Bookmark and Share

กรมการศาสนายอมถอย โอนกิจการฮัจย์ไปมหาดไทย ปฏิเสธมีเจ้าหน้าที่ทุจริต



กรมการศาสนา “ยอมถอย” โอนกิจการฮัจย์ไปกรมการปกครองระบุ ทำงานเข้าถึงพื้นที่มากกว่า พร้อมยืนยันไร้การทุจริตพร้อมตรวจสอบหากมีข้อมูล
จากกรณีที่ Mtoday ได้นำเสนอข่าวนายอนุมัติ อาหมัด สมาชิกสภานิติบัญญัติ ออกมาระบุว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 
รับผิดชอบแก้ไขกฎหมายการส่งเสริมกิจการฮัจย์เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ของพี่น้องมุสลิมไทยที่สะสมมาหลายปี โดยจะย้ายกิจการฮัจย์ในสังกัดกรมการศาสนา (ศน.) ไปขึ้นตรงกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากกิจการฮัจย์อยู่กับ ศน. มีปัญหาตลอด 20 ปี ผู้แสวงบุญต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินไปใช้มากกว่า 150,000-200,000 บาทต่อคน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ศน.รู้เห็นเป็นใจและทุจริตคอร์รัปชันกันภายในด้วยนั้น       

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ชี้แจงว่า ขณะนี้มีการเสนอแก้ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ โอนย้ายกิจการฮัจย์จากกรมการศาสนาไปกรมการปกครองจริง แต่ไม่ได้เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชันแต่อย่างใด เหตุผลหลักต้องมีการโอนย้ายคือ เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาเห็นว่าด้วยเหตุผลความจำเป็นที่ประชาชนควรจะรู้ข่าวสารเท่าทันการเปลี่ยนแปลงกิจการฮัจย์ และเพื่อให้การบริการเข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด
จึงให้มีการปฏิรูปการบริหารกิจการฮัจย์ โดยปรับเปลี่ยน ดังนี้

1.โครงสร้างการบริหารงานกิจการฮัจย์ โดยให้กรมการปกครองเป็นหน่วยงานบริหารแทนกรมการศาสนา เนื่องจากมีองค์กรและบุคลากรในกำกับอยู่ทุกพื้นที่ 
2.ให้เพิ่มเติมกรรมการ ซึ่งมาจากหน่วยงานหรือองค์กรที่มีบทบาทและภารกิจเกี่ยวกับกิจการฮัจย์ ได้แก่ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นองค์ประกอบคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย

“การโอนย้ายครั้งนี้ถือว่าเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการให้การทำงานเข้าถึงประชาชนและให้ความรู้เรื่องฮัจย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งการดำเนินกิจการฮัจย์ปี 2558 นี้ถือเป็นปีที่มีการทำงานลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด ได้รับความร่วมมือจาก

นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งมีอิหม่าม คอเต็บและบิหลั่นประจำมัสยิด ทำให้การกำกับดูแลและส่งเสริมให้การดำเนินกิจการฮัจย์เป็นไปอย่างถูกต้องสมบูรณ์ตามหลักศาสนา ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย มีหลักประกันในการเดินทางและป้องกันการหาประโยชน์อันมิชอบ 
จนได้รับการชื่นชมจากนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีและผู้แสวงบุญเป็นอย่างมาก เรื่องสามารถตรวจสอบได้จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและทำงานร่วมกันมาอย่างภาคภูมิใจ” 

อธิบดีกรมการศาสนาระบุว่ากรณีที่มีการระบุว่า เจ้าหน้าที่กรมการศาสนามีส่วนเกี่ยวข้องทุจริตนั้น จากการตรวจสอบที่ผ่านมาไม่พบการทุจริต หากทางนายอนุมัติ จะส่งหลักฐานมาให้ทางกรมการศาสนาก็จะเป็นประโยชน์และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนอีกทาง ทางกรมการศาสนาขอบพระคุณอย่างยิ่งและจะเร่งตรวจสอบทันที 

“การที่ผู้เดินทางไปฮัจย์ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินไปใช้มากกว่า 150,000-200,000 บาทต่อคน เรื่องนี้ขอชี้แจงว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับกรมการศาสนา เป็นสิทธิ์ของผู้แสวงบุญจะเป็นผู้เลือกใช้บริการของบริษัทใด ราคาใด” อธิบดีกรมการศาสนา กล่าว

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนตุลาคม 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1036 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 80 + 28 =
ความคิดเห็น :