Bookmark and Share

เพื่อไทยขู่ฟ่อ! กรณีจับวัฒนา จะร้องยูเอ็น พร้อมดำเนินคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว



วันนี้ (18 เม.ย.) ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11 ) นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.วีรดา บุตรสาว และภรรยา เดินทางมาถึงบริเวณฝั่งตรงข้าม มทบ.11 ก็ได้พูดคุยกับนายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รวมทั้งตัวแทนสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ แคนาดา ที่มาสังเกตการณ์และพูดคุยเป็นเวลาประมาณ 5 นาที ที่ร้านค้าสวัสดิการมณฑลทหารบกที่ 11 โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารมารออยู่ที่บริเวณด้านหน้าของร้านอาหารที่พูดคุยกัน จากนั้นได้ควบคุมตัวนายวัฒนาเข้าไปยังมณฑลทหารบกที่ 11 โดยไม่อนุญาตให้มีการสัมภาษณ์แต่อย่างใด

โดยนายวัฒนาได้กล่าวในระหว่างเดินเข้าไปใน มทบ.11 ว่า หากไม่ได้รับการปล่อยตัวออกมาแสดงว่าทหารใช้อำนาจบังคับให้อยู่ พร้อมระบุว่าได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อเลขาธิการสหประชาชาติ แต่ยังไม่ได้ยื่นให้ประเทศอื่นๆ การยื่นหนังสือไม่ได้เป็นการใช้ต่างชาติกดดันกันภายในประเทศ นายวัฒนายังปฏิเสธข่าวที่ระบุว่าจากขอลี้ภัยไปประเทศลาว โดยยืนยันว่าเป็นคนไทยไม่คิดไปไหนแน่นอน

ด้าน ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยก่อนที่นายวัฒนาจะเดินทางมาถึง มทบ.11 ว่านายวัฒนาได้ทำจดหมายถึงนายบัน คีมูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เพื่อชี้แจงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย โดยเนื้อหาในจดหมายชี้แจงถึงความไม่ชอบธรรมของการเรียกปรับทัศนคติที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้จะยื่นหนังสือในลักษณะดังกล่าวไปถึงบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องอีก 20 แห่งทั่วโลก โดยในวันนี้มีตัวแทนจากสถานทูตต่างประเทศ นอร์เวย์ สวิส แคนาดา เข้าร่วมสังเกตการณ์ต่อการกระทำของทหารที่มีต่อผู้แสดงความเห็นทางการเมือง

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ที่ปรึกษากฎหมายของนายวัฒนา กล่าวยืนยืนยันว่า หากทหารไม่ปล่อยตัวนายวัฒนา ตนก็จะดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี เพราะถือว่าเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมยืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นในเรื่องการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นสิทธิเสรีภาพ และตั้งข้อสังเกตว่ามีนักวิชาการและแกนนำของพรรคการเมืองใหญ่ก็แสดงความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าวเช่นกันแต่กลับไม่มีการเรียกตัว จึงถือว่าไม่เสมอภาคและเลือกปฏิบัติ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่ตนและตัวแทนสถานทูตมาพูดคุยกัน ทางตัวแทนสถานทูตก็ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศและมองว่าการดำเนิน การกับนายวัฒนาในวันนี้เป็นการดำเนินการที่เข้มข้น และแปลกใจต่อปฏิบัติการดังกล่าว และต้องยอมรับว่าสิทธิมนุษยชนในบ้านเรามีปัญหาจริงๆ เพราะประชาชนถูกจำกัดโดยสิทธิโดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่การจำกัดสิทธินักการเมืองกลายเป็นการจำกัดสิทธิการรับรู้ของประชาชนทั่วไปด้วย ถือเป็นการปิดหูปิดตาประชาชน ไม่เป็นผลดีต่อการลงประชามติ หากประชามติผ่านไปก็เชื่อว่าจะเป็นปัญหาอยู่ดีเพราะประชาชนไม่ได้รับข้อมูลที่รอบด้าน จึงเรียกร้องให้มีการเปิดโอกาสในการแสดงความคิดเห็นเพื่อให้การทำประชามติเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม
“ส่วนตัวมองว่าการปฏิบัติต่อนายวัฒนาในวันนี้ไม่เป็นทำไม่เป็นธรรม เพราะไม่มีการให้เหตุผลในการควบคุมตัวแต่ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์แสดงความคิดเห็นได้นั้น ไม่อยากให้เรียกว่าเลือกปฏิบัติจริง เพราะข้อเท็จจริงทุกคนควรแสดงความคิดเห็นได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่หวั่นถ้าจะถูก คสช.เรียก แต่ก็ไม่ได้ท้าทาย และมองว่าหลักสูตรอบรมนักการเมืองไม่มีประโยชน์” นายจาตุรนต์กล่าว

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ทหารได้นัดกับทางนายวัฒนาที่บ้านพัก แต่ได้มีการเปลี่ยนแผนในช่วงเช้าให้นายวัฒนา มารายงานตัวที่มณฑลทหารบทที่ 11 ซึ่งการเข้ารายงานตัวในวันนี้ ก็ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่าเหตุผล ในการควบคุมตัวนายวัฒนา เนื่องจากได้กระทำผิดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 44 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายชาติ ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 456 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 23 + 10 =
ความคิดเห็น :