Bookmark and Share

สวนสัตว์ไทย เจ๋ง! ฟื้นชีวิตพันธุ์สัตว์ป่าสูญพันธุ์-หายาก ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ 5,000 ตัว



“สวนสัตว์” ไม่เพียงเป็นสถานที่ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ชีวิตสัตว์นานาชนิด ที่ไม่สามารถออกไปเรียนรู้ในธรรมชาติตามป่าเขาได้ อีกด้านหนึ่ง “สวนสัตว์” ยังมีภาระหน้าที่ในการ เพราะเลี้ยงสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือสัตว์ป่าหายาก และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ อย่าง “นกกระเรียน” ที่เคยขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าสูญพันธุ์ไปแล้ว กลับมามีชีวิตในประเทศไทยอีกครั้ง

องค์การสวนสัตว์แห่งในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ ดูแลสัตว์ในประเทศไทย มีสวนสัตว์ในความดูแล 7 แห่ง คือ สวนสัตว์ ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียวสวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น และล่าสุดมี คชอาณาจักร ที่จังหวัดสุรินทร์ ที่ผ่านมามีสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้สูญพันธุ์ไปแล้วและบางชนิดใกล้สูญพันธุ์ เป็นปัญหาที่องค์กรสวนสัตว์ฯ ตระหนักถึงความสำคัญ จึงได้พัฒนาและสร้างศูนย์นวัตกรรมทางการสืบพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย เพื่อเพาะขยายพันธุ์และอนุรักษ์สัตว์ป่าหายาก 

ศูนย์นวัตกรรมทางการสืบพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้ใช้เทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์ ทั้งการเก็บรักษาน้ำเชื้อแช่แข็ง การผสมเทียม การย้ายฝากตัวอ่อน การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย และการโคลนนิ่ง ซึ่งประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์สัตว์ป่าสูญพันธุ์ และสัตว์ป่าหายาก ปล่อยคืนสู่ระบบนิเวศน์จำนวนมาก นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า องค์การสวนสัตว์ประสบความสำเร็จในการผลิตละมั่งหลอดแก้วตัวแรกของโลก
การผสมเทียมหมีแพนด้า และการผสมเทียมเสือลายเมฆ ทำให้องค์การสวนสัตว์ต้องพัฒนาการทำงานของหน่วยงานอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ต่อการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า

ปัจจุบันได้มีการสร้างธนาคารพันธุกรรมหรือ สวนสัตว์แช่แข็ง
เพื่อเก็บตัวอย่างพันธุกรรมของสัตว์นานาชนิด เพื่อการวิจัยและเพาะพันธุ์เพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าหายากไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่จะดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในต้นปี 2559

ด้านสัตวแพทย์หญิง ดร.อัมพิกา ทองภักดี หัวหน้าฝ่ายวิจัย สำนักอนุรักษ์และวิจัย องค์การสวนสัตว์ฯ ได้เล่าถึงการทำงานภายใน
สวนสัตว์แช่เข็งว่า ธนาคารพันธุกรรมสัตว์ป่าหรือสวนสัตว์แข็ง ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นธนาคารพันธุกรรมของชาติ นำพันธุกรรมของสัตว์ป่าสงวนที่มีความสำคัญทั้งของไทยและของโลกมาแช่แข็งไว้ ขณะนี้

มีการเก็บพันธุกรรมสัตว์หายากได้แล้ว 32 ชนิด กว่า 5,000 ตัวอย่าง อาทิ ละมั่ง สมเสร็จ กวางผา ช้าง โดยตัวอย่างพันธุกรรมที่
เก็บไว้ นอกจากเพื่อการขยายพันธุ์สัตว์เพื่อการอนุรักษ์แล้ว ยังมีประโยชน์ในการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อโรคที่ทำให้สัตว์ป่าเหล่านั้นล้มตาย โรคติดต่อสู่คนและการสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยการเก็บตัวอย่าง เช่น เซลล์ ขนสัตว์ น้ำเชื้อ จะถูกเก็บไว้โดยวิธีพิเศษ นอกจากนี้ ธนาคารพันธุกรรมยังยินดีแลกเปลี่ยนข้อมูลและรับฝากตัวอย่างพันธุกรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ทางการการวิจัยด้วย    

ขณะที่นายสัตวแพทย์ ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักอนุรักษ์ และวิจัย องค์การสวนสัตว์ ได้อธิบายถึงสถานการณ์ของสัตว์ป่าสงวนทั้ง 15 ชนิด ว่า ขณะนี้เหลือเพียง 7-8 ชนิด เช่น เก้งหม้อ สมเสร็จ เนื้อทราย กวางผา ละมั่ง และนกกระเรียน ซึ่งในส่วนของนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่หายจากธรรมชาติไปแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ปี ทางสวนสัตว์นครราชสีมาได้เพาะขยายพันธ์ จนผลิตนกกระเรียนที่รอดชีวิตได้
ปีละ 10-20 ตัว และปี 2550-2554 ได้ทดลองปล่อยนกกระเรียนกลับสู่ธรรมชาติ จนขณะนี้มีจำนวน 70 ตัว

แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ ละมั่งพันธุ์ไทย เนื่องจากเหลือเพียง 50 ตัว 
ในประเทศ ทำให้เกิดการผสมภายในเครือญาติ พบปัญหาเลือดชิดทำให้อัตราได้ลูกละมั่งในปริมาณน้อยลง อีกทั้งยังมีสุขภาพอ่อนแอเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ขณะที่จำนวนละมั่งพันธุ์พม่าในไทยถือว่ามีจำนวนมาก ได้มีการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ โดยมีการคัดเลือกตัวที่สุขภาพดีเก็บพันธุกรรมชั้นดีของทั้งตัวผู้และตัวเมีย ก่อนติดปลอกคอแล้วปล่อยคืนสู่ป่า ซึ่งละมั่งพันธุ์พม่าที่ถูกปล่อยตามธรรมชาติ ที่ห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และที่สลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มตั้งประชากรและมีลูกตามธรรมชาติได้แล้ว นอกจากนี้ ยังได้เริ่มทำการวิจัยเกี่ยวกับช้างเอเชีย เนื่องจากพบว่ามีปัญหาในกรณีที่ช้างมีรูปร่างใหญ่ ทำให้บางตัวไม่ยอมรับการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ จึงต้องหาทางอื่นเพื่อเพิ่มการขยายพันธุ์

จากความสำเร็จของนักวิจัยไทยที่ประสบความสำเร็จในทำการเพราะผสมเทียมหมีแพนด้า ละมั่งพันธุ์พม่า ละมั่งหลอดแก้ว ผสมเทียมเสือลายเมฆ และนกกระเรียน ทำให้ได้รับการยอมรับและได้รับความสนใจจากนานาชาติ มีการวิจัยร่วมกับหลายๆ ประเทศ อาทิ สวนสัตว์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกาและกัมพูชา โดยล่าสุด สวนสัตว์แห่งชาติ 
ในแอฟริกาใต้ได้มีการประสานพูดคุยเตรียมทำ MOU แลกเปลี่ยนนักวิจัยกับองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยอาจร่วมกันทำวิจัยในระยะยาว 6 เดือน – 2 ปี

จะเห็นได้ว่าภารกิจการการเพาะพันธุ์พันธุ์ ขยายพันธุ์สัตว์ป่าสูญพันธุ์และสัตว์ป่าหายาก ขององค์การสวนสัตว์ฯ มีความสำคัญในการ อนุรักษ์สัตว์เหล่านี้ให้มีอยู่ในธรรมชาติ ให้เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตที่น่าสนใจ 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกันยายน 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1175 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 65 + 34 =
ความคิดเห็น :