซึ่งในการบริหารกองทุนทั้ง 2 ไม่มีปัญหามีการจ่ายเงินปันผลตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งคอนโดฯ ที่ก่อสร้างสามารถขายได้เกือบ 100% เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยที่มีปัญหาเรื่องการโอน

“เงื่อนไขในการซื้อคอนโดฯ จะให้ทางฮิดายะห์ เป็นผู้บริหาร ซึ่งเราได้จัดตั้งฮิดายะห์ แกรนด์ขึ้นมาบริหาร เจ้าของห้องได้สิทธิ์เข้าพักปีละ 13 วัน โดยทางฮิดายะห์แกรนด์ จะแบ่งรายได้ให้กับเจ้าของห้องตามที่ตกลงกัน เพื่อให้การบริหารฮิดายะห์คอนโด เป็นไปด้วยความราบรื่น เราจึงได้ออกกองทุน ฮิดายะห์แกรนด์ หรือ F-Grand เพื่อมาใช้ในการบริหารคอนโดฯ” นายศักดิ์โอฬาร กล่าว

“การเปิดขายหน่วยลงทุน F-Grand  เป็นการต่อยอดฮิดายะห์คอนโดเทล เพราะตอนที่มีการก่อสร้างฮิดายะห์คอนโดเทล ไม่มีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการด้านโรงแรมมาเลย แต่เราได้สร้างจนเสร็จและขายให้ได้ แต่การต่อยอดให้ลูกค้าทุกคนมีความมั่นใจว่าการที่เราจะบริหารโรงแรมต่อจะต้องมีฮิดายะห์ แกรนด์ เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่จะบริหารให้ถึงเป้าหมาย ต้องบริหารอีก 20-30 ปี ต้องดูแลห้องพักของทุกคนที่มาซื้อคอนโดฯ เป็นภาระหน้าที่ๆ สำคัญ ซึ่งเราดีใจอย่างยิ่ง ที่ได้รับภารกิจนี้” ประธานฮิดายะห์ กล่าวว่า ขณะนี้เราได้เชิญบุคคลที่คร่ำหวอดในการบริหารโรงแรม มาร่วมบริหาร อาทิ มีคุณมนู รามาสูตร ที่เคยบริหารโรงแรมเครือรีเจนท์ ชะอำ คุณสุเมธ ช่างเรือ ผู้บริหารซันดา รีสอร์ท ที่ความรู้ความเชี่ยวชาญตลาดนักท่องเที่ยว และยังมีอีกหลายคนที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งจะทำให้ท่านที่ลงทุนมั่นใจว่า ฮิดายะห์คอนโด สร้างเสร็จแล้วมีคนดูแลที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจริงๆ มาดูแล ไม่ได้ขายสิ่งที่เป็นนามธรรม แต่ขายสิ่งที่สามารถจับต้องได้ มีคนทำงานที่รับผิดชอบจริงๆ

“F-Grand จะเป็นส่วนที่จะมาแต่งหน้า การทำให้ฮิดายะห์คอนโดมีความสมบูรณ์แบบ เราจะมีร้านอาหารที่หรูหรา ใช้งานไปอีก 20-30 ปี ใช้วัสดุที่ดี มีห้องประชุมที่มีอุปกรณ์ทันสมัย มีสระว่ายน้ำที่สวยงาม แยกชาย-หญิง มีล็อบบี้ที่สวยงาม เพื่อความ
ภาคภูมิใจของเจ้าของห้องและแขกที่มาพัก ให้สมบูรณ์แบบตามที่เราตั้งเป้าเป็นคอนโดฮาลาล จึงเป็นเหตุผลที่จะระดมทุนประมาณ 20 ล้านบาท แบ่งเป็นหน่วยลงทุนหน่วยละ 10,000 บาท เริ่มจากเดือนพฤษภาคม 2558 จนถึงพฤศจิกายน 2559 เป็นเวลา 18 เดือน เงินปันผล 7-12% ยืนยันว่า จะสร้างให้หรูหราจริงๆให้เราได้ภาคภูมิใจในการทำงานของเรา เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้มุสลิม ซึ่งสามารถทยอยลงทุนได้เลย อยากให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมกันเยอะๆ ร่วมกันทำให้ฮิดายะห์คอนโดเทลมีความสมบูรณ์แบบเป็นหน้าตาของมุสลิมเรา”

ฮิดายะห์ คอนโดเทล ตั้งอยู่ที่อ่าวนาง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นทำเลทองของการเที่ยวของจังหวัดกระบี่ มีห้องพัก 150 ห้อง ตกแต่งระดับหรู เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก  โดยมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวตลาดฮาลาล มาเลเซีย อินโดนีเซีย และกลุ่มประเทศอาหรับ ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตสูง จะได้เห็นจากการมีเที่ยวบินตรงจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย มายังจังหวัดกระบี่ จำนวนสัปดาห์ละหลายเที่ยวบิน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก เป็นตลาดที่กำลังเติบโตสูง การซื้อหน่วยลงทุนฮิดายะห์แกรนด์ จึงจะได้รับผลตอบแทนตามเป้าหมายที่วางไว้

“ความจริงจากการคำนวณทางการตลาด เราได้ผลตอบแทนมากกว่าที่กำหนดไว้มากว่า 15% เราไม่ต้องการให้ตัวเลขมากเกินไป จึงกำหนดไว้ 7-12% ซึ่งตอนนี้แม้ว่ายังไม่ได้ขายแพคเกจ แต่เราได้ออกตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย เพื่อแนะนำโครงการ
มาแล้วหลายครั้ง ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวจาก 2 ประเทศนี้เป็นอย่างดี หลายคนต้องการมาเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต ซึ่งเมื่อเราทำตลาดอย่างจริงจัง คาดว่า จะได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี” นายสุเมธ ช่างเรือ กล่าวและว่า กระบี่มีอัตราการเติบโตของ
นักท่องเที่ยวสูง เพราะการเดินทางสะดวกทางทางอากาศและทางบก

สำหรับฮิดายะห์คอนโดเทล มีสถาบันการเงินอิสลามให้การสนับสนุนหลายแห่ง อาทิ เครือข่ายสหกรณ์อิสลาม สหกรณ์ศรัทธาชน สหกรณ์สันติชน สหกรอิฟนูอัฟฟาน ชุมนุมสหกรณ์มุสลิมแห่งประเทศ กองทุนอัลฮิดายะห์ กองทุน TMTV กองทุนอัลบิร อยุธยา เป็นต้น 

ดร.วรวิทย์ บารู : ต้องช่วยธุรกิจฮาลาล 
สมัยก่อนโต๊ะครูน่าสงสารมาก ช่วงหน้าซะกาต มีคนมาให้ข้าวสารบ้าง เงินทองบ้างมีการเก็บหอมรอมริบบ้าง แต่ไม่มีสถาบันการเงิน ไม่ได้ฝากธนาคาร เพราะเกรงกลัว(ดอกเบี้ย) แต่โต๊ะครู เอาเงินซะกาตไปให้พี่น้องมุสลิมสร้างธุรกิจเพื่อให้ตัวเขา เมื่อออกมามีรายได้ แต่แล้วการทำงานไม่เป็น ไม่มีความชำนาญในการบริหารจัดการ ทำให้เราล้มกันไป มีจำนวนมากที่ปิดกิจการหลายแห่ง

วันนี้ เป็นความท้ายทายที่จะช่วยกันคนละไม้ละมือ ตอนนี้ยางมีปัญหา สหกรณ์ให้สินเชื่อก็มีปัญหา ชาวบ้านไม่มีจริงๆ ก็มองดูว่า ธุรกิจต่างๆ ระดมทุนพี่น้องเรา ในเรื่องสถาบันการเงินที่คอยควบคุม เรากล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ เรามีพรรคพวกมากมาย แต่ต้องจัดการให้ดี สถาบันการเงินบางแห่งเราอยากให้ดีให้โต แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ฮิดายะห์คอนโดฯ จะต้องช่วยกันสร้างในกรอบที่อัลเลาะฮ์ให้เราภูมิใจ ดีกว่าไปยุ่งเรื่องรีบาต้องเชื่อมั่นในสิ่งเหล่านี้ ต้องชัดเจนบนทางเดินบนกรอบอิสลาม ไม่ล้าหลังแน่นอน เราต้องเดินไปข้างหน้า ซึ่งฮิดายะห์ จัดการในรูปแบบฮาลาล 100%
เรื่องของฮาลาล อย่างในมาเลเซียมีฮาลาล 100% เพียงแห่งเดียว ตามที่ได้สอบถามมา แต่ของเราทำได้ ไม่ใช่เฉพาะที่กระบี่ แต่เป็นความภาคภูมิใจของมุสลิมทั้งหมด ตอนนี้เรากำลังพัฒนาฮาลาล อย่างสหกรณ์ก็มีการเติบโตมีวงเงินหมุนเวียนประมาณ 20,000 ล้านและจะโตขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นการสร้างงานให้กับเยาวชนของเราอีกจำนวนมาก ที่จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต หากมีธุรกิจที่ฮาลาลจะต้องช่วย เป็นวิสัยทัศน์ที่เราจะต้องช่วย ช่วยอัลเลาะฮ์ ก็จะให้ความจำเริญตอบแทน 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2558


บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1084 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 9 + 23 =
ความคิดเห็น :