Bookmark and Share

ข้อเท็จจริงชาวโรฮิงญาประท้วงกักตุนอาหาร เพียงเก็บไว้กินซูโฮร์เพื่อถือศีลอด วอนเจ้าหน้าที่เข้าใจวิถีป


ข้อเท็จจริงชาวโรฮิงญาประท้วงกักตุนอาหาร เพียงเก็บไว้กินซูโฮร์เพื่อถือศีลอด วอนเจ้าหน้าที่เข้าใจวิถีปฏิบัตจิของมุสลิม

กรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า ชาวโรฮิงญาที่ถูกกักกันอยู่ที่ศูนย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีประท้วงกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมวห้นำอาหารเข้าไปภายในศูนย์ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เป็นการกักตันอาหารเพื่อหลบหนีและมีการเก็บก้อนหินเพื่อก่อความรุ่นแรงนั้น 

เครือข่ายช่วยเหลือโรฮิงยา จังหวัดสงขลา ได้ให้ข้อมูลว่า เหตุผลการประท้วงของชาวโรฮิงญาจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่นั้น ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง โดยข้อมูลจากคนที่ลงพื้นเฝ้าตามสถานการณ์ ทราบว่า ช่วงนี้ใกล้เดือนถือศีลอด กลุ่มคนโรฮิงญาจะเริ่มถือศีลอดสุหนัต คืองดอาหารตอนกลางวันและไปทานอีกครั้งตอนตีสาม(ซูโฮร์) เป็นเหตุให้พวกเขาพยายามนำอาหารไปเก็บในห้องนอน ส่วนข่าวการเก็บหินไว้ในห้องนอนก็เป็นเพียงก้อนกรวดเล็กๆที่ใช้แทนลูกปัดเพื่อใช้ริกรุลเลาะฮ์ คือการนับจำนวนการสรรเสริญพระเจ้า

ทางเครือข่ายจึงสรุปสาเหตุปัญหาที่เกิดขึ้น คือ
1. หน่วยงานขาดล่ามที่ทำหน้าที่ในการสื่อสารให้เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย
2. เจ้าหน้าที่ขาดความเข้าใจในหลักการปฏิบัติศาสนกิจและวัฒนธรรมของกลุ่มมุสลิมโรฮิงยา และโรฮิงยาก็ไม่เข้าใจในระเบียบหลักการปฏิบัติในโรงนอน
 3. สังคมบางส่วนมีความวิตกกังวลและมีอคติต่อคนกลุ่มนี้จึงใช้เหตุการณ์นี้นำเสนอข้อมูลด้านเดียวเพื่อให้เกิดความเกลียดชังเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31/5/58 ทางเครือข่ายได้รับการประสานจากเจ้าหน้าขององค์กรที่เข้าไปรับผิดชอบดูแล เพื่อสอบถามถึงเรื่องการถือศีลอดในเดือนนี้ เนื่องจากมีการร้องขอจากมุสลิมะฮฺ (ผู้หญิง)บางส่วนทางเครือข่ายจึงได้อธิบายรายละเอียดถึงการถือศีลอดในเดือนนี้ว่า การถือศีลอดนั้นมีทั้งภาคบังคับ(วายิบ)หมายถึงเดือนรอมาฎอน (ประมาณวันที่ 18/6/58 )และภาคสมัครใจ(สุนัต)วันจันทร์วันพฤหัส หรือถือศีลอดชดใช้ หรือถือศีลอดเดือนชะอฺบาน (ตรงกับเดือนนี้) เพื่อเตรียมเข้าสู่เดือนรอมาฎอนในที่สุดเหตุการประท้วงก็เกิดขึ้น เนื่องจากความไม่เข้าใจระหว่างกัน
ส่วนเรื่องก้อนหินและลูกกรวดชาวโรฮิงยากลุ่มหนึ่งนิยมใช้ก้อนหินเล็กๆหรือก้อนกรวดในการรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า (ซิกรุลเลาะฮ์) มิได้นำมาเพื่อก่อจราจลแต่อย่างใด สามารถไปดูได้ที่ บพด.พังงา ยังมีการใช้ก้อนหินลูกเล็กๆและก้อนกรวดจนถึงทุกวันนี้

ทางเครือข่ายจึงเรียนมาเพื่อเพื่อทำความเข้าใจให้กับสังคมและยึดหลักการแก้ปัญหาทุกอย่างบนข้อเท็จจริง ยุติธรรมกับทุกฝ่าย บนสังคมพหุวัฒนธรรม นำสู่อาเซียนที่ประชาคมไฝ่ฝัน

ขอบคุณภาพจากข่าวสด



 

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 18421 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 68 + 42 =
ความคิดเห็น :