Bookmark and Share

คนเลี้ยง “นก” ความภูมิใจนับเงินล้าน


การเลี้ยงนกกรงหัวจุกสำหรับการแข่งขัน เป็นงานอดิเรกของคนรักนก จากภาคใต้ได้กระจายในหลายพื้นที่ กรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียง นกเสียงดีมีราคานับล้านหรือล้านบาททีเดียว จึงถูกประคบประหงมบางครั้งมากกว่าลูกในไส้เสียอีก 

“นกกรงหัวจุก” เป็นนกยอดนิยมมากกว่านกเขาเล็กหรือนกเขาชวา เพราะเลี้ยงง่ายกว่า “ร้อง” ได้ง่ายกว่า การแข่งนกเขาชวาหรือนกเขาเล็ก นกกรมหัวจุกส่วนใหญ่ถูกนำมาจากภาคใต้ และมีนกพื้นบ้านบ้าง นกที่ร้องวดีไม่ตื่นตกใจง่ายจะได้รับความนิยมสูง คนเลี้ยงนกกรงหัวจุก มีหลายระดับ ตั้งแต่ชาวบ้านถึงระดีบนายพันนายพล เวลาที่มีการแข่งขันหลายคนจะปิดหน้าปิดตาเพื่อกันความร้อน แต่ในอีกด้านหนึ่งปิดเพื่อสงวนใบหน้าที่แท้จริง แบบชอบแต่ไม่อยากเปิดเผยตัว แต่ถ้าดูรถที่จอดบริเวณสนาม มีรถหรูๆ ให้เห็นจำนวนไม่น้อย

ในกรุงเทพฯ มีการแข่งขันนกกรงหัวจุกค่อนข้างหนาแน่น เช่น สนามสว่างอรุณ ถนนเฉลิมพระเกียรติ สนามปานเหล็ง อ่อนนุช 39 สนามเทคโนราม 68 สนาม สนาม 13 เหรียญพระราม 9 เป็นต้น แต่ละสนามก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยหลีกวันแขงให้กันและกัน อาทิ สนามหนึ่งจัดแข่งวันเสาร์แรกของเดือน อีกสนามหนึ่งอาจจัดแข่งในสัปดาห์ถัดไป
การแข่ง มีทั้งแข่งและซ้อม การแข่งก็นำนกมาที่สนาม เสียค่าสมัครและนำนกเข้าแข่ง กรรมการก็จะตัดสินตามเสียงร้อง ส่วนการซ้อมก็เหมือนการแข่งขันจริง แต่ค่าสมัครเพียงเล็กน้อย แข่งจริงเสียค่าสมัคร 500-1,000 บาท แต่การซ้อมก็เสียประมาณ 100-300 บาทแล้วแต่สนาม รางวัลก็กำหนดตามขนาดของผู้เข้าแข่งขัน ระดับ 10,000 บาท และระดับพันบาท แต่จะมีถ้วยให้ทุกครั้งที่มีการจัดการแข่งขัน 

การแข่งนกกรงหัวจุก บางออกเป็น 2 ชนิด คือ การแข่งนกเสียงทองและดาวรุ่ง การแข่งแบบเสียงทอง จะมีกรรมการประมาณ 10 คน สลับกันยืนหน้ากรงนกครั้งละ 2 กรง คอยฟังเสียงนก และระดับของเสียงนก สลับไปเรื่อยๆจนหมด เราเห็นภาพผู้ส่งนกเข้าแข่งขันจะส่งเสียงเชียร์เมื่ออยู่ต่อหน้ากรรมการ การยืนให้คะแนนแต่ละครั้งนับเมื่อขันจมน้ำ กรรมการก็จะย้ายไปฟังเสียงกรงถัดไป หากช่วงที่กรรมการ ยืนฟันอยู่นกร้องดี ก็โชคดีไป แต่หากนกไม่ร้องก็ซวยไปเพราะจะไม่ได้คะแนน หลังจากกรรมการ ทุกคนฟังนกทุกตัวแล้วให้คะแนนเรียบร้อยแล้ว คะแนนก็จะถูกนำมารวม ตัวไหนได้คะแนนสูงสุดก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ ลดหลั่นกันไป 
ส่วนการแข่งขันแบบดาวรุ่ง กติกาจะคล้ายกับแบบเสียงทอง แต่ไม่ซับซ้อน เพียงให้นกร้องก็นับคะแนน ง่ายกว่าไม่ซับซ้อนว่า ต้องนับเสียงกี่ชั้น นักแข่งจึงนอยมแข่งแบบดาวรุ่งมากกว่า 

มูซา ปานเหล็ง เจ้าของสนามปานเหล็ง กล่าวว่า มีสนามแข่งขันนกมานานแล้ว ไม่ได้หวังผลทางธุรกิจอะไร แต่ต้องการให้คนมาพบปะทำกิจกรรมกันมากกว่าค่าสมัครส่วนใหญ่จะไม่เหลือเพราะจ่ายเป็นเงินรางวัลจนหมด 

สำหรับราคาของนก มีตั้งแต่ระดับพันบาทจนถึงระดับหลายล้านบาท นกตัวไหนร้องดีไม่ตื่นตกใจง่าย คว้ารางวัลมาเยอะราคาก็จะสูง ไม่เพียงผู้เลี้ยงคนไทย แต่นักเลี้ยงจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็ตามล่าหานกดีๆ เพื่อล่ารางวัลเช่นกัน มีเงินหมุนเวียนอยู่ในธุรกิจจำนวนไม่น้อย ไม่นับรวมธุรกิจอาหารนก อุปกรณ์การเลี้ยงนก อาทิ กรง อีกจำนวนไม่น้อย 

การเลี้ยงนก ความสุขของคนเลี้ยง ไม่ได้อยู่ที่ดิ้นเสียงนก แต่อยู่ที่ชัยชนะที่ได้รับ
และราคานกของตัวเองมีราคาสูง แม้หลายคนจะไม่ขายแต่ ราคาที่สูงนั้น ก็เป็นความภาคภูมิใจ 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2558

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1021 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 55 + 57 =
ความคิดเห็น :