Bookmark and Share

อ.ชาฟีอี นภากร ประชุมเอกภาพอิสลาม แก้ขัดแย้ง ไม่ใช่ฝักใฝ่อิหร่าน


จากปากคำ อ.ชาฟีอี นภากร เยือนอิหร่านเพื่อร่วมประชุมเพื่อเอกภาพอิสลามเพื่อหาทางออกแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไม่ให้มหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง ไม่ใช่การฝักใฝ่อิหร่าน  


การประชุมการสร้างเอกภาพอิสลาม หรือ International Islamic Unity Conference ครั้งที่ 29 ที่เตหะราน ประเทศอิหร่าน มีข้อเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาความขัดแย้งของโลกอิสลาม การประชุมซึ่งใช้เวลา 4 วัน เมื่อวันที่ 27-30 ธันวาคม 2558 มีตัวแทนมุสลิมจาก
ทุกมัรฮับทั่วโลกเข้าร่วมประชุมหลายร้อยคน ซึ่งรวมถึงตัวแทนจากประเทศไทย 4 คน มีอาจารย์ชาฟีอี นภากร อิหม่ามประจำมัสยิดเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมเดินทางไปด้วย 

อาจารย์ชาฟีอี เปิดเผยว่า การเดินทางไปร่วมประชุมเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพอิสลาม ที่กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิหร่านว่า ไปตามคำเชิญขององค์กรเพื่อสร้างเอกภาพอิสลามของอิหร่าน ซึ่งมีมุสลิมทุกมัรฮับจากทั่วโลก
เข้าร่วมประชุม โดยตัวแทนจากประไทยได้รับเชิญไปร่วมประชุม 4 คน แต่ไม่มีตัวแทนจากซาอูดิอาระเบีย การประชุมเพื่อสร้างเอกภาพอิสลาม แต่เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยมุตตอฟา แต่ตอนหลังทางอิหร่านได้จัดตั้งองค์กรขึ้นมารับผิดชอบโดยเฉพาะ การประชุมใช้เวลา 4 วันๆ แรก มีพิธีเปิดการประชุมและนำตัวพบปะพูดคุยกัน วันที่ 2 เป็นการประชุมเพื่อนำเสนอปัญหา และวันที่ 3-4 ก็เป็นการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อหาทางออกต่อปัญหา 

“ในที่ประชุมในวันแรกก็มีการนำเสนอปัญหา ซึ่งมีการสะท้อนถึงความแตกแยก ความขัดแย้ง การสู้รบกันในหลายประเทศ ทั้งในอิรัก ซีเรีย ลิเบีย ตลอดจนเยเมน 
ซึ่งผมก็ได้นำเสนอว่า เมื่อเราทราบปัญหาของความขัดแย้งแล้ว เราก็ควรที่จะเร่งหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นโลกอิสลามก็ปลอดจากการแทรกแซงของมหาอำนาจ ซึ่งที่ประชุมก็พยายามถกเถียงกันเพื่อแก้ปัญหา แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน ก็เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา” อาจารย์ชาฟีอี กล่าว 

การเดินทางไปเยือนเตหะรานของอาจารย์ชาฟีอี ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่ม
สุดโต่งในประเทศไทยว่า ฝักใฝ่อิหร่านหรือชะอะห์ อาจารย์ชาฟีอี ได้กล่าวว่า ทุกครั้งก็จะได้รับเสียงสะท้อนมาเสมอ ก่อนหน้านี้ก็บอกว่าเป็นคณะใหม่บ้าง ตอนหลังก็มาบอกเป็นชีอะห์ ก็ยืนยันว่า ในฐานะมุสลิมคนหนึ่งต้องการให้เกิดเอกภาพในสังคมมุสลิม ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง ทุกอย่างเดินตามอัลกุรอ่านและแนวทางของรอซูลลุลเลาะฮ์ ทั้งในการประชุมประธานาธิบดีฮัซซันรูฮานี ของอิหร่าน พลังและอำนาจที่ยิ่งใหญ่ การทำอย่างดีที่สุดตามหลักอิสลาม จะลบภาพอิสลามคือศาสนาแห่งความรุนแรง ขอเรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกร่วมกันแก้ปัญหาไม่ให้เกิดความเข้าใจว่า อิสลามคือศาสนาแห่งความรุนแรง ซึ่งจะต้องกำหนดเป้าหมายชัดเจนและเลือกแนวทางที่ถูกต้อง 

“เรากำลังเผชิญกับความแตกแยก การสู้รบ และการก่อการร้ายในหลายภูมิภาค 
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การเจรจาเพื่อยุติปัญหา ซึ่งนับเป็นความท้าทาย และความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของโลกมุสลิมก็คือ การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของอิสลามต่อสายตาชาวโลก” 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมกราคม 2559

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1342 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 4 + 30 =
ความคิดเห็น :