Bookmark and Share

เปิดใจ ปนัดดา รักษาแก้ว สร้างละติจูดที่ 6 เพื่อความเข้าใจ


ภาพยนต์ฟอร์มใหญ่ “ละติจูดที่ 6” เป็นภาพยนตร์ที่มีแรงบันดาลใจเพื่อสร้างความรักความเข้าใจ และความสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ แต่ทราบหรือไม่ว่าผู้สร้างไม่ได้เป็นมุสลิมและไม่ได้อยู่ในพื้นทีภาคใต้ หนังเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นจาก “ใจ” ล้วนๆ  

“ปนัดดา รักษาแก้ว” ผู้อำนวยการบริษัท ยูซีไอ มีเดีย จำกัด เป็นผู้ริเริ่มสร้างภาพยนตร์ ละติจูดที่ 6 จากการผลิตรายการทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ทำให้มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บังคับบัญชาใน กอ.รมน. เป็นที่มาของภาพยนตร์ละติจูดที่ 6 
“ก็ถามว่าท่านมีหนทางอะไรหรือไม่ที่จะช่วยให้สถานการณ์ในภาคใต้ดีขึ้น ได้รับคำแนะนำว่ารายการโทรทัศน์ก็ทำแล้ว สารคดีก็ทำแล้ว แต่ความยังไม่เข้าใจก็ยังมีอยู่แต่หนังยังไม่มีคนทำและคิดว่าหนังซึ่งคนเข้าไปดูในโรง 2 ชั่วโมง น่าจะมีอิมแพคได้ดี จึงตัดสินใจสร้างหนัง” ปนัดดา เล่าถึงที่มาของการสร้างหนังละติจูดที่ 6 

เธอบอกว่า การใช้ชื่อละติจูดที่ 6 เพราะพื้นที่ภาคใต้ 3 จังหวัด ยะลา นราธิวาส และปัตตานี อยู่ในเส้นรุ้งที่ 6 พอดี ก็เลยใช้ละติจูดที่ 6 ซึ่งความจริงได้คิดกันมาหลายชื่อมาก สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปที่ละติจูดที่ 6 
“หนังเรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำนานมากทีมงานต้องลงพื้นที่สำรวจข้อมูล สถานที่ จึงมาเขียนบทให้สอดคล้องกับพื้นที่ การถ่ายหนังต้องการใช้สถานที่จริงถ่ายทั้งหมด เพื่อความสมจริงและต้องการนำเสนอสถานที่ๆ น่าสนใจของภาคใต้ ซึ่งจากที่เราไปดู ไปถ่ายทำ มีสถานที่ๆ สวยงามมาก ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน หลายสถานที่อยู่ในฉากของภาพยนตร์” เธอกล่าวและว่า การเขียนบทก็ค่อนข้างยากเพราะไม่ต้องการให้กระทบกับพื้นที่ เมื่อเขียนเสร็จก็จะนำไปองค์กรศาสน์ คณะกรรมการอิสลางจังหวัดพิจารณา เมื่อมีคำแนะให้แก้ไขตรงไหน ทางเราก็จะปรับเปลี่ยนบททันที 

“มีการแก้ไขบทเยอะมากเมื่อคณะกรรมการ อิสลามประจำจังหวัดปัตตานีผ่านจึงถ่ายทำ และคนที่ช่วยได้มากคือท่านอิหม่ามยะโก๊บ 
หร่ายมณี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางปัตตานี ก่อนท่านเสียชีวิตได้ให้คำแนะนำที่ดีมาก จะบอกว่าตรงไหนได้หรือไม่ได้ แต่เมื่อถ่ายทำออกมาแล้ว ก็ต้องมาแก้ไขอีก ก็ต้องมาถ่ายซ่อมอีก เพราะบางทีการดูบทกับภาพที่ออกมาจริงอาจมีความชัดเจนต่างกัน ซึ่งการถ่ายซ่อม มีต้นทุนสูงมาก ซ่อมฉากหนึ่ง ใช้ทุนประมาณ 500,000 บาท ต้องนำมาจากกรุงเทพฯมาถ่ายใน 3 จังหวัด แต่เราก็ต้องทำ กองถ่ายที่ยกลงไปก็เป็นกองใหญ่ หนังของเราเป็นหนังฟอร์มใหญ่ เพราะคิดว่าเมื่อสร้างแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด” เธอกล่าวถึงความยากในการถ่ายภาพยนตร์ละติจูดที่ 6 การได้ลงพื้นที่ของกองถ่ายละติจูดที่ 6

ทั้งทีมงาน ดารานักแสดงเกือบทุกคนได้เปลี่ยนความรู้สึกจากเดิมที่มีความรู้สึกกลัวสถานการณ์ กลายเป็นความรู้สึกที่ดีและมิตรภาพ
ปนัดดาเล่าว่า ตอนแรกที่กองถ่ายลงไปถ่ายทำ ชาวบ้านจะมองแปลกๆ ทางกองถ่ายก็รู้สึกระแวงว่าจะมีอะไรหรือเปล่า เขากเข้ามาถามว่า ทำอะไร ก็อธิบายให้เขาทราบ เขาก็มาดูกันทุกวัน ผ่านไป 3-4 วัน กำแพงแห่งความหวาดระแวงก็หายไป “ชาวบัดเป็นมิตรกับทีมงานของเรามาก แรกๆ อาจจะมองตากันด้วยความหวาดระแวงของ ทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายเราก็ระแวง ชาวบ้านก็คงระแวงว่าเราจะมาอะไรกันแน่ เมื่อรู้เป้าหมายว่าเรามาทำเพื่อ 3 จังหวัด ชาวบ้านก็เข้าใจ หลังจากนั้นก็กลายแฟนคลับอย่างเหนียวแน่นนำอาหาร ขนมมาให้กองถ่าย ทุกคนก็ชอบ ขนมบางอย่างก็ไม่เคยเห็น อร่อยด้วย” เธอกล่าว 

“วันนี้เราถ่าย เขาก็มาถามว่า พรุ่งนี้จะไปถ่ายที่ไหน เราก็ไม่กล้าบอก ก็บอกว่ายังไม่
รู้เลย แต่พอตอนเช้าก็มีชาวบ้านมารอหน้าโรมแรม มีรถกระบะขนของกิน ขนมมากลายเป็นแฟนคลับที่ไปไหนไปด้วย อยู่กับเราตลอดจนถ่ายทำเสร็จ เป็นความรู้สึกที่ประทับใจมาก” ปนัดดา กล่าวว่า 

“การลงพื้นที่ 3 จังหวัด ทำให้มุมมองเปลี่ยนไป เห็นสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่สวยงามจำนวนมากก็พยายามนำสิ่งที่สวยงามมาถ่ายทอด เพื่อให้คนได้เห็นและอยากไปสัมผัสในสถานที่จริง” ผู้อำนวยการสร้างละติจูดที่ 6 กล่าวย้ำ 
เธอบอกว่า หลังการถ่ายทำ กว่าหนังจะเสร็จออกมาใช้เวลามาก ในระหว่างนี้ก็ได้ให้หน่วยงานศาสนา อาทิ สำนักจุฬาราชมนตรีพิจารณาด้วย  

“หนังเข้าฉาย 23 กรกฎาคมนี้ ทุก
โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ อยากให้ทุกคนไปดู ไปสัมผัส จะได้เห็นสิ่งที่เรารู้สึกตรงกันข้าม จะได้เห็นสิ่งที่เราไม่เห็น ทีมงานพยายามทำหนังเรื่องนี้ให้ดีที่สุด เพราะคิดว่า ไม่ใช่แค่เป็นหนัง แต่เป็นสื่อที่จะสร้างความเข้าใจสื่อที่จะสะท้อนให้เห็นความรัก ความศรัทธา ท่ามกลางความรุนแรงนั้นมีความสวยงามอย่างไร อยากให้ไปดูค่ะ” ผู้สร้างหนังละติจูดที่ 6 กล่าวในที่สุด 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกรกฎาคม 2558
 



บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1838 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 73 + 58 =
ความคิดเห็น :