Bookmark and Share

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผอ.ศูนย์ฮาลาลเหนื่อยใจ ร้านมุสลิมไม่สนใจรับรองฮาลาล ทั้งที่ทุกแห่งตรวจเจอปนเปื้



สถาบันมาตรฐานฮาลาลจัดโครงการรับรองร้านฮาลาลมุสลิมฟรีทั่วประเทศ รองรับอาเซียน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลเหนื่อยใจ มุสลิมไม่สนใจรับรองฮาลาล ทั้งที่ร้านอาหารทุกแห่งที่ตรวจสอบเจอสิ่งปนเปื้อนสิ่งผิดหลักศาสนาอิสลามทั้งนั้น แต่ร้านที่ขอรับรองเพราะนักท่องเที่ยวกดดัน

• 
จัดโครงการรับรองร้านฮาลาลมุสลิมฟรีทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา อ.เมือง จ.ยะลา สถาบันมาตรฐานฮาลาลร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย จัดอบรมผู้ประกอบการร้านอาหารมุสลิม จ.ยะลา กว่า 400 ราย ในโครงการรับรองร้านอาหารฮาลาล(อนุมัติตามหลักศาสนาอิสลาม) ที่ผู้ประกอบการเป็น มุสลิมเข้าสู่ระบบการรับรองฮาลาลเพื่อเพิ่มมูลค่าและค่านิยมผ่านเครื่องหมายฮาลาลประเทศไทย

ทั้งนี้การจัดโครงการดังกล่าวทางสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทยและศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องการที่จะยกระดับร้านอาหารมุสลิมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นโครงการรับรองฮาลาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่ร้านค้าที่ผู้ประกอบการเป็นมุสลิมจำนวน 3,500 ร้าน ทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีฮาลาลไทย โดยมีการแจกคู่มือการตรวจประเมินมาตรฐานอาหารฮาลาล
ที่ผู้ประกอบการเป็นมุสลิมให้แก่ผู้เข้าอบรมในครั้งนี้ด้วย

• ร้านมุสลิมทุกแห่งที่ตรวจเจอปนเปื้อนสิ่งผิด
รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยายว่า งานที่ยากที่สุดในการยกระดับร้านอาหารมุสลิมให้เป็นร้านอาหารฮาลาล เพราะคิดว่าเป็นมุสลิมอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องขอรับรองฮาลาล

รศ.ดร.วินัย อธิบายเพิ่มเติมว่า เพราะยิ่งรู้สึกว่าปลอดภัยนั่นแหละยิ่งอันตราย เพราะฉะนั้นความรู้สึกของพี่น้องมุสลิมเวลาเตรียมอาหารก็มองว่ามันฮาลาลอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องขอรับรองฮาลาล เพราะเป็นมุสลิม
อยู่แล้ว รู้สึกว่าไม่มีปัญหา รู้สึกว่าปลอดภัย รู้สึกว่าตัวเองดูแลดีอยู่แล้ว แต่มันใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน

“ผู้ประกอบการมุสลิมจำเป็นต้องใส่ใจกับเรื่องนี้ให้มาก แต่เพราะคิดว่าเป็นมุสลิมอยู่แล้วจึงไม่สนใจ ผู้ประกอบการมุสลิมจึงเป็นกลุ่มชนสุดท้ายที่ตื่นเต้นกับการรับรอง
ฮาลาล ซึ่งไม่เฉพาะในประเทศไทยในต่างประเทศก็เป็นแบบนี้ นอกจากมีมาตรการในการบังคับว่าต้องของรับรองฮาลาล” 

รศ.ดร.วินัย เปิดเผยด้วยว่า ร้านอาหารมุสลิมที่เขาเข้าไปตรวจสอบหรือวางระบบ
ฮาลาลให้มีน้อยมากที่ขอรับรองฮาลาลหรือแทบไม่มีเลย พบว่าเกือบร้อยทั้งร้อยมีปัญหาทั้งหมด คือมีการใช้วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ฮาลาล รวมทั้งเรื่องความสะอาดตามสุขอนามัยตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดก็แทบจะไม่มีด้วยเช่นกัน การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามที่ผู้ประกอบการเข้าใจไปเอง

“เราก็ต้องไปสอนเขา ทั้งเรื่องความสะอาด ความมีสภาพเป็นฮาลาล ซึ่งพอทำโครงการนี้เราก็รู้เลยว่ายากมาก เพราะ
ผู้ประการที่เป็นมุสลิมรู้สึกว่าการรับรองฮาลาลไม่จำเป็น ทำให้เราต้องทำงานหนัก ต่างจากผู้ประกอบการที่ไม่ใช่มุสลิมที่ยอมรับเราได้ง่ายกว่า” รศ.ดร.วินัย กล่าว

รศ.ดร.วินัย เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังไม่มีปรากฏการณ์ใดที่ทำให้ผู้ประกอบการมุสลิมรู้สึกว่าต้องขอรับรองฮาลาล แต่ก็มีหลายร้านที่ถูกกดดันจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ต้องการเข้าร้านอาหารที่มีการรับรองฮาลาลเท่านั้น ถ้าไม่มีการรับรองฮาลาลเขาก็ไม่สนใจ แม้คนไทยด้วยกันจะรู้ว่าเป็นร้านอาหารของคนมุสลิมก็ตาม

รศ.ดร.วินัย อธิบายเพิ่มเติมว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในมือมุสลิมหากไม่ระวังก็จะทำให้คนมุสลิมบริโภคอาหารที่ผิดหลักศาสนาอิสลามได้ โดยเฉพาะความซับซ้อนในเรื่องการใช้วัตถุดิบที่ถูกทำให้บริสุทธิ์มากขึ้นและมาจากหลายแหล่ง ซึ่งอาจจะมีส่วนที่ผิดหลักศาสนาอิสลามได้ เพราะฉะนั้นการตรวจวิเคราะห์ในทางเคมีก็ทำได้ยากขึ้นทำให้การปนเปื้อนสิ่งที่ไม่ฮาลาลเข้ามามีมากขึ้น

“เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ฮาลาลก็จะเข้าสู่ครัวของมุสลิมโดยตรงหรืออาจจะผ่านเข้าไปในกระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ 
ซึ่งการปนเปื้อนดังกล่าวมาจากหลายแหล่งและมีเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย รวมทั้งความเข้าใจเรื่องสารเคมีต่างๆ ก็เบี่ยงเบนไปเยอะ การปนเปื้อนก็มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เราจะเป็นต้องจำได้ไล่ให้ทันเรื่องต่างๆ เหล่านี้ด้วย” รศ.ดร.วินัย

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนพฤศจิกายน 2558

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1120 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 69 + 90 =
ความคิดเห็น :