Bookmark and Share

ผู้บริหารดีเด่น บุคคลแห่งสยาม ชัชชญา วัฒนนนทนาท



สโมสรกองทัพบก เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่มีเกียรติมากหน้าหลายตา ทั้งนักธุรกิจ ดารา นักร้อง ข้าราชการ เดินทางมารับโล่ห์เกียรติยศรางวัล “สยามไอยรา” บุคคลแห่งสยามประจำปี 2559 ของสมาคมสื่อมวลชนสัมพันธ์ประเทศไทย จากท่านหญิง (หม่อมเจ้า) มาลินีมงคล ยุคล อมาตยกุล (พระปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5) ประธานในพิธี ในจำนวนนี้ที่โดดเด่นและแปลกตา เพราะมาในชุดมุสลิมสวมฮิญาบเป็นที่สนใจของผู้คนเธอเป็นผู้บริหารแบรนด์ Charisny “ชัชชญา วัฒนนนทนาท” ซึ่งได้รับรางวัล “สาขาผู้บริหารดีเด่นและผู้นำองค์กรดีเด่น” นับเป็นบุคคลตัวอย่างที่เริ่มต้นธุรกิจเพียงแค่ 3 ปี จากชีวิตที่ยากลำบากในวัยเด็ก เธอได้ต่อสู้
ดิ้นรน พลิกชีวิตจนประสบความสำเร็จ ไปติดตามชีวิตของเธอกัน 



1. กำเนิด
ชัชชญาหรือกี้ เกิดและเติบโตที่ จ.ตรัง ตอนเด็กชีวิตค่อนข้างลำบาก เพราะพ่อกับแม่แยกทางกัน เป็นผู้หญิงคนเดียวในบรรดาพี่น้อง 4 คน มีพี่ชาย 1 คน และเป็นน้องชาย 2 คน แม่มีอาชีพกรีดยาง ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดไปกรีดยางแล้วมาส่งลูกไปโรงเรียน การไปเรียนก็ไม่ได้มีเงินไปมากมาย ได้ไปวันละ 3 บาท และเดินทางไปโรงเรียนไปกลับวันละ 2 ก.ม. ชุดนักเรียนไม่เคยได้ชุดใหม่ วันสำคัญๆ เช่น วันฮารีรายอ ไม่เคยมีเสื้อผ้าใหม่ๆ ใส่เหมือนคนอื่น ชีวิตอยู่กันตามอัตภาพ ตัวเองต้องทำงานตั้งแต่ตอนเด็กเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเอาให้แม่เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวเป็นสิ่งที่เรารู้สึกตลอดเวลา ในวัยเด็กแม่ปลูกฝังให้เราสู้ชีวิต อดทนและเสียสละมากกว่าคนอื่น เพื่อที่ทำให้เราเอาตัวรอดได้ 

2. เรียนดี แต่ขาดโอกาส 
ชีวิตในวัยรุ่นของชัชชญา แม่ส่งไปเรียนโรงเรียนประจำที่โรงเรียนพัฒนาวิทยา จ.พัทลุง ตลอดเดือนได้เงิน 300-500 บาท บางเดือนก็ไม่ได้เลย ต้องอาศัยกินข้าวบ้านเพื่อน ทำงานช่วยคุณครูทำความสะอาดบ้าน ดูแลลูกๆ ให้คุณครู ช่วยประทังชีวิตไปได้ แต่เรียนดี มีความจำเป็นเลิศ ตอนเรียนพยายามเน้นใช้ความจำ ตั้งใจเล่าเรียน ทำให้เป็นคนที่มีผลการเรียนดี เมื่อเรียนใกล้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ตอนนั้นรู้ว่าไม่น่าจะได้เรียนต่อ แต่ ร.ร.พัฒนาวิทยามีโควต้าให้นักเรียนสอบ เพื่อต่อที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก็ลงสอบเพื่อให้โควต้า สุดท้ายก็ได้ไปเรียนต่อที่หาดใหญ่ ด้วยความลำบาก เพราะทางบ้านส่งบ้างไม่ส่งบ้าง ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.4 ม.5 เธอตั้งใจเรียนมาก แต่ด้วยความขัดสนจึงต้องสร้างมิตร อาศัยมิตรไปกินข้าวบ้านเพื่อนแต่ละคน แต่ก็เรียนได้ถึงแค่ ม.5 พอปิดเทอม ม.5 ก็รู้ว่าไม่ได้เรียนต่อ คุณแม่ไม่เงินส่งให้เรียน เป็นอะไรทีเจ็บปวดว่าตัวเองจบแค่นี้หรือ เหมือนโลกทั้งใบหยุดอยู่แค่นั้น เป็นความเจ็บปวดที่ความฝันต้องสะดุดลง 

3. ดิ้นรนเอาตัวรอด
ช่วงหยุดเรียน หลังจบ ม.5 น้องชายโดนรถชน อาการโคม่า ต้องผ่าตัดสมอง ต้องใช้เงินเยอะมาก ครอบครัวยากจนอยู่แล้วก็ต้องดิ้นรนหาเงิน หมอบอกว่าไม่รอดด้วยซ้ำ ก็ขอดุอาร์ให้น้องรอดจากการผ่าตัดสมอง ซึ่งน้องก็รอด แต่เป็นอัมพาตซีกซ้ายต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีรายได้เพื่อดูแล จึงตัดสินใจขึ้นมากรุงเทพฯ เข้ามาตอนแรกมาล้างจานร้านรถเข็นริมถนน มาขายไก่ทอด ขายยำ เปิดแผงขายของริมถนน ระหว่างขายของเห็นเพื่อนเดินไปเรียนหนังสือก็รู้สึกสะท้อนใจ เจ็บปวดกับชีวิตแต่สิ่งที่เราได้ฝึกมาทำให้เราอดทนและตั้งใจว่าซักวันเราจะประสบความสำเร็จ 

4. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
หลังจากรับจ้างทำทุกสิ่งริมถนน ตอนนั้นไม่ได้การันตีว่าจะมีเงินมากพอดูแลตัวเองได้ แม้กินเองยังไม่พอ ก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เหตุผลอะไรทำให้เราลำบากอยู่ ก็ได้คำตอบว่า ไม่มีความรู้และขาดโอกาส เลยตัดสินใจว่าหากเรายังอยู่ที่เดิมไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แน่นอน ไม่มีวันดูแลตัวเองได้ ไม่มีวันดูแลคนอื่นได้ ไม่มีวันดูแลคนที่เรารักได้ ทำให้ตัดสินใจเดินตามความฝันของตัวเอง สิ่งที่ทำคือตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเลิกคาดหวังจากพ่อแม่ เลิกคาดหวังจากทุกคน เดินไปสมัครที่ร้านโทรศัพท์แถวงามวงศ์วาน ซึ่งเขารับคนจบปริญญาตรี ก็บอกเขาว่าต้องการฝึกฝนตนเอง อยากเรียนรู้ ขอทำงานอะไรได้ที่ทำให้ได้อยู่ในร้านตรงนั้น เพื่อที่จะฝึกตนเองให้เรียนรู้เป็นเซลล์ที่เก่งเหมือนคนอื่นซึ่งการเป็นเซลล์ร้านโทรศัพท์จะต้องใช้ความจำอย่างสูง ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ท่องศัพท์ที่เราไม่เคยใช้ทั้งหมด

5. ชีวิตความคิด เปลี่ยนชีวิต 
ชัชชญาได้ทำงานที่ร้านโทรศัพท์ แม้จะอยากเรียนรู้การเป็นเซลล์ขายโทรศัพท์ มากแค่ไหนก็ตาม แต่งานแรกที่ได้ทำ คือ เช็ดตู้ เขียนบิลล์ กวาดขยะ ถูพื้น และล้างแก้ว เป็นงานที่เราทำได้ตอนนั้น ซึ่งเราไม่สามารถเป็นเซลล์เหมือนคนอื่นๆ ก็นั่งถามตัวเองว่า ตอนนั้นได้รับเงินเดือน 7,000 บาท หันไปมองคนข้างๆ ทำไมเขาได้ 20,000-30,000 บาท ถามเพื่อนๆ ว่า ต้องทำยังงัยถึงจะเป็นเซลล์ที่เก่ง ก็ได้รับเคล็ดลับมาก็คือใช้ความจำ จำมือถือให้ได้ทุกรุ่น ตอนนั้นอยู่ในยุค 3310 ราคา 7,000 บาท N72 ราคา 25,000 บาท หลังจากได้พัฒนาตัวเองก็ได้รับการยกระดับจากเงินเดือน 7,000 บาท ก็ขึ้นมาเป็นหลักหมื่น 20,000 บาท และ 30,000 บาท แล้วก็ก้าวอีกสเต็ปไปเป็นหุ้นส่วนกับนักลงทุน คือ กำไรแบ่ง 50:50 ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เราเริ่มก้าวขาเป็นเจ้าของธุรกิจในระดับหนี่งแล้ว ซึ่งการเป็นเจ้าของก็ต้องดูหลายๆ จุดตั้งแต่งานขาย งานสต็อก งานออเดอร์ งานบัญชีการเงิน ก็ต้องเป็นทั้งหมดเลย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ตัวเราได้รับจากการพัฒนาทั้งหมด แต่ ณ ตอนนั้นยังไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตทั้งหมด เพราะรู้สึกว่าแม้เราอยู่ได้ครอบครัวอยู่ได้แต่ไม่ได้อยู่ในจุดของการเปลี่ยนแปลงครอบครัว จึงตัดสินใจก้าวต่อไปอีกขั้นหนึ่ง จากร้านขายโทรศัพท์ธรรมดา เธอได้ผันตัวเองไปเป็นผู้จัดการร้ายเทเลวิชและทำอย่างอื่นเพิ่ม เพราะการเป็นเซลล์โทรศัพท์หรือร้านโทรศัพท์ ถ้าแค่เป็นเซลล์เราก็ไม่ได้ถูกยกระดับ จึงตัดสินใจไปเป็นผู้จัดการร้านเทเลวิชที่ชลบุรี ได้เข้าไปเรียนรู้ระบบของร้าน การทำงาน เป็นทีม ยกระดับเรื่องของการพูดการคุยการต้อนรับลูกค้า การเซอร์วิส การเป็นผู้จัดการก็เป็นการฝึกตนเองว่า เราอยู่ในกรอบขององค์กรที่จะต้องอยู่ในกฎระเบียบ มีแบบแผนที่ชัดเจน มีขั้นตอนที่ถูกต้อง จึงได้ประสบการณ์ว่าการทำงานจะต้องมีแบบแผนที่ชัดเจน 


6. เริ่มต้นการทำแบรนด์
ในช่วงหนึ่งของชีวิต เธอจะต้องประสบกับปัญหาผิวหน้า เพราะไปใช้เครื่องสำอางค์ที่มีสเตอร์รอยด์ ทำให้สิวขึ้นเต็มหน้า ต้องรักษาหน้าอย่างหนัก เข้าคลีนิกไปหาหมอ เงินมีเท่าไหร่ก็ทุ่มไปกับการรักษาหมดเลย เข้าคลีนิกครั้งหนึ่งไม่ต่ำกว่าหมื่น เพื่อขจัดสารสเตรอยด์ แต่สิ่งที่เราได้รับจากคลีนิกก็วนเวียน เพราะคลินิกมีส่วนผสมที่มีสเตอรอยด์อยู่ด้วยก็เลยค้นหาข้อมูลว่าที่ไหนบ้างจะตอบโจทย์ที่รักษาเราด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ ทำจากออแกนนิก 100% ปลอดภัยและอ่อนโยนแล้วสามารถแก้ปัญหาอาการแพ้ของเราได้อย่างจริงจัง ได้เซอร์เวย์สถาบันที่รักษาผิวหน้าแล้วนัดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ว่า มีผลิตภัณฑ์อะไรที่เป็นธรรมชาติและสามารถรักษาเราได้อย่างแท้จริง จึงได้เริ่มเข้าสู่กระบวน การรักษาตัวเอง 100% โดยรักษาจากผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ ทั้งหมด 100% จนผิวหน้าเริ่มหายอย่างชัดเจนประสบการณ์สอนว่า ถ้าเราเข้าใจวิธีการรักษาหน้าของตัวเอง ดูวิเคราะห์หน้าของตัวเองเป็น เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เห็นการเปลี่ยนแปลงก็สามารถรักษาคนอื่นได้ คิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพื่อรับใช้เรา จึงเป็น

จุดเริ่มต้นในการ
จะสร้างฝันตัวเองอีกครั้ง ด้วยการสร้างแบรนด์ของตัวเอง การเริ่มต้นตั้งคำถามกับตัวเองเรื่องการสร้างแบรนด์ ด้วยเหตุผลว่า 1. เพื่อที่ตัวเองจะมีตัวตน มีธุรกิจของตัวเอง แล้วก็สร้างความแตกต่างบนโลกใบนี้และสร้างการเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้คนก็เลยเริ่มต้นปรึกษากับทางโรงงานในเรื่องของการวิจัยผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา มาตรฐาน GMP อย่างเต็มรูปแบบก็เริ่มเปิดตัวแบรนด์ CHARISNY ในวันที่ 14 ก.พ. เมื่อ 3 ปีที่แล้ว  CHARISNY มีความหมายมาจากคำว่า CHARISMA กับ New You ซึ่งหมายถึงบุคคลิกใหม่ รวมกันเป็น CHARISNY  เสน่ห์แห่งบุคคลิกภาพใหม่เพื่อคุณ ซึ่งแบรนด์นี้จะเน้นการรักษาดูแลอย่างเป็นธรรมชาติ กลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มที่ผิวแพ้ง่าย กลุ่มที่มีปัญหาผิวหน้าโดยตรง ความฝันของตัวเองก็เริ่มชัด เมื่อมีแบรนด์ของตัวเอง มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา จึงเปิดตัวพร้อมกันทีเดียว 8 ผลิตภัณฑ์ และถึงตอนนี้มีโปรดักส์ 30 ตัวภายใต้แบรนด์ CHARISNYการเริ่มต้นธุรกิจไม่ได้มีทีมแต่ทำเองคนเดียว เพราะตอนแรกคิดว่าเป็นธุรกิจที่เล็กมากไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น แต่เมื่อเปิดตัวมาได้ 3 เดือนก็ได้รับเชิญไปให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ กรุงเทพธุรกิจ รวมทั้ง Mtoday รวมแล้ว 8 เล่ม รวมทั้งออกรายการทางช่อง 9 และเนชั่น ทีวี และมีสื่อหลายสื่อเข้ามาเพื่อขอสัมภาษณ์ว่าเคล็ดลับการทำธุรกิจคืออะไร หลังจากที่ได้ทำธุรกิจอย่างเต็มตัว เราได้สร้างแบรนด์ สร้างคุณค่าในการรักษาลูกค้า แต่ยังรู้สึกว่ายังมีผู้คนมากมายที่มองหาโอกาส สร้างอนาคตตัวเอง อยากฝึกฝนตัวเอง อยากพัฒนาตัวเอง ก็เลยมองหาทีม จึงได้เปิดรับสมัครบุคคลที่ต้องการพัฒนาตัวเอง มาสัมภาษณ์ รับสมัครล็อตแรกมา 5 คน คนแรกมาเป็นผู้จัดการแบรนด์ในตอนนี้ คนอื่นส่วนใหญ่ก็เป็นน้องๆ จากต่างจังหวัดที่ไม่ได้เรียนจบอะไรมามากนัก 


7. สร้างทีมสร้างศักยภาพองค์กร
เมื่อธุรกิจขยายตัวการสร้างทีมจึงเป็นสิ่งจำเป็น แต่การขับเคลื่อนทีมก็มีความสำคัญ ชัชชญาใช้วิธีการที่แตกต่างจากคนอื่น การรับสมัครคนเข้ามาทำงานเริ่มต้นไม่ได้คุยธุรกิจเลย แต่สิงที่คุยก่อน คือ จะถามเขาว่าคุณค่าของเขาคืออะไร การเกิดมาบนโลกใบนี้คืออะไร แล้วอะไรบ้างที่เป็นวามฝันของเขาจริงๆ แล้วสิ่งที่เขาต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตคืออะไร จะบอกว่า การทำงานจริงๆ แล้ว ไม่ใช่การทำงาน แต่คือการเรียนรู้คุณค่าของตัวเองว่างานจะเป็นการสื่อถึงสิ่งที่เขาเป็น ณ เวลานี้ พนักงานที่เข้ามาในองค์กรสิ่งที่พยายามปลูกฝังจะคุยกับทุกคนว่า เราจะต้องรู้ก่อนว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร ก็จะคุยในเรื่องแรงบันดาลใจ ในการเปลี่ยนแปลงชีวิต เมื่อชัดเจนว่าเป้าหมาย ของเขาคือการเปลี่ยนแปลงชีวิต สร้างคุณค่าให้กับผู้คน หลังจากนั้นก็จะยกระดับการพัฒนา ก็คือจะอินพุทความรู้ให้เขา โคลนนิ่งตัวของเราให้เขามีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ความเข้าใจในงานแขนงนั้นๆ อย่างแท้จริง 



8. ความสำเร็จ
กับพนักงานจะคุยในลักษณะที่ว่าทุกองค์ประกอบความรู้ ณ วันนี้ ในความเป็นแบรนด์ได้อยู่ในตัวเรา 100% ก็มองถึงการตั้งทีม ทีมจะต้องก๊อปปี้ความเป็นตัวตนของเราให้ได้มากที่สุด ไม่ได้ทุกเรื่อง แต่ขอให้ได้ซัก 1 เรื่อง ที่เก่งในเรื่องนั้นๆ ก็คุยกันว่า การทำธุรกิจของเรา ก็สำเร็จในตัวตนของเราอยู่แล้ว มีความเป็นอยู่ที่ดีในชีวิตอยู่แล้ว แต่อยากแบ่งปันโอกาสให้กับกลุ่มคนใหม่ๆ เพื่อที่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับเขา สร้างการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาเพื่อครอบครัว และลี่ยนแปลงผิวหน้าของผู้คนอย่างแท้จริง CHARISNY เริ่มต้นมีพนักงาน 4-5 คน ตอนนี้ก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทั้งโปรดักส์และการทำการตลาด แต่ระบบของการพัฒนาคนจะต้องดีด้วยให้เขาเข้าใจลึกซึ้งว่าแบรนด์ของเราต้องการรักษาผู้คนเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้คนให้มีคุณภาพผิวหน้าให้ดีขึ้น เมื่อเขาเข้าใจระบบงาน เขาจะประสบความสำเร็จ นี่เป็นที่มาของการได้รับรางวัล “สยามไอยรา” บุคคลแห่งสยามประจำปี 2559 สาขาผู้บริหารดีเด่นและผู้นำองค์กรดีเด่น นอกเหนือจากรางวัลที่ภูมิใจคือการได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง จากเด็กที่เรียนไม่จบในวันนั้น ได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่สามารถ ดูแลตัวเองดูแลคนในครอบครัว ดูแลญาติพี่น้องและองค์กรได้ดูแลผู้คนอีกเป็นหมื่นเป็นแสน ภายใต้แบรนด์ CHARISNY เป็นความสุขของคน 1 คน ที่เกิดมาได้สร้างความหมาย สร้างการเปลี่ยนแปลง
ให้กับโลกใบนี้ได้รู้ว่าความคุ้มค่าของชีวิตคือการได้สู้ อดทน ยืนหยัดและเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้คนให้กับองค์กร ให้กับคนในสังคมของเราก็ขอบคุณผู้ที่ติดตามเพจ CHARISNY ที่มีจำนวน 100,000 คน ภูมิใจของเราก็คือ การได้ดูแลแม่ดูแลครอบครัวดูแลน้องที่พิการมา 10 ปี ได้ส่งน้องเรียนต่างประเทศ ได้ทำให้คนหลายๆ คนมีชีวิตที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น มีทัศนคติ มีวิสัยทัศน์ที่ดี สร้างความภูมิใจให้กับแม่และสร้างเกียรติประวัติให้กับโรงเรียนที่ได้เรียนมา เป็นความสุขความภูมิใจที่ผู้หญิงคนหนึ่งตัวคนได้ สามารถประสบความสำเร็จได้ อัลฮัมดุลิลละฮ์ สำหรับทุกอย่าง 

9. ก้าวต่อไปของชีวิต 
ในการทำธุรกิจ ชัชญาได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าปัจจุบันนอกจากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองและคนรอบข้างแล้วก็จะแบ่งปันให้กับคนรอบ้างในสังคม ตอนนี้มีสำนักงาน ที่กรุงเทพฯ มีสาขาที่ภาคตะวันออก กำลังวางแผนขยายสาขาไปที่ภาคใต้ ซึ่งกำลังเปิดรับคนที่ต้องการสร้างอาชีพ ด้วยการเปิดเทรนนิ่งให้ความรู้ ความเข้าใจด้านโปรดักส์ ด้านผิวหน้า การทำมาร์เก็ตติ้งออนไลน์ ซึ่งจะเปิดรับทุกคนที่สนใจมาเข้าคอร์สเพื่อแบ่งปันโอกาสให้กับผู้อื่น เพราะมองว่า ยังมีกลุ่มคนหลายๆ คนที่อยากเป็นตัวแทนหลายแบรนด์ แต่การเป็นตันแทนเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือสร้างโอกาสให้ตลอด หรือสร้างยอดขายให้เติบโตได้จริงๆ ซึ่งคนที่ต้องการเป็นตัวแทน ต้องการสร้างธุรกิจ ก็จะเปิดอบรมครบวงจร ธุรกิจจะสำเร็จได้ด้วยการมีความรู้ มีเครื่องมือเท่านั้น ซึ่งตอนนี้มองว่า ตัวแทนจำนวนหนึ่งขาดเครื่องมือ ขาดความรู้ก็จะส่งต่อโอกาสเหล่านี้ให้กับตัวแทนทุกคน ในปี 2016 แบรนด์ CHARISNY เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในการรักษาสิวที่สร้างยอดธุรกิจเป็นหลักล้านและมีแผนพัฒนาโปรดักส์อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้จะพัฒนาโปรดักส์เพื่อการรักษาฝ้า กลุ่มคนที่มีปัญหามายาวนานถาวร CHARISNY ได้พัฒนาการรักษาฝ้าอย่างตรงจุดที่ผ่านมา CHARISNY วางโปรดักส์ไว้ที่ระดับกลางถึงบน แต่ปีนี้มีข่าวดีว่า CHARISNY จะลงสู่ตลาดแมส โดยพัฒนาโปรดักส์ที่มีคุณภาพในราคาที่
จับต้องได้ ซึ่งโปรเจกต์นี้จะเสร็จในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นข่าวดีของแบรนด์ CHARISNY และคนที่มองหาโอกาสในการรักษาผิวหน้า นอกจากนี้ ในปี 2016 CHARISNY จะพัฒนาระบบออนไลน์ 100% พัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาทีม ซึ่งทุกหมวดเป็นก้าวต่อไป เป็นความฝันที่ทำมาหมดแล้ว ก้าวต่อไปทจะสร้างแรงบันดาลใจให้ความรู้ความเข้าใจกับคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต และต้องการขยายตลาดไปยังกลุ่มอาเซียน ซึ่งได้วางระบบการตลาดออนไลน์ไปยังประเทศลาว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 


10. เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ 
ความสำเร็จของทุกคนย่อมมีเคล็ดลับ สำหรับชัชชญา สิ่งที่นำไปสู่ความสำเร็จของเธอคือการใฝ่คว้าหาความรู้ แม้ไม่ได้เรียนตามระบบการศึกษา แต่เธอได้เข้าคอร์สพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอร์ส NLP ที่มีชื่อว่า start your business with why เป็นคอร์สที่ค้นหาความหมายชีวิตของการเกิดมาบนโลกใบนี้ ทำให้ทุกคนรู้ศักยาภาพของตัวเอง รู้คุณค่าของตัวเองและเป็นการกระเทาะเปลือกความคิดของตัวเอง เป็นคอร์สที่สอนให้เรารู้จักคำว่า“ชีวิตฉัน ฉันรับผิดชอบ 100%”เคล็ดลับถัดมาคือการเพิ่มความรู้ อ่านหนังสือและพูดคุยกับคนที่เชี่ยวชาญ คนที่สำเร็จในชีวิต ทั้งด้านธุรกิจ ศาสนา และกลุ่มคนที่กำลังพัฒนาตนเองและที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ คือที่ปรึกษาทางด้านธุรกิจ เพราะจะทำให้เราเห็นแนวทาง แผนที่ เข็มทิศ การเดินของชีวิตและธุรกิจ ควบคู่กันก็จะทำให้เราสำเร็จได้ หากเราอยู่ในขบวนการของการถูกพัฒนา เราก็รู้ทิศทางเดินชีวิต และทำให้เราประสบความสำเร็จได้จริงและเร็วกว่าคนอื่น

นี่คือความสำเร็จของผู้หญิงคนหนึ่งที่ก้าวจากชีวิตที่ลำบาก แต่เธอได้ดิ้นแสวงหาความรู้และโอกาสจนประสบความสำเร็จ
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1346 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 51 + 5 =
ความคิดเห็น :