Bookmark and Share

เปิดใจบันยาล แวมะนอ “ปอเนาะญิฮาดวิทยา ไม่กลับไปที่เดิมอีกแล้ว”



เปิดใจบันยาล แวมะนอ เหตุผลที่ต้องทิ้งญีฮาดวิทยาเดิม เพราะถูกสร้างให้มีมลทินไปแล้ว แต่ไม่ทิ้งเจตนาเดิมของผู้ก่อตั้งและชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมใจจัดงานเลี้ยงหาทุนสร้างสถานศึกษาในที่ใหม่ที่มากกว่าความเป็นปอเนาะ โต๊ะอิหม่ามย้ำปอเนาะญิฮาดเป็นวาระของทุกคนและมติของชาวบ้านท่าด่านที่ต้องการให้ย้ายออกมาสร้างที่ใหม่

การตัดสินใจทิ้งโรงเรียนญีฮาดวิทยาของครอบครัวแวมะนอแล้วไปพักอาศัยชั่วคราวที่มัสยิดและโรงเรียนตาดีกาบ้านท่าด่าน ม.3 ต.ตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รวม 14 ชีวิต หลังจากศาลแพ่งพิพากษาริบทรัพย์สินที่ดินโรงเรียนญีฮาดวิทยาหรือปอเนาะบ้านท่าด่านเนื้อที่ 14 ไร่เศษตกเป็นของรัฐในความผิดฐานก่อการร้ายตามกฎหมายฟอกเงินส่ง ผลสะเทือนไม่น้อยต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้/ปาตานี 
และในที่สุดทางศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือครอบครัวโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยา จะจัดงานเลี้ยงข้าวยำน้ำชาเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือครอบครัวปอเนาะญีฮาดวิทยาและพัฒนาชุมชนท่าด่านให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาชุมชนโดยชุมชนเพื่อชุมชน ในวันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 ที่จะถึงนี้ เป้าหมายเพื่อซื้อที่ดิน 10 ไร่สร้างโรงเรียนแห่งใหม่ ทำไมครอบครัวแวมะนอตัดสินใจเช่นนั้น ทั้งที่รัฐอนุญาตให้อยู่ต่อและจะให้เปิดเป็นสถานศึกษาได้ตามเจตนารมณ์เดิมของผู้ก่อตั้งผู้บริจาค นายบันยาล แวมะนอ ลูกชายนายดุลเลาะ แวมะนอ ที่เป็นอดีตครูใหญ่โรงเรียนญีฮาดวิทยาซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในคดีซึ่งเกิดมาตั้งแต่ปี 2548 เปิดใจอธิบายเรื่องนี้

สร้างที่ใหม่เพื่อสานต่อเจตนารมณ์เดิม
นายบันยาล แวมะนอ บอกว่า เหตุผลที่พยายามจะระดมทุนเพื่อสร้างโรงเรียนขึ้นมาอีกครั้งก็เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของบาบอเฮงผู้ก่อตั้งปอเนาะญิฮาด และเพื่อให้คนในหมู่บ้านมีที่ศึกษาหาความรู้โดยเฉพาะด้านศาสนา เพราะ 11 ปีที่ผ่านมา เราเห็นแล้วว่าการไม่มีโรงเรียนสอนศาสนาคอยฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ส่งผลเสียต่อสังคมที่นี่อย่างที่หลายคนก็ทราบดี เช่น ติดยาเสพติด และปัญหาอื่นๆ เป็นต้น “นี่จึงเป็นที่มาที่ทำให้ชาวบ้านอยากให้มีโรงเรียนสอนศาสนาในหมู่บ้านอีกครั้ง จึงได้ช่วยๆ กันเตรียมจัดงานระดมทุนที่ใกล้จะถึงในไม่กี่วันข้างหน้านี้ เพื่อที่จะสร้างศูนย์การเรียนรู้ขึ้นมาใหม่ในหมู่บ้านนี้อีกครั้ง” ไม่กลับไปที่เดิมอีกแล้ว เพราะถูกทำให้มีมลทิน

นายบันยาล กล่าวว่า หากถามว่าทำไมถึงไม่กลับไปเปิดสถานศึกษาในที่เดิม ก็เพราะรัฐเองก็แถลงแล้วว่าที่เดิมเป็นที่ดินวากัฟ(สาธารณประโยชน์) และจะทำให้เป็นที่วากัฟตามเจตนารมณ์เดิมของบาบอเฮง แต่เราจะไม่กลับไปแล้ว เพราะภาพของสถานที่ตรงนั้นรัฐได้สร้างให้สังคมภายนอกเห็นเป็นสถานที่ที่สกปรกหรือมีมลทินไปแล้ว 
หากเรากลับไปเปิดโรงเรียนอีกครั้งในภาวะที่มีมลทินอยู่นั้น คนนอกก็จะมีอคติต่อสถานศึกษาแห่งนั้นได้ และจะเกิดปัญหาตามมาคือไม่มีใครอยากจะมาสอนและไม่มีคนที่จะมาเรียน แล้วจะกลับไปเปิดที่เดิมเพื่ออะไร?

“ที่ผ่านมา 11 ปีที่เราอาศัยอยู่ตรงนั้นก็ไม่มีใครกล้าไปเยี่ยมเลย แม้แต่ชาวบ้านหรือญาติพี่น้องเองก็ไม่กล้าเข้าไปถามข่าวคราวของเรา หากเรากลับไปที่เดิมอีกแล้วใครจะกล้าไป?”
แต่หากรัฐจะเปิดเป็นสถานศึกษาในที่นั้นอีกครั้งเอง ผมก็ไม่มีปัญหาไม่ได้ใดๆ แล้วแต่รัฐบาลจะเห็นควร จะเอาใครมาสอนก็ไม่มีปัญหา ขอเพียงแค่ว่าอย่านำครอบครัวของเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยก็พอ”

ปอเนาะญิฮาดเป็นเจตนาร่วมของคนในหมู่บ้าน 
นายบันยาล กล่าวว่า ในความเป็นจริง กรณีปอเนาะญิฮาดนั้นที่ดินเท่านั้นที่เป็นของครอบครัวเรา ส่วนเจตนารมณ์ในการสร้างปอเนาะนั้น จุดเริ่มต้นไม่ใช่เจตนารมณ์ของบาบอเฮงคนเดียว แต่เป็นเจตนารมณ์ของชาวบ้านในพื้นที่ที่คิดว่าจำเป็นต้องมีสถานศึกษาศาสนา เพื่ออบรมเยาวชนให้มีความรู้พื้นฐานทางด้านศาสนา เพราะหากไม่มีความรู้ศาสนาหรือไม่มีศูนย์เรียนรู้ศาสนาในพื้นที่ ทุกคนก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าจะส่งผลเสียอย่างไรบ้างการสร้างปอเนาะญิฮาดจึงเป็นเจตนารมณ์ร่วมของคนในหมู่บ้าน จึงเป็นที่มาว่าจะต้องสร้างสถานศึกษาในชุมชนขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นงานจัดเลี้ยงระดมทุนที่จะถึงนี้จึงกลายเป็นวาระของทุกคนในหมู่บ้านนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของครอบครัวเราเท่านั้นคาดว่างานเลี้ยงเพื่อระดมเงินที่กำลังจะถึงนี้น่าจะมีคนมาร่วมงานจำนวนมาก เพราะพี่น้องช่วยกันเชิญคนมาร่วมงานเยอะมาก โดยปกติแล้วงานต่างๆ เจ้าของงานจะเป็นคนเชิญเอง แต่งานนี้เรายังไม่ทันได้ออกไปเชิญก็มีพี่น้องอาสามาช่วยเราเชิญคน เพราะพวกเขาเองก็คงไม่อยากเห็นภาพของครอบครัวเราที่จะต้องอาศัยอยู่ที่มัสยิดและโรงเรียนดาตีกานานไปกว่านี้

ที่ใหม่ไม่สอนแบบปอเนาะอย่างเดียว
นายบันยาล กล่าวว่า ตอนนี้แผนการเปิดสถานศึกษาแห่งใหม่ยังอยู่ในช่วงประชุมเตรียมการ และหลังจากงานระดมทุนก็จะมาคุยกันว่าจะเชิญใครมาสอนบ้าง ตนเป็นแค่เพียงผู้คอยคิดมัต(ให้บริการ)เท่านั้น และทำหน้าที่ตามที่คนในหมู่บ้านมอบหมาย 
สถานศึกษาที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จะรายละเอียดมากกว่าปอเนาะแบบดั่งเดิม เช่น อาจจะมีการเรียนการสอนคัมภีร์อัลกุรอานหลักสูตรกีรออาตีสำหรับเด็กและสำหรับคนสูงอายุ มีชมรมเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีชมรมปันจะสีลัต หรืออื่นๆ เป็นต้น แล้วแต่เจตจำนงของประชาชนในพื้นที่ 

มีวิชาหลากหลาย ทั้งสันติภาพและกฎหมาย
นายบันยาล กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าศูนย์การเรียนรู้นี้จะรองรอบคนทุกวัย อาจเรียกได้ว่าเป็นวิทยปัญญาที่ได้จากวิกฤตในครั้งนี้ก็เป็นได้ เพราะในอดีตปอเนาะเป็นสถานศึกษาศาสนาแก่เด็กหรือเยาวชนอย่างเดียวเท่านั้นเป็นไปได้ว่าศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ที่เรากำลังจะสร้างขึ้นมานี้ การเรียนการสอนจะเข้มข้นและหลากหลายกว่าเดิม โดยเฉพาะความรู้ที่จำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ความรู้เรื่องสันติภาพ ความรู้เรื่องกฎหมายหรือกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้ทั้งหมดในอนาคต ซึ่งขึ้นอยู่กับที่การประชุมภายหลังจากงานระดมทุนว่าจะเป็นอย่างไร

• โต๊ะอิหม่ามย้ำปอเนาะญิฮาดเป็นวาระของทุกคน
นายมูฮัมหมัดนาวาวี หะยีอับดุลกอเดร์ โต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดกือแด(บ้านท่าด่าน) กล่าวว่า กรณีของครอบครัวแวมะนอกลายเป็นเรื่องของทุกคนในหมู่บ้าน เพราะเกี่ยวข้องกับปอเนาะที่เป็นที่วากัฟของทุกคนในหมู่บ้านนี้ ไม่ใช่สมบัติของเจ้าของปอเนาะ ยกเว้นที่ดินเท่านั้นที่ครอบครัวแวมะนอเป็นเจ้าของ ส่วนมัสยิด ปอเนาะแต่ละหลัง(หอพักนักเรียก) แม้ตัวอาคารโรงเรียนเองก็เป็นหยาดเหงื่อของคนในหมู่บ้านทั้งสิ้น จึงกลายเป็นเรื่องของทุกคนและทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบเหตุผลที่จะสร้างสถานศึกษาขึ้นมาใหม่ก็เพื่อจะสานต่อเจตนารมณ์ของบาบอเฮงและชาวบ้านในอดีตที่ต้องการให้มีสถานที่เรียนศาสนาในหมู่บ้าน เพื่อคอยให้ความรู้ศาสนาแก่เยาวชนในพื้นที่

• มติของชาวบ้านท่าด่านที่ต้องการให้ย้ายออก
นายมูฮัมหมัดนาวาวี บอกว่า ครอบครัวแวมะนอไม่ได้ย้ายออกมาเองโดยพลการ เพราะก่อนที่พวกเขาจะออกมาก็ได้ปรึกษาหารือกับชาวบ้านมาแล้วว่า พวกเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดี เพราะพวกเขาเป็นเพียงแค่ผู้ดูแลปอเนาะเท่านั้น ทางชาวบ้านในพื้นที่
จึงลงมติให้ออกมา แล้วชาวบ้านจะหาที่หรือสร้างปอเนาะขึ้นมาใหม่แทน จึงเป็นที่มาของการจัดงานเลี้ยงระดมทุนในวันที่ 19 มีนาคมนี้ “สิ่งที่ผู้นำศาสนาแถลงเมื่อหลายวันที่ผ่านมา ผมอาจเห็นต่างจากที่เขาบอกว่าเป็นที่ดินวากัฟและจะให้กลับไปเป็นวากัฟเหมือนเดิม เพราะความเป็นจริงแล้วที่ดินนั้นมีเจ้าของถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งก่อสร้างเท่านั้นที่เป็นวากัฟ แต่สิ่งที่เรากำลังจะสร้างขึ้นมาใหม่นี่แหละที่จะทำให้เป็นวากัฟทั้งที่ดินและปอเนาะหรือสิ่งก่อสร้างทั้งหมด ยกเว้นตัวบ้านของครอบครัวแวมะนอซึ่งก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ”

• กินข้าวยำฟังเสวนา ปอเนาะญิฮาด- ชะตากรรมปาตานี
นายมูฮัมหมัดนาวาวี บอกว่า สำหรับงานกินข้าวยำเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือครอบครัวปอเนาะญิฮาดวิทยาและพัฒนาชุมชนท่าด่านให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาชุมชนโดยชุมชนเพื่อชุมชน จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 เวลา 09.00-21.00 น. ณ สนามฟุตบอลกลางประจำหมู่บ้านท่าด่าน จัดโดยศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือครอบครัวโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยาศูนย์ประสานงานนี้ประกอบด้วย 6 ฝ่ายหลัก คือ มัสยิดท่าด่าน โรงเรียนตาดีกา กลุ่มสตรี กลุ่มเยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและท้องที่ร่วมกับเครือข่ายศิษย์เก่าปอเนาะญิฮาด สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย (สนมท.) สหพันธ์นิสิตนักศึกษา นักเรียน และเยาวชนปาตานี (PerMAS) และเครือข่ายประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (คปส.) ในงานจะมีวงเสวนาสาธารณะ หัวข้อ “ปอเนาะญิฮาดวิทยา-บทเรียนและอนาคตชะตากรรมปาตานี” มีนายอนุกูล อาแวปูเตะ (อับดุลกอฮาร์ บิน ฮาญีอับดุลอาวัง) ประธานศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานีและนายบัลยาน แวมะนอ ตัวแทนครอบครัวโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยา นายหะยีอัฮหมัด ฮาซัน ประธานเครือข่ายศิษย์เก่าปอเนาะญิฮาดวิทยาเป็นวิทยากร ดำเนินรายการโดย นายตูแวดานียา ตูแวแมแง ผู้อำนวยการสำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR) งานนี้ถือเป็นครั้งแรกๆ ในพื้นที่ที่จัดงานกินข้าวยำสมทบทุนไปพร้อมๆ กับบรรยากาศของการนั่งฟังการเสวนาสาธารณะไปด้วย 

• ลำดับเหตุการณ์โดยสรุป
คดีเริ่มต้นเมื่อปี 2548 มีแจ้งข้อหาบุคคลว่าฝึกอาวุธภายในบริเวณโรงเรียน 36 คน มี 18 คนเข้ามอบตัวสู้คดีและได้รับการปล่อยตัวหมดเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ อีกบางส่วนหลบหนีรวมทั้งนายดอเลาะ แวมะนอ ในปีเดียวกันพี่ชายของบันยาลถูกยิงเสียชีวิต
วันที่ 15 ธันวาคม 2558 ศาลแพ่งมีคำพิพากษาริบทรัพย์สินที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียนญีฮาดวิทยา หรือปอเนาะบ้านท่าด่าน ม.3 บ้านท่าด่าน ต.ตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ในเนื้อที่ 14 ไร่ 1 งาน 42 ตารางวา เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่ง คดีแพ่งในคดีแดงที่ ฟ.160/2558 ซึ่งมีความผิดฐานก่อการร้าย ตามนิยามบทบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (8) ของกฎหมายว่าด้วยคดีแพ่งและกฎหมายการฟอกเงินของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 นายโสภณ ทิพย์บำรุง อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 รองอัยการจังหวัดปัตตานีได้ชี้แจงข้อกฎหมายกรณีศาลแพ่งมีคำพิพากษาริบทรัพย์สินที่ดินดังกล่าว เนื่องจากมีพยานยืนยันว่ามีการใช้ที่ดินเป็นฝึกการก่อการร้าย จึงถือเป็นทรัพย์สินที่ใช้กระทำความผิด แต่รัฐก็ยังให้ปรับปรุงเป็นสถานศึกษาให้กับชุมชน เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค โดยให้เจ้าของที่เดิมเป็นผู้บริหารต่อไป

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 ครอบครัว
แวมะนอทั้งหมด 14 คน ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนเก็บข้าวของทั้งหมดย้ายออกจากบ้านในอยู่ในบริเวณโรงเรียนไปอาศัยอยู่ที่มัสยิดและโรงเรียนตาดีกา และตัดสินใจไม่อุทธรณ์เพื่อสู้คดี 
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 ประชาชนจากที่ต่างๆ เริ่มหลั่งไหลเข้าไปเยี่ยมครอบครัวของนางยาวาฮี แวมะนอ และมีการตั้งศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือครอบครัวโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยาที่มัสยิดบ้านท่าด่าน 
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ชาวบ้านท่าด่านได้รวมตัวกันที่มัสยิดประมาณ 200 คน เพื่อคณะทำงานศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือครอบครัวโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยา
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 คณะผู้นำองค์กรศาสนาประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 9 คนได้แถลงแนวทางการแก้ปัญหาการยึดที่ดินโรงเรียนญีฮาดวิทยา นำโดยนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (กอจ.) ปัตตานี โดยจะตั้งคณะกรรมการพิเศษพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และตอบสนองเจตนารมณ์เดิมของเจ้าของที่ดิน แต่นายบันยาล ยืนยันว่าที่ดินทั้ง 14 ไร่ของโรงเรียนญีฮาดวิทยาตกเป็นของรัฐแล้ว จึงไม่เกี่ยวกับครอบครัวของตน และทางศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือฯก็จะจัดงานเลี้ยงน้ำชาเพื่อสมทบทุนหาเงินซื้อที่ดิน 10 ไร่สร้างโรงเรียนแห่งใหม่ในวันที่ 19 มี.ค. 2559 นี้

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 501 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 28 + 77 =
ความคิดเห็น :