Bookmark and Share

200 คนขู่ประท้วง...พ.ร.บ.ซะกาต มหากาพย์ความขัดแย้งมุสลิมกับมุสลิม



อีกครั้งหนึ่งที่ร่าง พ.ร.บ.กองทุน ซะกาตมีปัญหา คราวนี้เกิดใน “สปช.” จนไม่สามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ แม้ว่าจะนำเสนอไปยังรัฐบาลได้ แต่น้ำหนักการพิจารณาของครม. จะมากเพียงพอหรือไม่ ใครป่วน ใครมีปัญหากับกฎหมายซะกาต

กองทุนซะกาตเป็นแนวคิดที่จะนำหลักการอิสลามมาสร้างเป็นสถาบัน จัดตั้งเป็น “กองทุน” เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือสังคมมุสลิมที่มีฐานะยากจนหรือบุคคลที่กำหนดไว้ 8 ประเภทตามหลักการอิสลาม น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)กล่าวว่า ตามสถิติเมื่อ 20-30 ปีก่อน คนยากจนในประเทศไทยมีประมาณ 45% ซึ่งจากการพัฒนาประเทศส่งผลให้ปัจจุบันความยากจนของคนไทยเหลือประมาณ 12-13% แต่น่าห่วงใยก็คือ จากงานวิจัยพบว่าคนมุสลิมยังมีความยากจนประมาณ 25% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสังคมไทยโดยรวม 

“มันมีคุณค่ามาก เป็นความโชคดีของพี่น้องมุสลิมที่เอกองค์อัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตาอาลา) ทรงพระปรีชาญาณ พระองค์ทรงบัญญัติหลักการนี้ขึ้นมาเพื่อบาลานซ์สังคมให้มีความเป็นธรรม ลดความเลื่อมล้ำ มันตรงประเด็นในการแก้ไขปัญหาความยากจน
มันทันสมัยและนำสมัย ซึ่งมันดีมากๆ แต่ว่าเสียดายที่ในประเทศไทยของเราๆ ไม่มีกฎหมาย เรื่องนี้มาก่อน และก็คนทั่วไปก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะมุสลิมเป็นคนส่วนน้อย พอเกิดแบบนี้ปั๊บต้องเกิดกฎหมายแบบนี้เรา (มุสลิม)จะต้องเป็นคนริเริ่ม ซึ่งเราเป็นคนริเริ่มหมายถึงเราพี่น้องมุสลิมไม่ได้เป็นผู้ปกครอง นักการเมืองหรือคนที่เป็นนักการเมืองมุสลิมก็ไม่เคยมาถึงตรงนี้” น.พ.พลเดช กล่าว 

รศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้จัดการศูนย์สร้างเสริมสุขภาพมุสลิมไทย(สสม.) เป็นผู้ริเริ่มผลักดันร่าง พ.ร.บ.กองทุนซะกาต ตั้งแต่ปี 2549 ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผ่านทาง น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพม. ได้มีการร่างเป็นกฎหมายและเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.และผ่านที่ประชุม ครม. แต่มาเกิดปัญหาในชั้นกฤษฎีกา มีความขัดแย้งเกิดขึ้น เนื่องจากในขณะนั้นกระทรวงมหาไทยไม่เห็นด้วยให้กองทุนซะกาตขึ้นอยู่กับพม. ต้องการให้ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทยมากกว่า จึงส่งตัวแทนที่เป็นมุสลิมไปให้ข้อมูลในคณะกฤษฎีกา จนเกิดการทะเลาะกันวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม สุดท้ายกฎหมายก็ผ่านกฤษฎีกาเข้าสู่ที่ประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.ชุดที่แล้ว) แต่ไม่วาระการพิจารณาไม่ถึง หมดอายุสนช.ไปเสียก่อนที่จะได้พิจารณากฎหมายตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ช่วยให้กฎหมายเข้าสู่วาระการประชุมในสภาผู้แทนราษฎร สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่สุดท้ายก็ไม่ถึงวาระที่จะพิจารณากฎหมายก็มีการยุบสภาเสียก่อน จนถึงสภาผู้แทนราษฎรยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กฎหมายกองทุนซะกาตก็ไม่มีโอกาสเข้าสู่การพิจารณา จนถึงสมัยของสภาปฏิรูปแห่งชาติ กฎหมายฉบับนี้จึงถูกผลักดันอีกครั้ง

“ตอนที่ อ.เทียนฉาย กีรนันท์ ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เป็นประธานสนช. อ.อิศราและลูกศิษย์ ได้มาแสดงความยินดี และหนังสือให้ สปช.ช่วยผลักดันกองทุนซะกาต อ.เทียนฉาย มอบหนังสือให้ผม ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ปรึกษากับ
อ.นิรันดร์ พันธรกิจ (สปช.) ก็เห็นด้วยให้ส่งไปให้คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ แต่ผ่านไป 6 เดือนไม่มีความเคลื่อนไหวในการดำเนินการ จึงปรึกษากับอ.เทียนฉาย ดึงกลับมาทำเอง” น.พ.พลเดชกล่าวถึงที่มาของการพิจารณาร่างกฎหมายกองทุนซะกาตครั้งใหม่ โดยประธานสปช. ได้จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมในวิถีอิสลาม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ขึ้นมา มี น.พ.พลเดช เป็นประธาน น.พ.พลเดชกล่าวว่า ได้ปรึกษากับ อ.อิศรา ถึงคนที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ อ.อิศรา บอกว่า รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน สมาชิกสปช. เคยแสดงความเห็นกรณีการทำงานของ สสม. จึงคิดว่า หากนำมาเป็นก็เกรงว่าจะมีปัญหา ก็เลยไม่ได้ดึงเข้ามา แต่มี สปช.มุสลิมทุกคน ขาดเพียง ดร.วินัย คนเดียว 

“หลังการตั้งกรรมการก็มีข่าวว่าจะมีการป่วนให้ผ่านสปช.ผมก็คิดว่า ผมผิดพลาดก็พยายามง้อ ดร.วินัยหลายครั้งท่านก็ไม่ยอมมาร่วมพิจารณา ตอนหลังมีหนังสือจากสำนักจุฬาฯ ทำหนังสือคัดค้านการพิจารณากฎหมายของสนช. แต่มีสำเนามายังประธานสปช.ด้วย อ.เทียนฉาย จึงทำหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ขอให้แต่งตั้งบุคคลเข้ามา แต่เรื่องก็เงียบก็เพิ่งรู้ว่าจุฬาราชมนตรีมี 2 สำนักงาน จึงทำหนังสือไปยังสำนักจุฬาราชมนตรี ท่านก็ส่ง ดร.อัลดุลเลาะฮ์ หนุ่มสุข กับ ดร.วินัย มาเป็นกรรมการ แต่ประชุมกันหลายครั้งดร.วินัยไม่ได้เข้าร่วมประชุมเลย” น.พ.พลเดช กล่าว 

“จนถึงวันที่จะต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสปช. 1 วันก่อนการพิจารณา พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯ โทรศัพท์ถึงประธานสปช. บอกว่า จะมีม็อบประมาณ 200 คน มาชุมนุมหน้ารัฐสภา คัดค้านกฎหมายซะกาต ผมก็เห็นว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา จึงถอนร่างกฎหมายออกจากการพิจารณาของสภาฯ แต่ร่างกฎหมายก็จะถูกนำเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาเหมือนเดิม” น.พ.พลเดช กล่าว 

“ผมในฐานะคนนอกผมก็ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพอะไร แต่บังเอิญผมเก็ตประเด็นนี้ ผมเห็นคุณค่า ผมไม่ได้เอียงข้างใครแต่ผมเห็นคุณค่า คุณค่าของคนส่วนใหญ่ผมก็หยิบมา แล้วมีพี่น้องมุสลิมมาช่วยกันทำ ผมก็ได้ทำเต็มที่แล้ว แต่ก็เสียดายที่ตอนท้ายมันสะดุด ตัวผมเองก็พลาดด้วย เพราะว่าไม่รอบคอบพอที่จะดูว่ารายชื่อมันตกหล่นไป แต่พอทราบปั๊บนี่มันก็สายไปเสียแล้ว คือแก้ไม่ได้ เราก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่ว่าไม่เป็นไร เพราะงานในเชิงวิชาการนี่จบสมบูรณ์ 100%  แล้ว พร้อมที่จะเสนอแล้ว แต่ว่าต้องถอนออกมาด้วยเหตุทางการเมือง “ประธานกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมในวิถีอิสลาม สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวในที่สุด

ด้านรศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะพูดในข้อเท็จจริงทั้งหมดที่บอกว่าจะมีการเกณฑ์กอจ.ทั่วประเทศมา 200 คนเพื่อประท้วง สปช.ที่ผ่านมาก็มีม็อบมาหลายกลุ่มเรียกร้องการพิจารณาของ สปช.ทั้งม็อบเกี่ยวกับลิขิตสมเด็จพระสังฆราช กรณีกฎหมายป่าชุมชน ต้องเข้าใจว่ามันหมดยุคการใช้ม็อบกดดันแล้ว แค่ 200 คน มาเป็น 10,000 คนก็ไม่มีใครกลัวหรอก

“ต้องเข้าใจธรรมชาติของพล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางฯ ที่เป็นคนชอบพูดเล่น สนุกสนานไปเรื่อยเปื่อย ซึ่งจำไม่ได้ว่าเป็นพูดเมื่อไหร่อย่างไร แต่เป็นเพียงการพูดเล่น” รศ.ดร.วินัย กล่าว 

ดร.วินัยกล่าวว่า โดยปกติตนเป็นคนมีงานมาก ไม่ค่อยมีเวลาจึงบอกไปว่า ไม่เป็นกรรม การชุดไหน และพ.ร.บ.ซะกาตก็เป็นเรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องเก่าที่จุฬาราชมนตรีทำหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรี สำเนาถึงประธานสนช.และประธานสปช. แต่ไม่ได้เป็นการคัดค้าน แต่เป็นท้วงติงให้คณะกรรมการกลางฯในฐานะที่เป็นผู้ใช้กฎหมายมีส่วนร่วมในการปรึกษาหารือด้วย ไม่ใช่การคัดค้าน 

“ที่ประธานสปช.ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกลางฯ ผมเป็นคนบอกว่าไม่ควรตอบจดหมาย การไม่ตอบก็ถือว่าเป็นการแสดงความไม่เห็นด้วย แต่มาทราบทีหลังว่ามีหนังสือ อีกฉบับถึงสำนักจุฬาราชมนตรี และมีการส่งชื่อผมและดร.อับดลเลาะฮ์ ไปเป็นกรรมการ ตอนมีการเชิญประชุมในวันจันทร์ มีโทรศัพท์ไปแจ้งผมตอนนั้นผมอยู่ที่เกาหลี ยังไม่ทราบเรื่องว่า เป็นกรรมการ เพราะเป็นคนบอกไม่ให้สำนักงานคณะกรรมการกลางฯ ส่งเรื่องไป มาทราบตอนกลับมาถึงประเทศไทยในวันอาทิตย์และเห็นว่ากฎหมายมีการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าร่วมประชุม จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมแต่ได้รับโทรศัพท์จากรองประธานสปช. อ.ทัศนา บุญทอง ในเย็นวันก่อนการพิจารณาว่ามีการถอนเรื่องออกไปแล้ว” ดร.วินัย กล่าว 

ดร.วินัยกล่าวว่า ได้คุยกับ สปช.ที่เป็นมุสลิมถึงเรื่องที่เกิดขึ้น อ.นิรันดร์ก็บอกว่าจะพูดเรื่องนี้ในที่ประชุม ตนก็บอกว่าหากมีการพูดก็จะขอพูดในมุมของตน จึงไม่มีการพูดเรื่องนี้ในที่ประชุมสปช. “กฎหมายกองทุนซะกาตที่บอกว่ามีการล้มไม่จริง เพราะได้มีการศึกษาวิจัยและจ่ายเงินไปแล้ว เพียงแต่ไม่ได้พิจารณาในที่ประชุม แต่ได้ส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเหมือนเดิมแม้ไม่มีการพิจารณา ไม่ได้มีการคว่ำ เพราะยังไม่มีการหงาย การบอกว่ามีคน 200 คนไปคัดค้านเป็นเรื่องพูดตลกกันมากกว่า ไม่ได้เป็นเรื่องซีเรียส เพราะเรื่องก็ถูกเสนอไปยังรัฐบาลอยู่ดี” ดร.วินัยชี้แจง 

ขณะที่รศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้เสนอร่างกฎหมายและกรรมการพิจารณา ได้ชี้แจงว่าไม่ได้คัดค้านดร.วินัยเข้าร่วมเป็นกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมในวิถีอิสลาม แต่ได้ให้ข้อมูลกับน.พ.พลเดช ไปว่า ดร.วินัยเคยโพสต์เฟซบุคว่า งบประมาณในการทำงานของสสม.เป็นภาษีบาป ซึ่งไม่รู้ว่าดร.วินัยจะเห็นด้วยหรือไม่ซึ่งน.พ.พลเดช ไม่ได้แต่งตั้ง 

“ดร.วินัยทำงานเรื่องฮาลาลไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องซะกาต การไม่แต่งตั้งก็ไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนตัวผมกับดร.วินัยไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ต่างคนต่างทำงานที่ตัวเองรับผิดชอบ อย่างผมไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการฯ หรือกรรมาธิการพิจารณากฎหมายอิสลามเรื่องอื่นผมก็ไม่ได้มีปัญหา หรือ ดร.จรัญ มะลูลีม ไม่ได้รับการแต่งตั้งก็ไม่เห็นว่า ท่านจะมีปัญหาอะไร” ดร.อิศรากล่าว เรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของสังคมมุสลิมจะต้องบันทึกให้ชัดเจนว่าใครเป็นอย่างไร เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เพราะมีคนมาบอกกับตนชัดเจนมีการหลอกกรรมการอิสลามมา แต่ไม่ได้บอกว่า จะมีคัดค้านกฎหมายซะกาตคนเหล่านี้มาโดยไม่รู้ คิดว่ามาเรื่องอื่น แต่ถูกหลอกให้มาคัดค้าน

ร่างพ.ร.บ.ซะกาตถูกส่งไปยังรัฐบาลผ่านมือของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียบร้อยแล้วพร้อมกับข้อเสนอการปฏิรูปของสปช.อีก 36 วาระ 7 การพัฒนา แต่จะได้รับการพิจารณา หรือไม่ ต้องลุ้นกันต่อไป หลังจากสังคมมุสลิมรอมาเกือบ 10 ปี แต่สิ่งที่สะท้อนถึงปัญหาพ.ร.บ.ซะกาต คือมุสลิมขัดแย้งกันเอง  

 
หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนสิงหาคม 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 665 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 52 + 52 =
ความคิดเห็น :