Bookmark and Share

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ : มุสลิมเลิกขัดแย้ง ร่วมสร้างสรรค์โลก



ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง สถานการณ์โลกมุสลิม ในงานมะเซาะรำลึก 99 ปีมะเซาะรุดดีน เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2559  Mtoday เห็นว่า มีเนื้อหาที่น่าสนใจ จึงได้สรุปมานำเสนอ 

ดูจากเวที (สร้างจำลองภาพสนามรบ) สะท้อนว่า โลกมุสลิม ไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ ซึ่งต้องมาทบทวน เพราะเราเป็นอุมมะห์สร้างสรรค์ อุมมะห์ที่เป็นผู้นำ อัลเลาะฮ์ส่งนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.)เพื่อมนุษย์ทั้งมวล พระองค์พูดชัดเจนว่า ส่งมูฮัมหมัด(ซ.ล.) มาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความ โปรดปรานขออัลเลาะฮ์ ความโปรดปรานเพื่อมนุษย์ทั้งมวล ไม่เฉพาะกลุ่มชนใด อิสลามคือศาสนาสากลไม่มีพรรค ไม่มีเผ่าพันธุ์ ไม่มีสีผิว เป็นศาสนาเพื่อมนุษยชาติทั้งมวล สัญลักษณ์ของความโปรดปรานนี้ มุสลิม 1,600 ล้านจากจำนวน 7,300 ล้านคน จะต้องรับช่วงรับภาระต่อ เป็นสะพาน เป็นสายโซ่ จากอัลเลาะฮ์สู่มนุษยชาติ ทุกหนทุกแห่ง ซึ่งบรรพาบุรุษของเราทำสำเร็จมาแล้ว 
เมื่อ 1,000 ปีมาแล้ว ดามัสกัสคือ ฮาร์เวิร์ดของโลก คอนโดบา คือ อ็อกฟอร์ด ออฟเดอะเวิร์ล นักคิดนักประดิษฐ์ นักสร้างสรรค์ นักค้นคว้า นักปราชญ์จากทั่วโลก ต้องการโคจรไปยังริมแม่น้ำยูเฟรติส เพื่อมาร่วมสร้างสรรค์ ประเด็นที่สำคัญ นักปราชญ์จากทั่วโลกจะมาที่จักรวรรดิ์อิสลาม และนักปราชญ์ที่เกิดขึ้นในประชาคมโลกมุสลิมได้ทุ่มเทค้นคว้าศึกษาหาความรู้ โดยไม่รังเกียจ เดียดฉันท์ว่าความรู้นั้นจะมาจากไหน ถือว่า เป็นความรู้ของมนุษยชาติ ปราชญ์เหล่านี้ แสวงหาความรู้เพื่อความเป็นเลิศของความรู้

ถ้าการเรียนรู้เพื่อรู้จักพระผู้สร้าง ถือว่าไม่ผิด การศึกษางานพระผู้สร้าง คือศึกษาธรรมชาติทั้งหมด ดวงดาราทั้งหมด ศึกษาสภาวะของโลก ที่มีการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ บรรดาปราชญ์ในอดีตคิดสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ปราชญ์ยุคหลัง ปราชญโลกมุสลิม เป็นปราชญ์ยุคเชื่อมต่อ ระหว่างโรมันโบราณ กรีกโบราณ จนมาสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม จนกลายเป็นมหาอำนาจ เป็นความรู้พื้นฐานฐานจากปราชญ์จากโลกมุสลิมทั้งนั้น 
ดร.มหาเดร์ มูฮัมหมัด (อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย) ได้พัฒนาประเทศจาก อายะกุรอ่านที่ว่า  อิกเราะห์ จงอ่าน โองการแรก ที่ประทานลงมา บรรพบุรุษของเรา ก็อ่านตั้งแต่วันนั้น และไม่หยุดอ่าน จนสามารถคิดค้นทฤษฎีอะไรมากมาย แล้วผ่องถ่ายให้ยุโรปที่อยู่ในยุคมืด บรรพบุรุษมุสลิมเป็นศูนย์สร้างวิทยาการ อ่านทุกอย่าง ศึกษาทุกอย่าง ศึกษาทุกปัญหาของมนุษยชาติ และถามเป็นวาทะศิลป์ อิกเราะห์ ยังอ่านไม่เสร็จ เป็นวาฮีที่ยังไม่สมบูรณ์ ได้เป็นแรงบันดาลใจให้บรรพบุรุษค้นคว้าไม่หยุด จนกระทั่งเซอร์ ไอแซค นิวตันพบว่า โลกมีแรงถ่วง และบอกว่า ถ้าฉันเห็นไกลกว่าคนอื่นก็เพราะยืนอยู่บนยักษ์แห่งวิชาการในอดีต ยักษ์ตนนี้ก็คือ มาจากโลกอาหรับ เมื่อโลกไม่มีศูนย์ แต่โลกอิสลาม คิดค้นว่า มีศูนย์ให้โลกได้ใช้ ทุกวันนี้ 
วิทยาศาสตร์  วิทยาการในอดีต เป็นผพวง จากการญีฮาด การต้อสู้ดิ้นรน เพื่อให้ได้ความรู้ เปิดประตูให้ผู้แสวงหาเข้าใกล้อัลเลาะฮ์มากขึ้น  การที่เราหันหน้าไปยังไบตุลเลาะฮ์ ท่ามกลางทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาล การจะละหมาด จะต้องเข้าใจดาราศาสตร์  การหากะบะ หาโดยดาราศาสตร์และเลขาคณิต ซึ่งมาจากปราชญ์ชาวอาหรับ ที่นักคิดนักค้นนักแสวงหา เป็นคุณูปการให้กับมนุษยชาติมายาวนาน เป็นสัญญลักษณ์ของความเมตตา
ความรู้จากโลกอิสลามได้ส่งต่อให้คนอื่น กลายเป็นวิทยาศาสตร์ วิทยการ ใหญ่โต เป็นพลังให้ยึดอาณานิคมทุกพื้นที่


อิสลามเป็นศาสนาสากล อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ ต้องสร้างสรรค์ ไม่สร้างปัญหาให้คนอื่น อิสลามต้องไม่่เป็นสาเหตุของความขัดแย้ง และทุกคนจะต้องทำหน้าที่ของตัวเองเต็ม100 ปัญหาของเราทุกวันนี้ ไม่ว่า ตำแหน่งไหน คือ ไม่ 100% ไม่เต็ม 100 กับฐานะตำแหน่งความรับผิดชอบของตัวเอง เหมือนที่อัลเลาะฮ์บอกว่า จงทำหน้าที่ทุกหน้าที่ของตัวท่านเองให้สมบูรณ์ ฮัจยีอิสมาแอล วงศ์มะเซาะ ได้ทุ่มเท 100% ให้กับมาเซาะ วันนี้ เรามาเฉลิมฉลอง 99 ปี มะเซาะรุดดีน ซึ่งฮัจยีสะมะแอ วงศ์มะเซาะ สร้างขึ้นมาเพื่อการสอนฟัรดูอีน ให้กับบุตรหลาน แต่ความเจริญไล่เข้ามา มีถนน มีรถเข้ามา มีบ้านเรือนเกิดขึ้น ได้แรงคายันดาบใจ สอนฟัรดูอีนอย่างเดียวไม่พอแล้ว 
ประะเด็นต้องถามพวกเรา อะไรที่ท้าทาย ประชาคมนี้ คือความวุ่นวาย พออ่านข่าวต่างประเทศ เจอแต่ความวุ่นวาย ความรุนแรง การฆ่าฟัน ตั้งแต่ มอร็อกโคจนถึงทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ถึงเวลาที่เราจะต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายเหล่านี้ ด้วยพละกำลังเต็ม 100 กำลังเหล่านี้ จะเป็นอะไรก็ตามแต่ เป็นโต๊ะครูก็ต้องเป็นมืออาชีพ เป็นโต๊ะอิหม่ามก็ต้องเต็ม 100 ทุกวันนี้ ไม่เต็ม 100 ไม่สมบูรณ์สังคมถึงได้ระส่ำระสาย ไม่มีหน่วยงานไหนไม่ปัญหา ทุกที่มีแต่การเผชิญหน้า มีมูเก็มไหนบ้างที่ไม่เผชิญหน้า  เราต้องหันหน้ามาดูตัวเอง หันหน้ามาดูสภาวะความเป็นจริง ส่วนหนึ่งคนอื่นเขาสร้าง บางส่วนเราคือ ผู้ความรับผิดชอบ เขามายุแหย่ มารุกราน จนกระทั่กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่ดารุสสลาม ทำไมต้องสมยอม ทำไมถึงอ่อนแอ ปล่อยให้เขามาเหยียบย่ำอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ เป็นสิ่งที่เราต้องตอบ

ทางออกคือ ต้องเอาจริงเอาจัง เป็นนักเรียนต้องเต็ม 100 ครู ต้องเต็ม 100 เป็นนักการการทูต เป็นพ่อค้า เป็นนักการเมือง ก็ต้องเต็ม 100 เป็นวิถีที่ถูกต้อง สังคมถึงจะเดินหน้า ก้าวหน้า สังคมจะก้าวได้โดยไม่ติดขัด ฟันเฟืองจะไม่ชัดฝืนกันเอง เป็นประชาคมที่เป็นแบบอย่างของมนุษยชาติทั้งมวล เป็นแบบอย่าง สักขีพยานให้กับมนุษยชาติ สิ่งไหนที่ยังไม่เต็มที่ 100 จะต้องทำให้สมบูรณ์ แล้วหลายสิ่งหลายอย่างจะตามมา

บรรพบุรุษ ของเราไม่เคยแยกความรู้ ที่คอนโดบาทางใต้ของสเปน มีรูปปั้นอิติรุส คนๆนี้ เป็นคนบอกว่า การแสวงหาความรู้ การศึกษาดวงดาว การศึกษาปรัชญา เป็นคำสั่งของอัลเลาะฮ์ ยกมาอายะห์เดียวสั้นๆ “จงไตร่ตรอง โอ้!ผู้มีสายตาแห่งปัญญา จากอายะห์ เขาตีความว่า จงศึกษาทุกวิชาการ เพราะฉะนั้นการจะเปลี่ยนสนามรบ เป็นเวทีแห่งวิทยาปัญญา เปลี่ยนดารุลฮารอบะห์ เป็นดารุสสลาม อาวุธที่มีไม่ใช่ปืนกล ไม่ใช่เครื่องบิน ไม่ใช่ระเบิด อาวุธที่มี คือ สมอง สติ ปัญญา ซึ่งบรรพบุรุษ เคยทำได้ เพื่อจะร่วมสร้าง ความสันติภาพ ความสุข การปรองดอง ความก้าวหน้าของมนุษยชาติ เราต้องทำตัวให้เป็นคุณูปการไม่ใช่เป็นสาเหตุของความขัดแย้ง อยู่กับใครต้องอยู่ให้ได้ อยู่กับคนอื่นต้องเป็นผู้ให้ อยู่กับคนอื่นต้องเป็นผู้อุปถัมป์ อยู่กับคนอื่นต้องเป็นผู้สร้างความปรองดอง เพราะโลกนี้ยิ่งนับวัน พหุวัฒนธรรมมากขึ้น มีความแตกต่างหลากหลาย ต้องเข้าใจว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น ต้องร่วมกันสร้างสรรค์สังคมร่วมกับคนอื่น 

ผมได้ถูกขอร้อง จากกระทรวงการต่างประเทศ ให้เป็นผู้แทนพิเศษ ไปเจรจาขอเสียงสนับสนุนให้ไทยเป็นสมาชิกความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ  เป็นเด็กปอเนาะ เกิดในปอเนาะ โตในปอเนาะ เรียนในปอเนาะ และแต่งงานกับเด็กปอเนาะอีก แต่เป็นผู้แทนพิเศษของประเทศไทย ไปหาเสียงให้ประเทศไทย ถ้าความรู้ที่ได้มา จากการเรียนปอเนาะ จากธรรมศาสตร์ จากการเรียนฮาร์เวิร์ด ไม่มีเอกภาพของความรู้ ไม่สามารถที่จะบูรณาการได้ ประเทศนี้คงไม่ให้เป็นผู้แทนพิเศษหาเสียงทั่วโลก ซึ่งมาเซาะรุดดีน จะต้องทำภารกิจนี้ไปอีกนาน เท่านาน ลูกศิษย์ของมาเซาะรุดดีน จะต้องเป็นผู้นำความคิด ผู้นำการแสวงหา ผู้นำการปรองดอง ผู้นำการเจรจา ผู้นำการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ไปสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้น 
คุณูปการของปอเนาะไม่สามารถที่จะบรรยายได้ นอกจากจะใช้จินตนาการให้เห็นว่า คุณูปการไม่ใช่เพื่อชุมชนหลอแหลเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับมีนบุรีเท่านั้น ท้ายที่สุดไม่ใช่สำหรับกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่บาระกัตสามารถเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้ประโยชน์ได้อานิสงค์ด้วย เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกเด็กปอเนาะ เพราะเด็กปอเนาะ คือ ผู้ประคับประคองสังคมให้อยู่ได้ตั้งแต่อดีต ถึงทุกวันนี้ และในอนาคต แต่ไม่ได้หมายความว่า ปอเนาะต้องหยุดนิ่ง ไม่ใช่อยู่แบบพิพิธภัณฑ์ หรือในห้องสมุด ในตู้เก็บหนังสือ แต่จะต้องมีชีวิตชีวาเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน และมีประสิทธิภาพ สามารถที่จะผลิตผลผลิตทางปัญญาทางความคิด มาเป็นผู้แทนของประชาคม นำประชาคมเดินหน้าสู่อนาคต และนี่คือฮิกมะห์ จะต้องมาประคับประคองสถาบันนี้ดำรงตนอยู่ได้ และปฏืบัติได้ ครบถ้วนสมบูรณ์   



บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 904 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 41 + 98 =
ความคิดเห็น :