Bookmark and Share

อดีต ส.ส.สุรินทร์ หนุนแหล่งเรียนรู้เกษตรแนวใหม่



อดีต ส.ส. “เมืองช้าง” จ.สุรินทร์ หันมาส่งเสริมแหล่งเรียนรู้การเกษตรในเนื้อที่ กว่า 30 ไร่ อยู่ติดถนนสายหลัก ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 3-4 ถ.ปัทมานนท์ สายสุรินทร์-จอมพระ ที่พร้อมไปด้วยผลผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น “เมล่อน” สายพันธุ์ต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น และตะวันออกกลางกว่า 10 สายพันธุ์, มะเขือเทศ, ฟักทองยักษ์, แตงโมไร้เมล็ด, แตงโมยักษ์ และพืชผักปลอดสารพิษ มีให้เกษตรกรผู้สนใจนักท่องเที่ยวแวะชมและชิมได้ พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรในรูปแบบใหม่ อาจเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง

ที่บริเวณศูนย์เรียนรู้การเกษตรแนวใหม่ “เมล่อน” ถนนปัทมานนท์ สายสุรินทร์-จอมพระ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 2-3 ตำบลแสลงพันธุ์ อ.เมือง จ. สุรินทร์ ได้มีแหล่งเรียนรู้การเกษตรในรูปแบบใหม่ นับว่าเป็น ฟาร์มแห่งความสุขสดชื่น BRIO FARM เน้นการทำเกษตร ด้วยนวัตกรรมใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตผลให้มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ในฟาร์ม “เมล่อน” ที่มีสายพันธุ์ผลผลิตทางการเกษตรชนิดต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น และตะวันออกกลางกว่า 10 สายพันธุ์ เช่น เมล่อน, มะเขือเทศ, ฝักทองยักษ์, แตงโมไร้เมล็ด, แตงโมยักษ์ และพืชผักปลอดสารพิษ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรในรูปแบบใหม่ และสวนดอกไม้ชนิดต่างๆ โดยมีนางกรรณิการ์ เจริญพันธุ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เป็น ผอ.ผู้บริหาร ได้เปิดให้เกษตรกร และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาศึกษาพืชผลไม้ทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษ เพราะพืชผลทางการเกษตรที่นี้ได้กางมุ้งไว้ทุกชนิด ซึ่งนางกรรณิการ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้นำพาคณะรองผวจ.สุรินทร์และคณะทั้งภาครัฐ และเอกชนสได้เดินทาง เข้าชมผลผลิตทางการเกษตร“เมล่อน” สายพันธุ์ต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น และตะวันออกกลางกว่า 10 สายพันธุ์ 

มีมะเขือเทศ, ฝักทองยักษ์, แตงโมไร้เมล็ด, แตงโมยักษ์ พืชผักที่ปลอดสารพิษในเตนท์กางมุ้งของแต่ละพื้นที่ในการทำการเกษตรของที่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ ที่มีเนื้อที่ติดอยู่กับถนนใหญ่สายหลัก ที่มีเนื้อที่กว่า 30 ไร่
นอกจากผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษแล้วทางศูนย์ฯได้นำ ผล “เมล่อน” นำมาปรุงเป็นไอซครีมเมล่อน, เมล่อนสมูทตี้, สลัดเมล่อน, สลัดผักเพื่อสุขภาพ, พร้อมผลเมล่อนและแตงโมไร้เมล็ด ให้ได้ชิมกันอย่างอเร็ดอร่อยด้วย

นางกรรณิการ์อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ บอกว่าได้ไปเยี่ยมเพื่อนแล้วพบว่า พืชผลทางการเกษตรของเขามีหลายอย่างจึงนำมาทดลองทำก็ได้ผลดี จึงได้สร้างแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อให้เกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ได้เรียนรู้ และทำการเกษตรที่ปลอดสารพิษสารเคมี ซึ่งเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบนี้ จะมีรายได้อย่างต่ำประมาณเดือนละ 20,000 บาท ต่อเดือน

นายวินัย ตรงจิตพิทักษ์ รองผวจ.สุรินทร์ บอกว่า แหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรแห่งนี้
นับว่าเป็นแหล่งที่ให้เกษตรกรมาเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรที่ปลอดสารพิษได้มากและจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์อีกแห่งหนึ่งที่ใหญ่ และอยู่ติดกับถนนสายหลักด้วย นอกจากนี้ เกษตรกรยังได้รับความรู้ในเรื่องการการทำเกษตรอินทรีย์ ที่แบบปลอดสารเคมี และสารพิษด้วยนายนราวุฒิ ปิยโชติสกุลชัย ผอ.สนง. ทดลองข้าวจังหวัดสุรินทร์ บอกว่าที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางเกษตรให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเรื่องการทำเกษตรแบบปลอดสารเคมีและสารพิษอีกด้วย

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 598 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 71 + 78 =
ความคิดเห็น :