Bookmark and Share

Thailand Halal Assembly 2015 งานฮาลาลใหญ่ในอาเซียน หนุนส่งออกโต-บูมตลาดท่องเที่ยว



Thailand Halal Assembly 2015 ประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการส่งออกฮาลาลให้กลับมายืนอยู่ในระดับต้นของโลก ขณะเดียวกันได้เผยแพร่ “เส้นทางท่องเที่ยว ฮาลาล” เทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ ดึงนักท่องเที่ยวมุสลิมเข้าประเทศเพิ่ม

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2015” เพื่อแสดงถึงวัฒนธรรมและนวัตกรรมฮาลาล เพื่อเศรษฐกิจฮาลาล เศรษฐกิจ ไทยรุ่งเรือง ระหว่างวันที่ 25-27 ธันวาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงาน ในวันที่ 25 ธันวาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานการจัดงาน “Thailand Halal Assembly 2015” กล่าวในพิธีเปิดงานว่า หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงจากการจัดงาน Thailand Halal 
Assembly เมื่อปีก่อน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย จึงร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ ขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ในชื่องาน “Thailand Halal Assembly 2015” เพื่อแสดงถึงวัฒนธรรมและนวัตกรรมฮาลาล เพื่อเศรษฐกิจฮาลาล เศรษฐกิจไทยรุ่งเรือง พร้อมทั้งศักยภาพของกิจการฮาลาลประเทศไทย ให้ประชาคมโลกได้รับรู้”
โดยภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการดิจิตอลวิทยาศาสตร์ฮาลาล, นิทรรศการจำลองห้องปฏิบัติการ, การจับคู่เจรจาทางธุรกิจฮาลาลรูปแบบใหม่, การประชุมองค์กรรับรองฮาลาลนานาชาติ, งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรมและธุรกิจ ครั้งที่ 8 (HASIB 8th), การเสวนาในหัวข้อต่างๆ โดยนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์จากประเทศเยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ และประเทศยุโรป อื่นๆ, การแสดงศิลปวัฒนธรรมมุสลิมอีกมากมาย และงานแสดงสินค้า Halal Expo ซึ่งได้รวบรวมสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 200 บูท ทั้งในเอเชีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกา ให้ผู้ร่วมงานได้เลือกซื้อ ต่อยอดตลาดโลกอาหารฮาลาลที่เดิมสูงถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา ให้มียอดการส่งออกที่สูงขึ้นต่อไป พร้อมไฮไลท์พิเศษ คือ การเปิดตัวฐานข้อมูลวัตถุดิบฮาลาลใช้ชื่อว่า H4E หรือ Halal Number for E Number เป็นการเพิ่มฐานข้อมูล Halal number เพื่อเป็นช่องทางในการตัดสินใจของผู้ประกอบการที่ต้องการวัตถุดิบฮาลาล 

“งานครั้งนี้ได้มุ่งหวังที่จะเผยแพร่องค์ความรู้ นวัตกรรม 
และเทคโนโลยีเรื่องฮาลาล ให้ฮาลาลเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทย อีกทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์การพัฒนางานด้านวิจัย เทคโนโลยีและงานด้านนวัตกรรม สร้างความเชื่อมั่น
ต่อคุณภาพและมาตรฐานสินค้าฮาลาลของประเทศไทยให้สมกับ Thailand Diamond Halal เป็นที่หนึ่งในโลกด้วย” รศ.ดร.วินัย กล่าว

ด้านพล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลด้านการท่องเที่ยว กล่าวในระหว่างเปิดงานว่า ผลิตภัณฑ์ฮาลาลไทยได้เป็นที่ยอมรับระดับโลก ต้องขอบคุณศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอิสลามกลางแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ที่ได้ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนจัดงาน Thailand Halal Assembly 2015 ขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมสินค้าและการท่องเที่ยวฮาลาล

“ตลาดฮาลาลไทยได้สร้างมูลค่าการส่งออกและท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยประเทศไทยได้ส่งออกไป OIC อันดับที่ 12 ซึ่งตามยุทธศาสตร์การส่งเสริมธุรกิจและการค้าฮาลาลของรัฐบาล ได้ตั้ง
เป้าหมายไว้ว่าจะก้าวสู่อันดับ 1 ใน 5 ภายในปี 2562 ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจาก OIC และประเทศอื่นได้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะมีการเพิ่มร้านอาหารฮาลาลไม่ต่ำกว่า 3,500 ร้านเพื่อรองรับ ตามเส้นทางฮาลาลจากชายแดนไทยมาเลเซียไปจนถึงชายแดนไทยเมียนมาและสปป.ลาว” 

สิ่งที่โดดเด่นในงานThailand Halal Assembly คือการนำนวัตกรรมของศูนยฺวิทยาศาสตร์ฮาลาล ที่เป็นแอพพลิเคชั่น มาโชว์
ในงาน คือ แอพพลิคชั่น ร้านอาหาร, สถานที่พัก ตลอดจนบริการฮาลาลตลอดเส้นทางจากนราธิวาสถึงจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวมุสลิมมีความสะดวกสบายมากขึ้น สามารถคำนวณได้ว่าจะสามารถเดินทางเวลาไหนรับประทานอาหารที่ไหนหรือจะใช้บริการอะไรที่ไหน ซึ่ง พล.อ.ธนศักดิ์ให้ความสนใจเพราะเป็นข้อมูลที่จะช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมุสลิมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย 

จากการที่อาหารและบริการที่ฮาลาลรองรับตลอดเส้นทางการเดินทางจากเหนือจรดใต้ หรือจากใต้จรดเหนือ 
นอกจากนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลยังได้ออกแบบแอพพลิคชั่นที่สามารถรับทราบข้อมูลทั้งภาพและเสียง ซึ่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับฮาลาลและส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่รองนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจ

“ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลฯได้จดลิขสิทธิ์นวัตกรรมที่ศูนย์ได้ออกแบบและคิดค้นไว้หลายชิ้น ถือเป็นความก้าวหน้าในแวดวงมุสลิม” รศ.ดร.วินัย กล่าว

ดร.วินัย ดะห์ลัน กล่าวถึงผลสัมฤทธิ์ของการจัดงานว่า คณะจัดงานฯ ได้ประชุมสรุปการทำงาน เห็นว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของเรา 
โดยงานฮาลาลซึ่งเมื่อก่อนศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเจ้าภาพจัดเองมา 7-8 ครั้ง ต่อมาคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วม จึงเปลี่ยนชื่อเป็น Thailand Halal Assembly 2015 ครั้งที่ผ่านมา จัดเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกจัดที่เซ็นทารา แกรนด์ แต่คราวนี้จัดที่สูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานถือว่าใหญ่กว่าคราวที่แล้ว แต่ใหญ่กว่าในบางรูปแบบ โดยงานครั้งที่จัดที่เซ็นทารา แกรนด์ มีปัญหาการโหลดผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาแสดงในงาน ตลอดจนการเข้าถึงพื้นที่ทั้งผู้ร่วมงานและสำหรับประชาชนทั่วไปค่อนข้างยาก  

“คราวที่แล้วถือว่าประสบความสำเร็จอีกด้านหนึ่ง เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีเดินทางมาด้วยตัวเอง แต่มาคราวนี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้เดินทางมาเปิดงาน แต่ก็ขอให้เราไปพบที่ทำเนียบรัฐบาล แสดงว่า ท่านให้ความสำคัญ ท่านยังอยู่กับพวกเราแต่ให้เพื่อนรักของท่าน พล.อ.ธนศักดิ์ รองนายกรัฐมนตรีมาแทน ซึ่งเราก็ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น ถ้าเป็นนายกฯ จะอยู่กับเราค่อนข้างสั้น แต่พล.อ.ธนศักดิ์ อยู่กับเรา 2 ชั่วโมง 15 นาที นานมาก เดินชมเกือบทุกบูธ” ดร.วินัยกล่าวและว่า ในส่วนของรูปแบบของงานก็ถือว่า ประสบความสำเร็จ เพราะมีคนเข้ามาร่วมงานเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ โดยผู้เข้าชมงานที่ขึ้นทะเบียนไว้ประมาณ 20,000 คน แต่คนจำนนมากมาแล้วไม่ขึ้นทะเบียน คิดว่ามีคนมาร่วมงาน 40,000 คน ถือว่าเกินเป้าที่ตั้งไว้ งานที่กำหนดไว้ 3 วัน ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน คาดว่าคนจะมาร่วมงานประมาณ 10,000 คน วันละ 3,000-4,000 คน แต่มากันวันละเป็นหมื่นคน 

สำหรับเรื่องเนื้อหา ดร.วินัยกล่าวว่าได้เนื้อหาเต็มที่เพราะเป็นครั้งที่ เลขาธิการ Smiic (มาตรฐานและมาตรวิทยา) ซึ่งเป็นหน่วยงานมาตรฐานของ OIC และได้ร่วมมือกับหน่วยงานฮาลาลของประเทศไทย  หน่วยงานนี้ทำหน้าที่ในการออกมาตรฐานและออกแบบการตรวจวัดมาตรฐาน ต่อไปนี้จะมีบทบาทอย่างมากในการวางมาตรฐานฮาลาลของทั่วโลก ครั้งนี้เลขาธิการมาด้วยตัวเอง มาสร้างความร่วมมือกับเราและต้องการร่วมมือในมิติที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น และต้องการให้เราสมัครเป็นสมาชิกของเขา แม้ว่าใน OIC เราเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ แต่ใน SMIIC เขาให้เราเป็นบอร์ด ถือว่าให้เกียรติเรามากทีเดียว ถือเป็นความสำเร็จ ดร.วินัยกล่าวว่าในแง่กิจกรรมภายในงานมีความหลากหลาย

เรื่องบูธ  มีบูธจากต่างประเทศประมาณ 60 บูธ จาก 30 ประเทศ ถือว่า มีความเป็นนานาชาติมากขึ้น และที่เข้ามาประชุมทางวิชาการ ก็มาเข้าร่วมประชุม 47 ประเทศ ซึ่งนิตยสารต่างประเทศยกให้เป็นงานฮาลาล
ที่ใหญ่ ซึ่งหากเทียบกับหลายประเทศแล้ว จะเห็นว่างานของเราใหญ่ แต่อาจไม่ถึงระดับงานของมาเลเซีย แต่เทียบกับงานทั่วๆ ไปเราถือว่าใหญ่ นอกจากนี้มีประเทศที่มาร่วมลงนาม MOU จำนวน 19 ประเทศ ปีที่แล้วมีกว่า 20 ประเทศ ซึ่งประเทศที่ลงนามแล้วก็จะเดินทางมาร่วมแต่ไม่ได้ลงนามอีก รวมทั้งมีองค์กรตรวจรับรองจากต่างประเทศเข้าร่วมประชุมหลายประเทศ 

“ความสำเร็จอีกเรื่องหนึ่งคือ การขับเคลื่อนเรื่องฮาลาลเพื่อ
การท่องเที่ยว เพราะเราเห็นว่าฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยวโตขึ้น โดยเฉพาะในตลาดมุสลิม จะเห็นว่าเกาหลี ญี่ปุ่น รุกตลาดท่องเที่ยวฮาลาลมาก เรามีความพร้อมมากกว่าไม่ทำก็ดูแปลกๆ แต่เราทำใน
มิติใหม่ๆ เช่น นำเสนอเรื่องโรงแรมฮาลาล สปาฮาลาล ฮาลาลรูท แผนที่แผนผังให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวหลายประเทศให้การตอบรับ ซึ่งรองนายกฯ ได้กล่าวขอบคุณในความริเริ่มที่ทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียง” ดร.วินัยกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม การจะประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวว่ามากขึ้นแค่ไหนทำได้ยาก ต้องยอมรับว่า ปัญหาของเราคือ การไม่มีตัวเลขว่ามีมุสลิมเข้ามากี่คน รู้แต่ว่ามาจากประเทศไหน แต่การที่เราตั้งธีมงานเกี่ยวกับวัฒนธรรม-นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจฮาลาล ใช้ฮาลาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจถือว่าเรามาถูกทาง 

“ภาพฮาลาลประเทศไทย เท่าที่ฟังจากคนของคณะกรรมการ
กลางฯ การที่เรา (ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล) มาร่วมทำให้ภาพของฮาลาลดูดีขึ้น มีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งถ้าเราต้องการแข่งขัน สิ่งที่เราต้องทำเป็นอันดับแรก คือ เราต้องทำให้เราภาคภูมิใจในตัวเราก่อน ต้องภาคภูมิใจในฮาลาลของเราก่อน ซึ่งงานฮาลาลทำให้มุสลิมมีความภาคภูมิใจ ในการจัดงานครั้งต่อไปเราลดให้เล็กลงไปไม่ได้ ต้องจัดในระดับนี้หรือใหญ่กว่านี้ ซึ่งผมยังเครียดอยู่เลยว่า ในตอนปิดงาน ดร.ปกรณ์ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คราวหน้าเราจะจัดให้ใหญ่ขึ้น”

“เราดีใจที่ได้สร้างความสำเร็จให้กับมุสลิมเรา” รศ.ดร.วินัยกล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมกราคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 585 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 19 + 56 =
ความคิดเห็น :