Bookmark and Share

เมื่อจำเลย กลายเป็นโจทก์ พิสูจน์คุณสมบัติ กอจ.กทม.



กรณี “ศาลฎีกา” มีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพฯ ยื่นฟ้อง ทนายสมชาย พร้อมพวก 3 คน เป็นประเด็นถกเถียงในสังคมมุสลิมสูงยิ่งกรณีหนึ่ง รายละเอียดในคำพิพากษาและการนำคำพิพากษาไปขับเคลื่อนต่อนั้น น่าวิเคราะห์ว่า กอจ.กรุงเทพฯ ขาดคุณสมบัติหรือไม่ 

ความเป็นมาเป็นไปของคดีมาจากประเด็นความขัดแย้ง เรื่องการนำที่ดินที่พี่น้องมุสลิมวากั๊ฟหรือบริจาคให้สร้างโรงเรียนสอนศาสนามะเซาะอะตุดดีน 1 ไปสร้างเป็นมัสยิดอิบาดิรเราะห์มาน ย่านหลอแหล เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ มีพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ได้ขอยื่นจดทะเบียนมัสยิดต่อคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร (กอจ.กทม.) ครั้งแรก กอจ.กทม.ไม่อนุญาตโดยให้เหตุผลว่า เป็นที่ดินวากั๊ฟให้สร้างโรงเรียนไม่สามารถสร้างเป็นมัสยิดได้ ต่อมาได้มีการขอจดทะเบียนอีกครั้ง ซึ่งในครั้งที่ 2 ที่ประชุมกอจ.กทม. เห็นชอบให้มีการจดทะเบียนได้ 

มาตรฐานการพิจารณาของกอจ.กรุงเทพฯ ชุดเดียวกัน ที่ครั้งแรกไม่อนุญาต แต่ครั้งที่ 2 กลับอนุญาต เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสังคมมุสลิม
ว่า ใช้หลักศาสนาหรือหลักการทางกฎหมายใด 

เมื่อกอจ.กรุงเทพฯ ได้อนุมัติให้จดทะเบียนมัสยิดบนที่ดินวากั๊ฟให้สร้างโรงเรียน มีมุสลิมกลุ่มหนึ่งยื่นอุทธรณ์ไปยังสำนักจุฬาราชมนตรี ซึ่งถือเป็นผู้นำสูงสุดของมุสลิมในประเทศไทย มีอำนาจหน้าที่ในการออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม ตามกฎหมายบริหารกิจการอิสลามปี 2540 มาตรา 8 (4) ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักจุฬาราชมนตรี วินิจฉัยว่า ไม่สามารถนำ
ที่ดินวากั๊ฟให้สร้างโรงเรียนไปสร้างมัสยิดได้ ผิดวัตถุประสงค์ของผู้วากั๊ฟ ต่อมากอจ.กรุงเทพฯได้โต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าว สำนักจุฬาฯได้ยืนยันคำวินิจฉัยอีกครั้ง 

ต่อมามีพี่น้องมุสลิมจำนวน 3 คน ประกอบด้วยนายสมชาย อัลดุลเลาะฮ์ ทนายความ และผู้บริจาคที่ดิน คือนายชโยดม วิทยานนท์ และนายรังสรรค์ วิทยานนท์ ได้ยื่นต่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (กอท.) ให้ถอดถอนกอจ.กรุงเทพฯ 26 คน ด้วยเห็นว่าขาดคุณสมบัติการเป็น กอจ. กรณีที่ไม่เคารพในอำนาจหน้าที่ของจุฬาราชมนตรีที่ระบุไว้ในกฎหมาย และเป็นไปตามหลักศาสนา และยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ถอดถอนด้วย ซึ่งกรรมการกลางอิสลามฯ ไม่เห็นชอบให้ถอดถอน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ตามที่มีการยื่นคำร้อง 
คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพฯ จำนวน 26 คนได้ยื่นฟ้องต่อศาล กล่าวหาว่า นายสมชาย อัลดุลเลาะฮ์, นายชโยดม วิทยานนท์ และนายรังสรรค์ วิทยานนท์ ข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เรียกค่าเสียหายคนละ 150,000 บาท โดยระบุว่า กอจ.กรุงเทพฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การกล่าวหาว่าเป็นคนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการศาสนาเป็นการกล่าวหาที่เป็นเท็จ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง 

การพิจารณาของศาลชั้นต้น เห็นว่าจำเลยทั้ง 3 คน หมิ่น
ประมาทกอจ.กรุงเทพฯ ทั้ง 26 คนจริง สั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายคนละ 150,000 บาท รวมเป็นเงิน 3.9 ล้านบาท เป็นคำสั่งศาลที่ทำให้จำเลยทั้ง 3 คนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้ทำเพื่อให้เกิดความถูกต้องในสังคมตามหลักกฎหมายและหลักศาสนา แต่ตัวเองต้องมารับชะตากรรมที่โหดร้าย หาเงินมาจ่ายให้กอจ.กทม.คนละ 1.3 ล้านบาท 

ด้วยความเสียใจ ส่งผลให้ 
นายชโยดม วิทยานนท์ และนายรังสรรค์ วิทยานนท์ เสียชีวิตในเวลาต่อมา ไม่รู้ว่าเป็นเวรกรรมที่ 26 คนได้ทำไว้กับทั้ง 2 คนหรือไม่ และไม่รู้ว่าจะขอมาอัพกันอย่างไรกับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ได้มีการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มี
คำพิพากษา “ยกฟ้อง” จำเลยทั้ง 3 คน (2 คนที่เสียชีวิต มีลูกมาเป็นจำเลยแทน) ต่อมาศาลฎีกาได้พิพากษา “ยืน” ตามศาลอุทธรณ์ คือให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 3 คน ซึ่งในคำวินิจฉัยของศาลฎีกา เป็นประเด็นจะน่าจะนำมาวิเคราะห์เนื่องจากมีคำวินิจฉัยในพฤติกรรมของโจทก์ 26 คนไว้ เป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงยกฟ้องจำเลย ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลฎีกาถือว่าสิ้นสุด

ฝ่ายกอจ.กรุงเทพฯ พยายามอธิบายว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาไม่ได้ชี้ชัดว่า กอจ.กรุงเทพฯขาดคุณสมบัติ โดยในเวบไซค์ http://www.mmat.or.th/ของสมาคมสื่อสารมุสลิมแห่งประเทศ ไทย ได้โต้แย้งข้องมูลที่ Mtoday ได้ตั้งข้อสังเกตว่า กอจ.กรุงเทพฯ อาจขาดคุณสมบัติตามที่ศาลมี
คำสั่ง โดยระบุว่า 

“ศาลฎีกาพิจารณาแล้วมี
คำพิพากษาให้ยืนตามศาลอุทธรณ์และให้โจทก์จ่ายค่าทนายความแทนจำเลย จำนวน ๖,๐๐๐ บาท จะเห็นได้ชัดเจนว่าศาลฎีกามิได้มีคำพิพากษาว่า กอ.กทม.ชุดที่แล้วขาดคุณสมบัติตามกฎหมายการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม ปี ๒๕๔๐ ตามที่ MTODAY ลงตีพิมพ์แต่อย่างใด จึงขอให้ผู้ที่พบเห็นหรือได้อ่าน MTODAY ฉบับดังกล่าวได้โปรดพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าควรจะเชื่อถือได้หรือไม่ และควรหาข้อมูลข้อเท็จจริงทุกฝ่ายให้ครบถ้วนมาประกอบการพิจารณาเสียก่อนอย่าเชื่อคนหนึ่งคนใดหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน” พร้อมยกอายะห์กุรอ่าน มาเป็นหลักฐาน 

หากไปพิจารณาคำพิพากษาของศาล ก่อนที่ศาลจะสั่งยกฟ้อง ศาลให้เหตุผลว่า “จำเลยซึ่งเป็นชาวไทยมุสลิมในกรุงเทพฯ ถือว่า มีส่วนได้เสียกับการกระทำของโจทก์ (กอจ.กทม.) เชื่อและเห็นว่า การกระทำของโจทก์ทั้ง 26 คน เป็นการไม่เคารพต่อผู้นำและยังลุแก่อำนาจ เป็นผู้ขาดความรู้ ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็น อย่างดีและเป็นผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งศาสนาโดยเคร่งครัดตกเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพฯ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมาย” 

พิจารณาจากคำวินิจฉัยของ
ศาลฎีกา มองได้ว่า
1. ศาลเชื่อในข้อมูลของจำเลย ในการนำสืบที่เชื่อว่า โจทก์คือ กอจ. กทม.ทั้ง 26 คน ขาดคุณสมบัติ จึงพิพากษายกฟ้อง แม้ว่าในการนำสืบของโจทก์ได้หยิบยกมติคณะกรรมการกลางฯ ที่ไม่ถอดถอน ออกจากตำแหน่งไปต่อสู้ในศาลด้วย แต่ศาลกลับเชื่อในข้อมูลของจำเลยมากกว่า 
2. คำวินิจฉัยที่ว่า โจทก์ทั้ง 26 คน เป็นการไม่เคารพต่อผู้นำและยังลุแก่อำนาจ คือ ไม่เชื่อตามคำวินิจฉัยของจุฬาราชมนตรีที่มีอำนาจตามกฎหมาย เท่ากับกระทำการขัดต่อกฎหมายและหลักศาสนาที่ให้ปฏิบัติตามคำฟัตวาของผู้นำ เมื่อสำนักจุฬาฯ
ฟัตว่า ไม่สามารถนำที่ดินที่วากั๊ฟให้สร้างโรงเรียนมาสร้างเป็นมัสยิดได้นั้น การที่กอจ.กรุงเทพฯ ไม่เชื่อฟัง ยังโต้แย้งว่า ก่อสร้างได้เท่ากับไม่เชื่อการฟัตวาของผู้นำ การไม่ฟังผู้นำ ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเป็นคนที่ “ขาดความรู้ ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็นอย่างดีและเป็นผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งศาสนาโดยเคร่งครัด” ตามคำวินิจฉัยของศาล 

ทั้งนี้ ในกฎหมายบริหารกิจการอิสลาม ระบุ คุณสมบัติ
ของผู้จะมาเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไว้ ในมาตรา 7 (3) เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็นอย่างดี และ (4) เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามโดยเคร่งครัด

ที่กล่าวมาเป็นการวิเคราะห์ของ Mtoday เท่านั้น การจะวินิจฉัยว่า กอจ.กรุงเทพฯ ขาดคุณสมบัติ
หรือไม่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะพิจารณา ซึ่งจากนี้ไปจะมีผู้นำคำพิพากษาไปยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้วินิจฉัยคำพิพากษาของศาล เริ่มจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 

กอจ.กรุงเทพฯจะขาดคุณสมบัติ หรือไม่ ลุ้นกันด้วยใจระทึก!

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนตุลาคม 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 820 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 75 + 27 =
ความคิดเห็น :