Bookmark and Share

มะริดเชื่อมประจวบฯสู่อันดามัน



ประมาณ 2 ปี เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างชายแดนไทยที่ด่านสิงขร ไปยังมะริด ชายฝั่งทะเลอันดามัน จะก่อสร้างเสร็จสิ้น จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งของความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา และการขนส่งสินค้า แต่ปัญหากลับอยู่ในประเทศไทย 

มะริด หรือ Myeik (อ่านว่า เมอร์อิก) เป็นชื่อเมืองที่คนไทยคุ้นเคย แต่เป็นเมืองที่คนไทยรู้จัก
น้อยมาก คนไทยคุ้นชื่อ มะริด ทวาย ตะนาวศรี เพราะอดีตเคยเป็นดินแดนของประเทศไทย ก่อนถูกอังกฤษตัดแบ่งในยุคล่าอาณานิคม ทำให้เส้นทางเชื่อมต่อประเทศไทยไปยังอันดามันติดขัด ต้องเดินทางไกลไปถึงจังหวัดระนอง 

มะริด เป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมียนมา กึ่งกลางระหว่างทวายทางตอนบนกับเกาะสอง เมืองชายแดนไทย-ระนอง มีประชากร ประมาณ 209,000 คน ผสมผสานระหว่างชาวมอญ เมียนมาและชนชาติอื่นๆ รวมทั้งมุสลิม ที่อยู่รวมกันค่อนข้างสงบ ผู้คนที่มะริด เท่าที่สังเกต เป็นคนขยันขันแข็งทำงาน และอัธยาศัยในการต้อนรับชาว
ต่างชาติค่อนข้างดี อาจเป็นเพราะเป็นเมืองท่าที่มีคนเข้าออกมาก ทำให้มีการสานสัมพันธ์กับชาวต่างชาติตลอดเวลา รวมทั้งมีความนอบน้อม ตอนรับสิ่งของ รับเงิน ผู้คนที่นั่นจะใช้มือซ้ายรองมือขวา อีกด้านหนึ่งเป็นการให้เกียรติอย่างสูง อีกอย่างหนึ่งบุคลิกของชาวมอญเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เมื่อเปรียบเทียบกับชาวเมียนมาที่ค่อนข้างแข็งกระด้าง

ก่อนหน้านี้ มะริด เหมือนเป็นดินแดนลี้ลับที่คนไทยยากจะเข้าไปได้ แต่คนมะริดจำนวนไม่น้อยเดินทางเข้ามาฝั่งไทย เห็นได้จากเวลาพวกเราพูดคุยกับพ่อค้าชาวเมียนมา ที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง จะมีชาวเมียนมาเข้าช่วยพูดคุยต่อรองให้เสร็จสรรพ แต่ไปที่มะริด สิ่งจำเป็นคือ โทรศัพท์มือถือไว้คอยบวกลบตัวเลขเวลา
ซื้อของเท่านั้นหละ แม้จะมีดินแดนติดกัน แต่การเชื่อมต่อไปยังมะริด เพิ่งเกิดขึ้น ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัด พยายามประสานความสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ เมื่อ 4-5 ปีก่อน บริเวณพรมแดนไทย-เมียนมา ด่านสิงขร มีชุมชนขนาดเล็กมาก มีการนำสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้เข้ามาขาย และสินค้าจากป่า อาทิ พวกกล้วยไม้ป่า แต่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ชุมชนได้ขยายตัวพอสมควร มีการก่อสร้างอาคาร ตลาดขนาดใหญ่ขึ้น จากก้วยแม้แบกะดินก็กลายเป็นร้านค้า พวกสินค้าจากป่า ค่อยๆ หายไป โดยเฉพาะในเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ จากเมียนมาจะข้ามแดนมาซื้อสินค้าจำนวนมาก หอบหิ้วเข้าไปในเมียนมา บรรยากาศคึกคักทีเดียว เมื่อตอนปีใหม่ทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดงานปีใหม่เชื่อมสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ บรรยกาศเป็นไปด้วยความคึกคักทีเดียว

แต่การกำหนดข้อตกลง เพื่อการเชื่อมต่อ
ของ 2 ประเทศ ยังเกิดขึ้นไม่เต็มที่ ส่วนหนึ่ง ติดขัดปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของ 2 ประเทศ โดยบริเวณด่านสิงขร เป็นจุดผ่อนปรนทางการไทยอนุญาตให้ชาวเมียนมาเข้าประเทศและอาศัยอยู่ได้เพียง 3 วัน แต่ทางการเมียนมาอนุญาตให้คนไทยอยู่ได้ 7 วัน ทางการเมียนมากำลังต่อรองเงื่อนไขตรงนี้อยู่ พูดถึงการปฏิบัติไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของไทย จะตั้งด่านลอยบริเวณที่เลยด่านมาประมาณ  1 กิโลเมตร และมักจะมีการเรียกเงินทองจากพี่น้องชาวเมียนมา แม้จะเข้าเมืองมาถูกต้อง ก็ยังต้องจ่ายครั้ง 200-300 บาท เป็นปกติ แตกต่างจากคนไทย เมื่อผ่านด่านไปแล้วเจ้าหน้าที่เมียนมาไม่ได้สนใจติดตามอะไรมากนัก พฤติกรรมของตำรวจไทยยังกระฉ่อนมาก ผู้บังคับบัญชาจะต้องตรวจสอบและกำหนดแนวปฏิบัติให้ชัดเจน เพราะสร้างความเสียหานและเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย 

จากตัวเมืองประจวบคีรัขันธ์ ไปด่านสิงขรระยะทาง 12 กิโลเมตร จากด่านสิงขรไปมะริด 180 กิโลเมตร ระยะทางไม่ไกล แต่การเดินทางค่อนข้างหฤโหด แต่เมียนมากำลังปรับปรุงเส้นทางคาดว่าไม่เกิน 2 ปีน่าจะเสร็จสิ้น 
การเชื่อมต่อก็จะสะดวกขึ้น การขนส่งข้ามฟากจากอ่าวไทยไปอันดามัน โดยใช้มะริดเป็นท่าเรือ น่าจะเป็นทางออกหนึ่งในการขนถ่ายสินค้า โดยเฉพาะอาหารทะเล และพลังงาน แต่จะมีปัญหาอยู่บ้างที่จะไปลดความสำคัญของระนองลง แต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งจะทำให้คนประจวบฯ และจังหวัดใกล้เคียง
มีทางออกไปสู่ทะเลอีกด้านหนึ่ง ทั้งการส่งสินค้าเข้าไปในมะริดและเชื่อมไปยังพื้นที่อื่น และการนำทรัพยากรจากมะริดเข้ามาในประเทศไทย 

มะริด เมืองที่เหมือนแดนสนธยาสำหรับคนไทย ก็จะฉายสว่างวาบเกิดขึ้นได้ 
ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงกับมะริด ควรจะเป็นอย่างไร คงต้องไว้ต่อในคราวหน้า

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 453 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 80 + 56 =
ความคิดเห็น :