Bookmark and Share

ครม.คลอดแพกเกจกระตุ้น ศก.รอบใหม่ พร้อมขยายเวลาลดหย่อนภาษีเที่ยวในประเทศอีก 1 ปี



ครม.คลอดแพกเกจกระตุ้น ศก.รอบใหม่ พร้อมขยายเวลาลดหย่อนภาษีเที่ยวในประเทศอีก 1 ปี ตามที่กระทรวงการคลังเสนอฯ 
       
       นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ เห็นชอบแพกเกจกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ที่กระทรวงการคลังเสนอ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายในการกินเที่ยวช่วงสงกรานต์ ทุกคนสามารถนำค่าใช้จ่ายอาหาร และเครื่องดื่มในร้านอาหารไม่รวมสุรา เบียร์ ไวน์ รวมทั้งค่าที่พักโรงแรม ค่าจ้างนำเที่ยว ระหว่างวันที่ 9-17 เมษายน 2559 ลดหย่อนในการคำนวณภาษีตามจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
       
       ทั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมกิจกรรมครอบครัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มั่นใจการลดหย่อนภาษีรอบนี้ไม่กระทบรายได้ภาครัฐมาก
       
       นอกจากนี้ ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยวในประเทศอีก 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 จากเดิมอายุวันที่ 30 ธันวาคม 2558 โดยจะให้นำค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวในประเทศทั้งค่านำเที่ยว ค่าที่พักโรงแรม ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 15,000 บาท รวมทั้ง 2 มาตรการลดภาษีได้ 30,000 บาท ส่วนการแจกเงินช่วยเหลือราชการยังไม่เสนอ เนื่องจากรายละเอียดยังไม่เรียบร้อย
       
       นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุด 3 ซึ่งจะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา นับเป็นมาตรการที่ถูกทางแล้ว และไม่อาจเรียกได้ว่าประชานิยม ซึ่งเข้าใจได้ว่าควรจะดำเนินการในช่วงนี้ เพราะเศรษฐกิจยังซบเซาแม้ดีขึ้นกว่าปีก่อน แต่การส่งออกยังชะลอตัว ขณะที่ปัญหาภัยแล้งมีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ 
       
       ขณะที่การใช้ค่าใช้จ่ายอาหาร และที่พักโรงแรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนมาหักลดหย่อนภาษีได้ มีผลต่อระบบเศรษฐกิจไม่มาก แต่จะมีผลทางจิตวิทยาในการกระตุ้นการท่องเที่ยวและใช้จ่ายมากขึ้น คาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 3 ที่จะออกมานั้นจะมีผลต่อจีดีพีให้สูงขึ้นร้อยละ 0.1-0.2 และเมื่อรวมกับโครงการบ้านประชารัฐ ก็จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนให้จีดีพีในปีนี้ให้ขยายตัวได้อย่างน้อยร้อยละ 0.2-0.4
       
       ทั้งนี้ จากการคาดการณ์จีดีพีปีนี้จะขยายตัวได้ร้อยละ 3 ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสามารถลดความเสียหายจากปัญหาภัยแล้งที่คาดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ 60,000-100,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.5 จีดีพี และหากรวมทุกมาตรการอาจมีผลเสมอตัวกับภัยแล้งที่เกิดขึ้น
       
       นายสมชัย กล่าวอีกว่า หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาช่วยประคองเศรษฐกิจได้ รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องออกมาตรการอีก เว้นแต่ปัญหาภัยแล้งรุนแรงขึ้น การส่งออกติดลบ อาจต้องพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมอีกระลอก แต่ควรเป็มมาตรการที่ใส่เงินลงระบบเศรษฐกิจไม่มาก แต่มีผลทางจิตวิทยาสูงเช่นเดียวกับมาตรการชุดที่ 3
       
      
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 541 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 23 + 89 =
ความคิดเห็น :