Bookmark and Share

มัสยิด “นูรุ้ลอีมาน” สุรินทร์ เลือกอิหม่ามคึกคัก



มัสยิด นูรุ้ลอีมาน อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการและคัดเลือก “อิหม่าม” หรือ ผู้นำ ศาสนาอิสลามประจำมัสยิด บรรยากาศ เป็นไปด้วยความคึกคัก ทุกฝ่ายยอมรับ ทายาท “ดรุณ ประธาน” ตามรอยผู้เป็นบิดา  

หลังการละหมาดวันศุกร์ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมามัสยิด นูรุ้ลอีมาน อำเภอศีขรภูมิ       จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดให้มีการสรรหาและคัดเลือก “อิหม่าม” หรือผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด พร้อมทั้งเลือกตั้งคณะกรรมการประจำมัสยิด 
หลังจากที่อิหม่ามคนเก่า “ดรุณ ประธาน” บิดาของ ดร.ฟาริดา สุไลมาน อดีต ส.ส.สุรินทร์ ได้กลับสู่ความเมตตาของอัลเลาะฮ์

มัสยิด นูรุ้ลอีมาน อยู่ที่อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มีครัวเรือนทั้งชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิม มีครัวเรือนทั้งสองศาสนาในจำนวนใกล้เคียงกันประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง ค้าขาย พนักงานข้าราชการ ทำให้เกิดมีการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันระหว่างทั้งสองศาสนิก และไม่เคยเกิด
ข้อบาดหมางหวาดระแวงต่อกันแต่อย่างใด เป็นข้อได้เปรียบของมุสลิมแห่งนี้ซึ่งปรับตัวและเรียนรู้โลกาภิวัตน์ได้ค่อนข้างรวดเร็วการคัดเลือกและสรรหา “อิหม่าม” มิได้เป็น การทำอย่างเลื่อนลอย แต่เพราะยังได้เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายอยู่ด้วย คือ“พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540” โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ก็จะระบุถึงอำนาจหน้าที่ของบุคคล สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามที่อยู่ในประเทศไทย อำนาจหน้าที่ของจุฬาราชมนตรี กรรมการกลางอิสลามประจำประเทศไทย กรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัด ฯลฯ รวมทั้งการกำหนดนิยามถึงบุคคลที่เป็นกำลังสำคัญในการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาและ “นำทาง” ให้แก่มุสลิมในชุมชนโดยหลักๆ ได้แก่

1.
 “อิหม่าม” หรือบางทีก็เรียกว่า “โต๊ะอิหม่าม” หมายความว่า ผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด (“โต๊ะ” เป็นคำเรียกสำหรับผู้สูงวัย ผู้ที่เป็นอันเคารพแก่หมู่คนซึ่งเป็นผู้มีความอาวุโส)
2. “คอเต็บ” หมายความว่า ผู้แสดงธรรมประจำมัสยิด
3. “บิหลั่น” หมายความว่า ผู้ประกาศเชิญชวนให้มุสลิมปฏิบัติศาสนกิจตามเวลา (ทั้งสองตำแหน่งนี้อาจมีคำเรียกว่า “โต๊ะ” 

นำหน้าก็ให้มีความหมายอย่างเดียวกัน) บุคคล ทั้ง 3 ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งผู้นำทางศาสนาประจำสุเหร่า มัสยิดของชุมชน โดยให้มี “มัสยิด” อันเป็นสถานที่ชาวมุสลิมใช้ประกอบศาสนกิจโดยจะต้องมีละหมาดวันศุกร์กันเป็นปกติ 
เป็นสถานที่สอนศาสนาอิสลาม มัสยิดมักถูกใช้เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติศาสนกิจของหมู่บ้าน อาจจะมีทั้งกิจกรรมทางศาสนาและใช้เป็นสถานที่อบรมให้ความรู้ ขัดเกลาให้บุคคคลและเยาวชนเป็นผู้เลื่อมใสในหนทางของพระอัลเลาะห์ พระผู้เป็นเจ้า “ปุรุษประจำมัสยิด” หมายถึงมุสลิมที่คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดมีมติรับเข้าเป็นสัปปุรุษประจำมัสยิด และมีชื่ออยู่ในทะเบียนสัปปุรุษประจำมัสยิด แต่ผู้นั้นจะเป็นสัปปุรุษเกินกว่าหนึ่งมัสยิดในเวลาเดียวกันไม่ได้ตำแหน่งกรรมการหรือตัวแทนชาวมุสลิมทั้งในระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับหมู่บ้านนั้นมีทั้งแบบที่เป็นตำแหน่งที่ “ถาวร” (ไม่มีวาระของการดำรงตำแหน่ง) โดยให้อยู่ในตำแหน่งตลอดไปจนกว่าจะลาออก หรือเสียชีวิตจึงจะถือว่าพ้นจากตำแหน่ง ได้แก่ 1.จุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นประมุขสูงสุด

2. “อิหม่าม” หรือ “โต๊ะอิหม่าม” 3. “คอเต็บ” และ 4. “บิหลั่น”
การสรรหาและคัดเลือก “อิหม่าม” ประจำ มัสยิด นูรุ้ลอีมาน อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เช่นเดียวกัน มีการเสนอชื่อบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามา 1 คน คือ นายสมศักดิ์ ประธาน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “เจ้ย” เป็นคนในที่ครอบครัวของเขาเป็นผู้ที่มีศรัทธาต่อศาสนาอย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และยังเป็นผู้ที่หนักแน่นอีกด้วยหลังเสร็จสิ้นการละหมาดแล้วก็จึงได้มีการคัดเลือก มี “สัปปุรุษประจำมัสยิด” และมุสลิมชาวอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มาใช้สิทธิ์คัดเลือกและเป็นสักขีพยานการสรรหาและคัดเลือกอิหม่าม ด้วยตนเองจนเต็มมัสยิด 

เมื่อการคัดเลือกอิหม่ามแล้วเสร็จ กรรมการ อิสลามประจำจังหวัดทั้ง 2 ท่านก็ได้ขึ้นกล่าวให้ “โอวาทนำทาง” แก่ชาวมุสลิมอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ หลักๆ ที่ท่านกรรมการอิสลามประจำจังหวัด พูดไว้นอกจากข้อกฎหมายที่จะทำให้ดูว่าการคัดสรรอิหม่ามในวันนี้ได้เป็นไปอย่างถูกทำนองคลองธรรมแล้ว ยังได้กล่าวถึงบทบาทของความจำเป็นที่ชุมชนมุสลิมต้องมี “อิหม่ามหรือผู้นำทางศาสนา” ก็คือ บทบาทการเป็นผู้นำและผู้ห้ามปรามมิให้ชาวอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ กระทำในสิ่งที่ผิดหลักศาสนา เมื่อมุสลิมทุกคนนั้นถือว่าเป็นผู้ที่ตักเตือนได้ ก็จะต้องให้อิหม่ามเป็นผู้ตักเตือน
ห้ามปรามได้ เช่น ปัญหาเรื่องยาเสพติดในเข้ามาแพร่ระบาดชุมชนในหมู่บ้าน บทบาทการจัดการ การเรียนการสอนให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตามหลักศาสนาฯ การอบรมวัยรุ่นก่อนเข้าพิธีนิกะห์ (แต่งงาน) การให้ความรู้และอบรมมุสลิม ในเรื่องทั่วๆ ไปอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และประกอบพิธีกรรมต่างๆ เช่น การเข้าสุนัต (คลิป อวัยวะเพศและเข้ารับศาสนาของเด็กชาย) เป็นต้น

หลังจากนั้นอิหม่ามคนใหม่ก็ได้กล่าวขอบคุณต่อพระอัลเลาะห์ แล้วก็ขอความร่วมมือร่วมแรงในปฏิบัติตนและพัฒนาชุมชนมุสลิมให้เป็นไปตามแนวทางที่พระอัลเลาะห์ท่านทรงอนุญาตและที่ห้ามไว้เพื่อสันติสุขในหมู่บ้าน
กรรมการอิสลามประจำจังหวัดอีกท่านก็ได้กล่าวย้ำถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นอิหม่าม หรือเป็นผู้นำศาสนาในอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มุสลิมแห่งนี้  ซึ่งได้แก่ เป็นมุสลิมมาแต่กำเนิด มีอายุไม่น้อยกว่า 30 ปี เป็นผู้ปฏิบัติตามหลักศาสนา “อย่าง เคร่งครัด” เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องศาสนา “เป็นอย่างดี” เป็นผู้มีความสัมพันธ์อันดีกับชาวต่างศาสนิก เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่เป็นผู้ล้มละลายหรือถูกพิพากจำคุกถึงที่สุด ยกเว้นความผิดโดยประมาท (เช่น ขับรถชนคนตาย) และความผิดลหุโทษ ไม่เป็นคนสติฟั่นเฟือน ทุพลภาพ พร้อมกันนี้ยังมี คณะกรรมการบริหารมัสยิดชุดนี้ส่วนใหญ่เป็นคนดั้งเดิมมีคณะกรรมการบริหารชุดนี้ มีผู้หญิงด้วย 

หนึ่งในนั้นคือ ดร.ฟาริดา สุไลมาน

ส่วนอิหม่ามคือลูกชายของกำนันดรุณ ประธาน ผู้รับอามานะห์จากคุณพ่อที่จากไป ผู้ก่อตั้งมัสยิดนูรุ้ลอีมาน

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนตุลาคม 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1263 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 31 + 73 =
ความคิดเห็น :