Bookmark and Share

เตือนภัย! ลงทุนสายการบินมุสลิม ระวังจะสูญเงิน



 เตือนภัย! ลงทุนสายการบินมุสลิม  ระวังจะสูญเงิน

ในช่วงที่ผ่านมา มีมุสลิมจำนวนหนึ่งเตรียมเปิดสายการบินโดยนำคำว่า ”ปัตตานี” มาเป็นชื่อของสายการบิน หากมองความเป็นไปได้ กสนเปิดสายการบินในประเทศไทยในขณะนี้ ยากยิ่งกว่าเข็ญครกขึ้นภูเขา มีข่าวว่า จะมีการระดมทุนจากชาวบ้านด้วย เกรงว่า จะมีปัญหา จึงมีคำเตือนแรงๆมาสะกิดกัน

สายการบินในประเทศไทย มีหลายสายการบินจากการข้อมูลของกรมการบินพลเรือนมี 43 สายการบิน แต่ที่สามารถให้บริการได่ได้มีเพียงไม่กี่สายการบิน แม้แต่สายการบินไทย สายการบินแห่งชาติ ยังขาดทุนบักโกรก 30,000 กว่าล้าน  หรือหากย้อนหลังกลับไป สายการบินไทยเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯในราคา 60 บาท ซึ่งตั้งแต่เข้าตลาดราคาไม่เคยขยับถึงราคาพาร์เลย อาจจะมีเสียงโต้แย้งว่า สายการบินไทยอาจเป็นกรณียกเว้นก็เป็นได้ ก็ไม่เถียงแต่อยากให้ดูกรณีของบิสิเนสแอร์ และพิจารณาตามข้อมูลที่จะนำเสนอดังต่อไปนี้

1. การขออนุญาตเป็นไปไม่ได้ในระยะเวลาอันใกล้
การจะเปิดสายการบินมีกฎระเบียบที่เข้มงวด  จะต้องจดทะเบียนบริษัท มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท หลังจากนั้นจึงจะนำไปขอ”อนุญาตการบิน”จากกรมการบินพลเรือน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า กรมการบินพลเรือน มีปัญหามาตรฐานไม่ผ่านการประเมินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO จนทำให้สายการบินของประเทศไทยที่ได้รับใบ”อนุญาตการบิน”จากกรมการบินพลเรือน ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศอาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาจลุกลามไปประเทศอื่นๆในอนาคตหากทางการไทยไม่เร่งแก้ปัญหา
จากปัญหาของกรมการบินพลเรือน จึงเป็นไ-ปไม่ได้ในเวลานี้ที่กรมการบินพลเรือนจะออกใบอนุญาตการบินให้กับสายการบินใหม่ เพราะลำพังสายการบินที่ได้ใบอนุญาตไปแล้ว อาจต้องถูกถอนใบอนุญาตเหลือไม่เกิน 5 สายการบินเท่านั้น
ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมา สายการบินของนักธุรกิจมุสลิมที่มีการแถลงข่าวใหญ่โต จึงเป็นไม่ได้ที่จะได้รับใบอนุญาตการบิน ซึ่งคาดการณ์ว่า จะต้องใช้เวลาเป็นปี หรือ 2 ปี กรมการบินพลเรือนจึงจะสามารถออกใบอนุญาตการบินได้อีกครั้ง และการออกใบอนุญาติการบินครั้งใหม่จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว สายการบินใหม่จึงมีโอกาสเกิดได้ยาก โดยเฉพาะสายการบินที่ขาดประสบการณ์ในการทำธุรกิจสายการบิน

2. ใช้ใบอนุญาตการบินของสายการบินที่ถูกยกเลิกได้หรือไม่
การเปิดสายการบินแห่งใหม่ของนักธุรกิจมุสลิม มีอดีตผู้บริหารของสายการบินที่เคยถูกยกเลิกใบอนุญาตไปแล้ว มาเป็นผู้บริหารหรือเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจด้วย จึงมีการคาดคะเนว่า อาจจะมีการนำใช้ใบอนุญาตของสายการบินที่ได้ถูกยกเลิกไปแล้วมาดำเนินการ สายการบินดังกล่าวถูกยกเลิกเพราะมีปัญหาเรื่องหนี้สิน นับพันล้านบาท ไม่สามารถจ่ายแม้แต่ค่าบริการการบินของกรมการบินพลเรือน หรือค่าน้ำมันที่จะบินจากเกาหลีมายังประเทศไทย จนไม่สามารถนำผู้โดยสารจากเกาหลีกลับประเทศไทย จนการบินไทยต้องไปรับกลับมาแทน ในด้านศักยภาพจึงไม่สามารถที่จะทำได้
ขณะที่ในทางกฎหมายยิ่งไม่สามารถดำเนินการได้เลย เพราะสายการบินที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ไม่สามารถเปิดให้บริการได้อีก แม้จะเปลี่ยนชื่อใหม่ ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะได้ถูกยกเลิกไปแล้ว

3. ธุรกิจสายการบินเป็นธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้จริงหรือไม่
จากการตรวจสอบข้อมูลของสายการบินหฃายแห่งพบว่า มีจำนวนมากที่ประสบปัญหาขาดทุน และมีหลายแห่งต้องยกเลิกการให้บริการแม้จะเป็นสายการบินแห่งชาติก็ตาม อย่างที่กล่าวมาตั้งแต่ตอนแรกว่า สายการบินไทยเป็นตัวอย่างหนึ่งของสายการบินที่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก แต่ที่ยังไม่หยุดบริการเพราะเป็นสายการบินแห่งชาติ ที่รัฐบาลไม่อาจยอมให้สายการบินแห่งชาติล้มได้ เพราะมีศักดิ์ศรีของประเทศค้ำอยู่ หากเป็นสายการบินเอกชนคงถูกปิดให้บริการไปแล้ว เหมือนอย่างสายการบิน บิสิเนสแอร์ หรือกรณีของสายการบินแควนตัสของออสเตรเลีย ก็มีปัญหาขาดทุนนับ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด

ธุรกิจสายการบิน เป็นธุรกิจที่มีต้นทุนสูง เฉพาะซือ้เครื่องบิน 1 ลำก็ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ก็สามารถเช่าเครื่องบินมาให้บริการได้ เหมือนกรณีภูเก็ตแอร์ ให้สายการบินซาอุดิอารเบียแอร์ไลน์เช่ามาก่อนหน้านี้ หรือนกแอร์ แอร์อเชีย ส่วนหนึ่งก็เช่าเครื่องบินมาให้บริการ

ไม่เพียงต้นทุนเครื่องบิน แต่บริการอย่างอื่นก็สูง มีค่าบริการการบิน อาทิ การตรวจสอบการบินของกรมการบินพลเรือน,การบริการการขึ้นลงของเครื่องบิน ของบริษัทวิทยุการบินฯ ,การบริการลงจอดที่สนามบินของท่าอากาศยาน, ค่าน้ำมัน, ค่าตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องที่จะต้องมีช่างประจำที่มีเงินเดือนสูง กัปตันที่มีเงินเดือนแพงลิ่วและหายาก รวมทั้ง แอร์โฮสเตส ที่สำคัญจะต้องมีการให้บริการที่ดี ยังมีค่าโฆษณาอีก เฉพาะต้นทุนการบินแต่ละทั่ยวบิน หากผู้โดยสารไม่เกิน 80% หมายถึงการให้บริการเที่ยวนั้น ขาดทุน เหมือนที่สายการบินหนึ่งของไทย เช่าเครื่องมาจากสิงคโปร์บินให้บริการแบบเช่าเหมาลำ ต้องประสบปัญหาขาดทุนวันละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง

4. กลุ่มทุนมุสลิมมีศักยภาพเพียงพอที่จะเปิดให้บริการสายการบินหรือไม่
การจะมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ จะต้องมีประสบการณ์ในการบริหารสายการบินมาก่อน และจะต้องประสบความสำเร็จในการบริหารมาด้วย ซึ่งหายากมาก มีเพียงคนหรือ 2 คนเท่านั้น ที่มีศักยภาพเพียงพอ และการจะดูว่ามีศักยภาพหรือไม่ จะต้องดูที่เงินลงทุนด้วย หากมีเงินลงทุนเอง ก็ถือว่า มีศักยภาพในระดับหนึ่ง แต่หากไม่มีเงินทุนเองจะต้องระดมทุนจากชาวบ้านมาร่วมทุน ก็อยากให้พิจารณาให้รอบคอบ เกรงว่า จะต้องประสบปัญหาขาดทุน ไม่ได้คืนทั้งเงินต้นและกำไร เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า การลงทุนสายการบินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

หากมีคนมาชวนลงทุน จึงฟันธงได้เลยว่า อย่าสุ่มเสี่ยงลงทุนดีกว่า โอกาสขาดทุนมากกว่าได้กำไร และการลงทุนแบบมูฎอเราะบะห์นั้น ผู้ลงทุนจะต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งขาดทุนด้วย ไม่ใช่หวังว่า จะได้กำไรอย่างเดียว ในขณะที่ผู้ระดมทุนไม่เสียหาย เพราะถูกต้องทั้งกฎหมายและถูกตามหลักศาสนา

 
หมายเหตุ : จากนิตยสาร Mtoday ฉบับเดือนพฤษภาคม 2558


บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1027 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 87 + 8 =
ความคิดเห็น :