Bookmark and Share

กอจ.กรุงเทพฯขาดคุณสมบัติหรือไม่ รอชี้ขาด! อีกไม่นาน



รายงานพิเศษ
กองบรรณาธิการ Mtoday

กอจ.กรุงเทพฯขาดคุณสมบัติหรือไม่ รอชี้ขาด! อีกไม่นาน

กรณี “ศาลฎีกา” มีคำพิพากษา ยกฟ้องคดี ที่ คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพฯ ยื่นฟ้อง ทนายสมชาย พร้อมพวก 3 คน เป็นประเด็นถกเถียงในสังคมมุสลิมสูงยิ่งกรณีหนึ่ง รายละเอียดในคำพิพากษาและการนำคำพิพากษาไปขับเคลื่อนต่อนั้น น่าวิเคราะห์ว่า กอจ.กรุงเทพฯ ขาดคุณสมบัติหรือไม่

ความเป็นมาเป็นไปของคดีมาจากประเด็นความขัดแย้ง เรื่องการนำที่ดินที่พี่น้องมุสลิมวากั๊ฟหรือบริจาคให้สร้างโรงเรียนสอนศาสนามะเซาะอะตุดดีน1 ไปสร้างเป็นมัสยิดอิบาดิรเราะห์มาน ย่านหลอแหล เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ มีพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ได้ขอยื่นจดทะเบียนมัสยิดต่อคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร (กอจ.กทม.) ครั้งแรก กอจ.กทม.ไม่อนุญาตโดยให้เหตุผลว่า เป็นที่ดินวากั๊ฟให้สร้างโรงเรียนไม่สามารถสร้างเป็นมัสยิดได้ ต่อมาได้มีการขอจดทะเบียนอีกครั้ง ซึ่งในครั้งที่ 2 ที่ประชุมกอจ.กทม. เห็นชอบให้มีการจดทะเบียนได้
มาตรฐานการพิจารณาของกอจ.กรุงเทพฯ ชุดเดียวกัน ที่ครั้งแรกไม่อนุญาต แต่ครั้งที่ 2 กลับอนุญาต เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสังคมมุสลิมว่า ใช้หลักศาสนาหรือหลักการทางกฎหมายใด

เมื่อกอจ.กรุงเทพฯ ได้อนุมัติให้จดทะเบียนมัสยิดบนที่ดินวากั๊ฟให้สร้างโรงเรียน มีมุสลิมกลุ่มหนึ่งยื่นอุทธรณ์ไปยังสำนักจุฬาราชมนตรี ซึ่งถือเป็นผู้นำสูงสุดของมุสลิมในประเทศไทย มีอำนาจหน้าที่ในการออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม ตามกฎหมายบริหารกิจการอิสลามปี 2540 มาตรา 8 (4) ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักจุฬาราชมนตรี วินิจฉัยว่า ไม่สามารถนำที่ดินวากั๊ฟให้สร้างโรงเรียนไปสร้างมัสยิดได้ ผิดวัตถุประสงค์ของผู้วากั๊ฟ ต่อมากอจ.กรุงเทพฯได้โต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าว สำนักจุฬาฯได้ยืนยันคำวินิจฉัยอีกครั้ง

ต่อมามีพี่น้องมุสลิมจำนวน 3 คน ประกอบด้วยนายสมชาย อัลดุลเลาะฮ์ ทนายความ และผู้บริจาคที่ดิน คือนายชโยดม วิทยานนท์ และนายรังสรรค์ วิทยานนท์ ได้ยื่นต่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย(กอท.) ให้ถอดถอนกอจ.กรุงเทพฯ 26 คน ด้วยเห็นว่า ขาดคุณสมบัติการเป็น กอจ. กรณีที่ไม่เคารพในอำนาจหน้าที่ของจุฬาราชมนตรีที่ระบุไว้ในกฎหมาย และเป็นไปตามหลักศาสนา และยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ถอดถอนด้วย ซึ่งกรรมการกลางอิสลามฯ ไม่เห็นชอบให้ถอดถอน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ดำเนินการใดๆตามที่มีการยื่นคำร้อง

คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพฯ จำนวน 26 คนได้ยื่นฟ้องต่อศาล กล่าวหาว่า   นายสมชาย อัลดุลเลาะฮ์,นายชโยดม วิทยานนท์ และนายรังสรรค์ วิทยานนท์ ข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เรียกค่าเสียหายคนละ 150,000  บาท โดยระบุว่า กอจ.กรุงเทพฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การกล่าวหาว่า เป็นคนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการศาสนา เป็นการกล่าวหาที่เป็นเท็จ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
การพิจารณาของศาลชั้นต้น เห็นว่า จำเลยทั้ง 3 คน หมิ่นประมาทกอจ.กรุงเทพฯ ทั้ง 26 คนจริง สั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายคนละ 150,000 บาท รวมเป็นเงิน 3.9 ล้านบาท เป็นคำสั่งศาลที่ทำให้จำเลยทั้ง 3 คนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้ทำเพื่อให้เกิดความถูกต้องในสังคมตามหลักกฎหมายและหลักศาสนา แต่ตัวเองต้องมารับชะตากรรมที่โหดร้าย หาเงินมาจ่ายให้กอจ.กทม.คนละ 1.3 ล้านบาท

ด้วยความเสียใจ ส่งผลให้ นายชโยดม วิทยานนท์ และนายรังสรรค์ วิทยานนท์ เสียชีวิตในเวลาต่อมา ไม่รู้ว่า เป็นเวรกรรมที่ 26 คนได้ทำไว้กับทั้ง 2 คนหรือไม่ และไม่รู้ว่าจะขอมาอัพกันอย่างไรกับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ได้มีการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” จำเลยทั้ง 3 คน ( 2 คนที่เสียชีวิต มีลูกมาเป็นจำเลยแทน) ต่อมาศาลฎีกาได้พิพากษา”ยืน” ตามศาลอุทธรณ์ คือให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 3 คน ซึ่งในคำวินิจฉัยของศาลฎีกา เป็นประเด็นจะน่าจะนำมาวิเคราะห์เนื่องจากมีคำวินิจฉัยในพฤติกรรมของโจทก์ 26 คนไว้ เป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงยกฟ้องจำเลย ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลฎีกาถือว่า สิ้นสุด


ฝ่ายกอจ.กรุงเทพฯ พยายามอธิบายว่า คำพิพากษาของศาลฎีกา ไม่ได้ชี้ชัดว่า กอจ.กรุงเทพฯขาดคุณสมบัติ โดยในเวบไซด์ http://www.mmat.or.th/ ของสมาคมสื่อสารมุสลิมแห่งประเทศไทย ได้โต้แย้งข้องมูลที่ Mtoday ได้ตั้งสังเกตว่า กอจ.กรุงเทพฯ อาจขาดคุณสมบัติตามที่ศาลมีคำสั่ง โดยระบุว่า

“ศาลฎีกาพิจารณาแล้วมีคำพิพากษาให้ยืนตามศาลอุทธรณ์และให้โจทก์จ่ายค่าทนายความแทนจำเลย จำนวน ๖,๐๐๐.- บาท จะเห็นได้ชัดเจนว่าศาลฎีกามิได้มีคำพิพากษาว่า กอ.กทม.ชุดที่แล้วขาดคุณสมบัติตามกฎหมายการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม ปี ๒๕๔๐ ตามที่ MTODAY ลงตีพิมพ์แต่อย่างใด จึงขอให้ผู้ที่พบเห็นหรือได้อ่าน MTODAY ฉบับดังกล่าวได้โปรดพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าควรจะเชื่อถือได้หรือไม่ และควรหาข้อมูลข้อเท็จจริงทุกฝ่ายให้ครบถ้วนมาประกอบการพิจารณาเสียก่อนอย่าเชื่อคนหนึ่งคนใดหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน” พร้อมยกอายะห์กุรอ่าน มาเป็นหลักฐาน

หากไปพิจารณาคำพิพากษาของศาล ก่อนที่ศาลจะสั่งยกฟ้อง ศาลให้เหตุผลว่า “จำเลยซึ่งเป็นชาวไทยมุสลิมในกรุงเทพฯ ถือว่า มีส่วนได้เสียกับการกระทำของโจทก์(กอจ.กทม.) เชื่อและเห็นว่า การกระทำของโจทก์ทั้ง 26 คน เป็นการไม่เคารพต่อผู้นำและยังลุแก่อำนาจ เป็นผู้ขาดความรู้ ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็นอย่างดีและเป็นผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งศาสนาโดยเคร่งครัดตกเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพฯ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมาย”

พิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลฎีกา มองได้ว่า
 1. ศาลเชื่อในข้อมูลของจำเลยในการนำสืบที่เชื่อว่า โจทก์คือ กอจ.กทม.ทั้ง 26 คน ขาดคุณสมบัติ จึงพิพากษายกฟ้อง แม้ว่าในการการนำสืบของโจทก์ได้หยิบยกมติคณะกรรมการกลางฯ ที่ไม่ถอดถอนออกจากตำแหน่งไปต่อสู้ในศาลด้วย แต่ศาลกลับเชื่อในข้อมูลของจำเลยมากกว่า
2. คำวินิจฉัยที่ว่า  โจทก์ทั้ง 26 คน เป็นการไม่เคารพต่อผู้นำและยังลุแก่อำนาจ คือ ไม่เชื่อตามคำวินิจฉัยของจุฬาราชมนตรีที่มีอำนาจตามกฎหมาย เท่ากับกระทำการขัดต่อกฎหมายและหลักศาสนาที่ให้ปฏิบัติตามคำฟัตวาของผู้นำ เมื่อสำนักจุฬาฯฟัตว่า ไม่สามารถนำที่ดินที่วากั๊ฟให้สร้างโรงเรียนมาสร้างเป็นมัสยิดได้นั้น การที่กอจ.กรุงเทพฯ ไม่เชื่อฟัง ยังโต้แย้งว่า ก่อสร้างได้เท่ากับไม่เชื่อการฟัตวาของผู้นำ การไม่ฟังผู้นำ ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเป็นคนที่ “ขาดความรู้ ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็นอย่างดีและเป็นผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งศาสนาโดยเคร่งครัด” ตามคำวินิจฉัยของศาล

ทั้งนี้ ในกฎหมายบริหารกิจการอิสลาม ระบุ คุณสมบัติของผู้จะมาเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไว้ ในมาตรา 7 (3) เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็นอย่างดี และ (4) เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามโดยเคร่งครัด

ที่กล่าวมา เป็นการวิเคราะห์ของ Mtoday เท่านั้น การจะวินิจฉัยว่า กอจ.กรุงเทพฯ ขาดคุณสมบัติหรือไม่ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะพิจารณา ซึ่งจากนี้ไปจะมีผู้นำคำพิพากษาไปยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้วินิจฉัยคำพิพากษาของศาล เริ่มจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
กอจ.กรุงเทพฯจะขาดคุณสมบัติหรือไม่ ลุ้นกันด้วยใจระทึก!

 


บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1178 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 42 + 58 =
ความคิดเห็น :