Bookmark and Share

ดึงพระสร้างกระแสต้านนิคมฯฮาลาลเชียงใหม่ หน่วยมั่นคงจับตา “สร้างความแตกแยก” กระทบความมั่นคง



เปิดเบื้องลึกกระแสคัดค้าน “นิคมอุตสาหกรรมเชียงใหม่” การเมืองเปิดเกม จุดประเด็นดึงศาสนาสร้างกระแสต้าน พระนำทีมเอง กระแส “ไม่เอา” ในพื้นที่รุนแรงมาก ขณะที่รัฐถอยไม่ได้ นายกฯ ประกาศกับหลายประเทศเดินหน้าสร้าง เพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่มุสลิม

“นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล” ได้กลายเป็นประเด็นขัดแย้งอย่างรุนแรงของชาวพุทธในพื้นที่ต่อต้านอิสลามผ่านการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล ไม่ได้ให้ประโยชน์ต่อมุสลิมมากนัก แต่เป็นการนำหลักการอิสลามมาใช้ในการผลิตส่งขายในตลาดมุสลิมในอาเซียนและอีกหลายประเทศ ซึ่งกลุ่มทุนที่จะมาลงทุนส่วนใหญ่ไม่ใช่มุสลิม 

โครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล เปิดตัวในระหว่างการจัดงานฮาลาล ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ออกมาเปิดโครงการในระหว่างการจัดงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นกระแสข่าวได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการวางแผนการก่อสร้างบนพื้นที่ราชพัสดุประมาณ 800 ไร่ ในพื้นที่อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ 

“ในการเดินทางมาประชุมคณะกรรมการมูลนิธิโครงการหลวงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ติดตามเรื่องการจัดสร้างสวนอุตสาหกรรมฮาลาลภาคเหนือ ซึ่งทางสำนักงานจุฬาราชมนตรี ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ผลักดัน โดยมองว่าในอนาคตหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว ประชากรมุสลิมถือว่ามีสัดส่วนเป็นจำนวนมากและส่งผลดีต่อประเทศที่จะเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ฮาลาลในภูมิภาค” นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์และระบุว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กำชับเช่นเดียวกัน 

สำทับด้วยนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้เสนอโครงการสวนอุตสาหกรรมฮาลาลภาคเหนือ เพราะมองเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือของประเทศไทยซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในด้านการผลิตสินค้า และบริการที่สามารถ
ยกระดับและส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางด้านการผลิตสินค้าและบริการที่ถูกต้องตามหลัก Halal ได้ อีกทั้งยังมีภูมิศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือ GMS ได้ด้วย
“ประเทศไทยมีส่วนแบ่งในการส่งออกสินค้าฮาลาลประมาณ 0.2% และแนวโน้มในปี 2020 ประชากรมุสลิมจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 2,000 ล้านคน จังหวัดเชียงใหม่จึงมีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสวนอุตสาหกรรมฮาลาล เพราะที่นี่เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร มีระบบโลจิสติกส์ที่ดีและมีสถาบันการศึกษาหลายแห่ง และนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่เองก็ให้การสนับสนุนเรื่องฮาลาล ซึ่งมีการจัดงานฮาลาล อินเตอร์เนชั่นแนลแฟร์ 2558 เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการกระตุ้นธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยวฮาลาลพื้นที่ภาคเหนือและลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ตอนบน พร้อมยกระดับความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฮาลาลโลกของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง” เธอ กล่าวและว่า มีผู้ประกอบการฮาลาลในเชียงใหม่ประมาณ 140 ราย แต่เป็นมุสลิมจริงๆ เพียง 9 ราย นอกนั้นเป็นผู้ประกอบการที่เป็นไทยพุทธด้วย ซึ่งการสร้างสวนอุตสาหกรรมฮาลาลขึ้นมาก็จะช่วยทำให้พื้นที่บริเวณใกล้เคียงมีความเจริญตามมาด้วย ขณะที่นายกวินธร วงศ์ลือเกียรติ ประธาน กรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ให้ข้อมูลว่า คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันผลักดันให้มีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลภาคเหนือเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุด จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพหลายด้าน มีศักยภาพในการผลิต พืชผลทางการเกษตรและสามารถแปรรูปทำเป็นอาหารส่งออกไปทั่วโลก ไม่ว่าจะประเทศแถบยุโรป ประเทศมุสลิม และทางภาคใต้ของจีน เช่น มณฑลยูนนาน  

“ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่มาขอฮาลาลกว่า 100 รายที่ผลิตภัณฑ์แปรรูป หรือ
ที่เป็นสินค้าต่างๆ ที่ส่งออก ไม่ว่าจะเป็นผลไม้กระป๋องหรือพืชไร่ ซึ่งการที่จังหวัดมีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นช่องทางการส่งออกไปยังประเทศจีน อินเดีย และรัสเซีย” เขากล่าว

นายกวินธรยังให้ข้อมูลว่ามีผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม
ฮาลาลจำนวนมาก ทั้งนักลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่และนักลงทุนต่างชาติติดต่อเข้ามา อาทิ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน และจีน โดยเฉพาะญี่ปุ่น คาดว่าจะใช้งบลงทุน 2,000 
ล้านบาท แต่ใช้ที่ดินราชพัสดุ งบลงทุนก็จะลดลงเหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท มีบริษัททั้งญี่ปุ่นและดูไบเสนอการก่อสร้างเข้ามาแต่เราอยากได้บริษัทที่เป็นคนไทยก่อน

“อาหารฮาลาลในเชียงใหม่ ในแต่ละปีมียอดขายไม่ต่ำกว่า 7,000-8,000 ล้านบาท ถ้ามีนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล คาดว่าจะมียอดขายเป็น 10,000 ล้านบาทแน่นอน โดยมีลูกค้าที่เป็นมุสลิมจีนในมณฑลยูนนานที่ประมาณ 30 ล้านคน รวมทั้งทางมาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็มีประชากรมากกว่า 300 ล้านคน” 

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสการคัดค้านนิคมอุตสาหกรรมของชาวดอยหล่อว่า ให้ผู้เกี่ยว ข้องไปทำความเข้าใจ ตนก็บอกว่ามันเป็นเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยง ซึ่งแต่เดิมพื้นที่ตรงนั้นเขาจะทำที่ทิ้งขยะ ก็ทำฮาลาลไม่ดีกว่าหรือ ตอนนี้กำลังสร้างความเข้าใจกันอยู่ 
ถ้าทำได้มันก็ดี และไม่ใช่เป็นเรื่องของศาสนาอิสลามอย่างเดียว เพราะจะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ มันต้องมองความเชื่อมโยงกัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อดีของการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลมากมาย โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับมุสลิมมากนัก นอกจากใช้หลักการอิสลามเข้ามาดำเนินการเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้ามุสลิมและกลุ่มคนทั่วไป แต่กระแสคัดค้านก็เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง 
เริ่มก่อตัวจากกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ก่อนจะดึงชาวบ้านเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยการสร้างกระแสความหวาดกลัวอิสลาม จากเดือนกุมภาพันธ์จนถึงมิถุนายน มีการชุมนุมคัดค้านและสร้างกระแสต่อต้านผ่านเครือข่ายต่างๆอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกลายเป็นพระออกมานำกระแสการต่อต้านโดยการส่งข้อความผ่านโซเซียลมีเดียว สร้างกระแสความเกลียดชัง ถึงกับระบุว่าเชียงใหม่จะกลายเป็นปัตตานี 2 

ข้อความที่ส่งต่อผ่านโซเชียล ระบุว่าข่าวที่ชาวเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ต้องรู้แล้ว

วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับพระแกนนำ...
เป็นพระหนุ่มไฟแรงไม่เอานิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของอิสลามที่จะตั้งขึ้นที่ อ.ดอยหล่อ....เรื่องของท่านน่าสนใจมาก...ๆ

- ท่านสามารถรวมคนมาขัดขวางโครงการนี้ได้ ถึง 21,000 คน จากประชากรทั้งอำเภอดอยหล่อมี 25,000 คน

- การสร้างนิคมอุตสากรรมฮาลาลนี้...
ดูรายละเอียดจากของท่านที่มีก็พบว่า มีการจัดระบบจัดการนิคมอุตสาหกรรมจอมปลอมบังหน้า ดูๆ แล้ว คือการย้ายคนจากปัตตานีมาอยู่มากกว่า โดยเอาเรื่องการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมบังหน้า โครงการนี้มีระบบอิสลามครบทุกอย่างที่จะอำนวยความสะดวกขององค์กรอิสลาม เช่น สุเหร่าสำหรับละหมาดขนาดใหญ่ โรงเรียน โรงพยาบาลและหอประชุมระดับโลก ที่พักรับได้เป็นหมื่นคน เห็นว่าได้งบจากบรูไนมาและรับงบประมาณมาแล้วหลายพันล้าน

โครงการมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ดำเนินงาน อย่างเอาจริงเอาจังไม่กลัวการชุมนุมของชาวบ้านเลยแม้แต่น้อย ลุยทุกวิถีทางจะต้องสร้างให้ได้และยืนกรานจะสู้กับชาวบ้านโดยไม่ถอยด้วย

ส่วนงบการก่อสร้างพัฒนานิคมอุตสาหกรรม นั้นใช้งบของแผ่นดินภาษีเรานับว่าเขาแน่มากจริงๆ และสถานที่ที่ใช้ก่อสร้างนี้ยังใช้ที่ราชพัสดุ หลายร้อยไร่

ข้อความที่มีการส่งต่อๆ กัน ยังระบุด้วยว่า  มีการวางกำลัง วางแผนมานานเอานายอำเภอหลายอำเภอที่เป็นอิสลามมารวมตัวกันในรอบๆ พระท่านนี้ต่อสู้โดยงบที่ใช้ต่อต้านในครั้งนี้มาจากการสละบริจาคกันเองในกลุ่มมีข้าราชการชั้นผู้น้อยมาสนับสนุนท่านด้วยอย่างลับๆ มีกำนันผู้ใหญ่บ้านร่วมด้วยกับท่าน โดยพากันอยู่ข้างประชาชนทุกหมู่บ้านชนิดที่ว่าไม่สนใจตำแหน่งเลย 

ผู้ว่าฯ ส่งคนมาขมขู่ท่านหลายๆ รูปแบบตลอดเวลาและส่งทีมงานมาคุยแกนนำกลุ่มเพื่อมอบเงินให้ฟรีๆ ถ้าโอเคด้วย คนละหลายๆ ล้าน ท่านบอกว่าท่านจะสู้ไม่ถอย
อีกสิ่งคือการพยายามปิดข่าวการชุมนุมทุกๆ ทาง และทำได้ด้วย

มืคำถามว่า เราจะให้ปัตตานีแห่งที่สองเกิดขึ้นที่จังหวัดนี้หรือ? และจะปล่อยให้ท่านต่อสู้เท่านั้นหรือ ขอชื่นชม พระ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน ในอำเภอดอยหล่อ ท่านมีหัวใจ
รักบ้านเกิดมากกว่าเงินตรา มากกว่าตำแหน่งต่างๆ ท่านสุดยอดทุกคนสุดยอดจริงๆ

“จากชมรมต่อต้านเชียงใหม่ไม่เอานิคมอุตสาหกรรมอิสลาม”

จะเห็นว่าข้อความที่มีการส่งต่อกันในกลุ่มคนเชียงใหม่และใกล้เคียง มีการบิดเบือนเกือบทุกประเด็น โดยดึงพระเข้ามาเกี่ยวข้อง และสร้างกระแสความหวาดกลัวให้กับคนใน
พื้นที่ได้เป็นอย่างดี ข้อความที่บิดเบือน อาทิ การดึงคนปัตตานีเข้ามา ซึ่งไม่เป็นความจริง การลงทุนขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนที่จะใช้แรงงานจากไหนยังบิดเบือนว่า จะมีการก่อสร้างมัสยิด โรงเรียน โรงพยาบาลของมุสลิม ก็ไม่เป็นความจริง เพราะนิคมอุตสาหกรรมเป็นโรงงานผลิตสินค้า 

อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าวได้สร้างกระแสความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่รู้ เพื่อ
ก่อให้เกิดกระแสต่อต้าน ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ต้องออกมาชี้แจง 

สวท.เชียงใหม่รายงานเมื่อ 17 มิ.ย. 2558 ว่า นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เสนอเงินเพื่อให้มีการจัดตั้งศูนย์ผลิตอาหารฮาลาลที่อำเภอดอยหล่อ 
ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เรื่องดังกล่าวเดิมจังหวัดเคยมีโครงการจะเปลี่ยนสีพื้นที่เพื่อให้เป็นพื้นที่สร้างโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ที่จะเป็นศูนย์กลางผลิตอาหาร ซึ่งรวมถึงอาหารฮาลาลด้วย ซึ่งตลาดอาหารฮาลาลก็เป็นที่น่าจับตา เนื่องจากประชากรมุสลิมในโลกมีกว่าสองพันล้านคนจาก 60 ประเทศ เบื้องต้นสำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เสนอขอพื้นที่กรมธนารักษ์เพื่อใช้พื้นที่ดังกล่าวจริง เนื่องจากเป็นพื้นที่ว่างและกันดาร หากเปลี่ยนเป็นสวนอุตสาหกรรมจะสร้างเศรษฐกิจและรายได้สู่พื้นที่ เรื่องอยู่ระหว่างขั้นตอน 90 วัน ที่ผังเมืองจะประกาศ 

“ปัจจุบันมีผู้เสนอชื่อไม่เห็นด้วยเกินกว่าร้อยละ 50 และจะครบกำหนดในวันที่ 29 มิถุนายน 2558 ซึ่งจังหวัด
จะเสนอให้หน่วยที่ขอถอนเรื่องไปและแสวงหาพื้นที่ใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมลำพูนหรือที่อื่น ทั้งนี้ขอทำความเข้าใจว่าฮาลาลคือของกิน ของใช้ที่ตราสัญลักษณ์รับรอง เพื่อให้ผู้บริโภคชาวมุสลิมมั่นใจว่าผลิตตามกระบวนการที่ไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม การทำสวนอุตสาหกรรม เพื่อจะได้ทำอย่างครบวงจร ทั้งกระบวน การผลิต ตรวจสอบง่ายในที่เดียวมีการออกตรารับรอง มีการตรวจสอบในที่เดียวกัน โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปตรวจสอบไกล ไม่เกี่ยวกับศาสนา ขออย่าดึงศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ อย่าทำลายโอกาสของตัวเอง การมีศูนย์นิคมอุตสาหกรรม อยู่ ความเจริญจะตามมา”

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่กล่าวว่า เหตุที่เลือกเชียงใหม่เนื่องจากเป็นศูนย์กลางผลิตพืชเกษตรและอาหาร เป็นฟู๊ดวาเลย์ แต่หากคนในพื้นที่ไม่ต้องการก็จะไม่มีการก่อสร้าง ล่าสุดได้ให้ กอ.รมน.จังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบหาตัวผู้ส่งข้อความดังกล่าว ที่ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความเข้าใจผิด หากพบตัวจะเชิญมาปรับทัศนคติทำความเข้าใจ

ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่มีโรงงานที่
ผลิตอาหารฮาลาล 157 แห่ง ในจำนวนนี้มีเจ้าของเป็นทั้งผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธ และมีถนนฮาลาล อยู่ที่บริเวณมัสยิดบ้านฮ่อ ด้านหลังตลาดไนท์บาร์ซ่า เป็นต้น 

Mtoday ได้ตรวจสอบข้อมูลจากพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่จากหลายฝ่าย พบว่า ต้นตอความขัดแย้งมาจากปัญหาส่วนตัวของผู้บริหารอบจ.กับผู้บริหารกรรมการอิสลามจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับกับปัญหาศาสนา เพียงแต่ในอดีตผู้บริหารอบจ.มีเรื่องไม่พอใจ
ผู้นำใน กอจ.เชียงใหม่ ที่เคยอยู่ในแวดวงการเมืองมาก่อน ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมานานแต่ผู้บริหาร อบจ.ผูกใจเจ็บมาตลอด เมื่อมีโอกาสจึงเอาคืน ด้วยการให้สมาชิกสภาจังหวัดและกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นพรรคพวกของตัวเอง ที่เป็นเครือข่ายเสื้อแดงออกมาคัดค้าน โดยที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมไม่มากนัก และการต่อต้านก็มีการดำเนินการในทุกช่องทาง 

นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวเคยอนุมัติให้อบจ.ดำเนินโครงการทิ้งขยะ แต่มีการเปลี่ยนแปลงภายหลังทำให้ตัวเองสูญเสียผลประโยชน์ กระแสการต่อต้านจึงรุนแรงมาก อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดและฝ่ายความมั่นคง มีข้อมูลถึงความขัดแย้งดังกล่าว ที่ผ่านมาได้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และได้รวบรวม
รายละเอียดของการเคลื่อนไหว รายละเอียดของคนที่เคลื่อนไหวไว้อย่างละเอียด และเห็นว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการสร้างความแตกแยก ความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม ก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคง และได้รายงานข้อมูลมายังระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีการดำเนินการอะไร เพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น แต่หากมีการเคลื่อนไหวจนนำไปสู่ความรุนแรง ก็อาจจะดำเนินการกับบุคคลที่เคลื่อนไหว รวมทั้งคนสั่งการอยู่เบื้องหลัง 

โครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ที่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ให้ความสำคัญ จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เดินทางไปเยือนประเทศอาเซียน อาทิ มาเลเซีย บรูไน ก็จะพูดกับประเทศนั้นๆ ถึงโครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลมาโดยตลอด 

ต้องจับตาดูว่า โครงการสวนอุตสาหกรรมฮาลาลจะเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ได้หรือไม่ เพราะล่าสุดผู้ว่าฯ มีแนวโน้มจะยกเลิกพื้นที่ก่อสร้างที่ดอยหล่อไปสร้างพื้นที่อื่น ชาวดอยหล่อที่คัดค้านนิคมอุตสาหกรรมก็จะได้ที่ทิ้งขยะมาแทน แต่ไม่ว่า อุตสาหกรรมฮาลาลจะเกิดที่เชียงใหม่ได้หรือไม่ แต่ได้สร้างกระแสความขัดแย้งและกระแสความเกลียดชังอย่างรุนแรง เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของคนบางกลุ่ม ซึ่งจะทำให้จังหวัดเชียงใหม่สูญเสียโอกาสในด้านการลงทุน และกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 3062 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 86 + 3 =
ความคิดเห็น :