Bookmark and Share

ฮัจย์เลือด!



การประกอบพิธีฮัจย์ ในปี 1439  ต้องบันทึกว่า เป็นปีแห่ง “อุบัติเหตุที่รุนแรง” ถึง 2 เหตุการณ์ นำไปสู่การสูญเสียชีวิตของมุสลิมเกือบ 1,000 คน บาดเจ็บอีกนับพันคนเช่นเดียวกันเหตุการณ์แรกเกิดขึ้น “อัล ฮารอม” อันเป็นที่ตั้งของอัล กะบะห์ ศาสนสถานที่มุสลิม ใช้เป็นศูนย์กลาง ในการละหมาดมุสลิมทั่วโลก ในขณะที่พี่น้องมุสลิมจำนวนมากกำลัง “ตอวาฟ” มีฝนฟ้าคะนอง และทันใดนั้นเครนขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก ของบินลาเด็น กรุ๊ป ผู้รับเหมาก่อสร้างการขยายมัสยิดฮารอม ได้ถล่มลงมา แรงของเครนน้ำหนักมหาศาลทำลายสิ่งที่ขวางหน้าแตกกระจายออกไปเป็นวงกว้างสิ่งปลูกสร้างกับเศษชิ้นส่วนมนุษย์กระจายเกลื่อนกราด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 107 ราย และบาดเจ็บ 237 ราย จากหลายชาติ มีคนไทยเสียชีวิต 1 ราย คือ นางวนิดา สะดี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 575/159 ซอยเพชรเกษม แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเพมหานคร ผู้บาดเจ็บนายสะมะแอ ซาซู ฮุจยาต จากจ.ยะลา นายแมะเยาะ แดมอ ฮุจยาต จาก จ.ปัตตานี นางต่วนยาอีหม๊ะ ณ นคร ชาว จ.ปัตตานี และนางนาฝีสะ ด้วงดล ชาวจ.พัทลุง โดยผู้เสียชีวิตญาติจะได้รับชดเชย 1 ล้านริยาต หรือประมาณ 9.76 ล้านบาท 

สาเหตุของเครนถล่มอยู่ระหว่าง การตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่ได้มีการแถลงผลสรุปออกมา จึงยังไม่ทราบว่าสาเหตุเครนถล่มเกิดจากฟ้าผ่า พายุฝนกระหน่ำรุนแรง หรือสาเหตุอย่างอื่น 
ถัดจากเหตุการณ์เครนถล่มไม่กี่วัน ผู้คนยังไม่หายขวัญเสีย ก็เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าเครนถล่มหลายเท่า ที่ทุ่งมีนาระหว่างพิธีการขว้างหิน จากการตรวจสอบภาพในวงจรปิด พบว่าฮุจยาตจำนวนมาก นับหมื่นคน ออกันแน่นที่ประตูบานหนึ่ง แรงผลักดันทำให้ประตูเปิดออก เมื่อประตูเล็กๆ ถูกเปิดให้กับบรรดาฮุจยาตนับหมื่นคนที่กำลังดันและแออัดยัดเยียดกันอยู่นั้น เพียงไม่กี่นาทีพวกเขาจำนวนหลายร้อยคนก็ถูกเหยียบย่ำและถูกบดขยี้อยู่ใต้ฝาเท้าจนเสียชีวิต โดยที่เจ้าหน้าที่ของซาอุฯ ระบุว่า พยายาม ห้ามปราม 

สื่อตะวันตก AFP รายงานว่า  ภาพในคลิปแสดงให้เห็นว่า มีการปิดเส้นทางจริง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ แต่จะปิดด้วยเรื่องอะไรนั้น ทางการซาอุฯ ก็น่าที่จะแสดงออกมา เพราะรัฐบาลแต่ละประเทศก็ได้รับแรงกดดันจากคลิปและข่าว
เหตุกรณ์เมื่อ 24 กันยายน นับว่า รุนแรงที่สุด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของซาอุดิอาระเบียบอกว่ายอดผู้เสียชีวิต มีทั้งหมด 769 คน บาดเจ็บ 934 คน โดยสามารถพิสูจน์สัญชาติได้แล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวอิหร่าน 144 คน, โมร็อกโก 87 คน, อียิปต์ 55 คน อินเดีย 35 คนและชาติอื่นๆ อีกหลายสิบคน และปากีสถานกว่า 200 คนกษัตริย์ซาอุฯ ได้แต่งตั้งบุตรชายเป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ท่ามกลางกระแสกดดันโดยเฉพาะจากอิหร่านให้มีการ “แสดงความรับผิดชอบ”

ย้อนอดีตโศกนาฎกรรม
ที่มักกะห์

ปี 2530
หน่วยรักษาความปลอดภัยซาอุดี้ได้ปราบปรามการก่อเหตุประท้วงอเมริกา และอิสราเอลของผู้แสวงบุญจากอิหร่าน ทำให้มีผู้แสวงบุญเสียชีวิต 402 คน 

ปี 2533 
มีผู้แสวงบุญเสียชีวิตจากเหตุเหยียบกัน หรือขาดอากาศหายใจในอุโมงค์ทางเชื่อมในมีนา จำนวน 1,426 คน

ปี 2540 
เกิดเหตุเพลิงไหม้เต็นท์ที่มีนา มีผู้เสียชีวิต 340 คน บาดเจ็บ 1,500 คน

ปี 2547
มีผู้เสียชีวิตจากเหตุเหยียบกันตาย 251 คน 

ปี 2549
เกิดเหตุเหยียบกันตายอีกครั้งที่บริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ขว้างหินในมีนา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 364 คน

ปี 2558
เกิดเหตุเครนถล่ม มีผู้เสียชีวิต 107 คน 
เกิดเหตุเหยียบกันที่ทุ่งมีนา มีผู้เสียชีวิต 769 คน  รวม 2 เหตุการณ์ 876 คน


หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกันยายน 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 590 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 20 + 5 =
ความคิดเห็น :