Bookmark and Share

ประธานโกมลฟ้อง 50 ล้าน สะเทือนเกาะภูเก็ต



การประชุมของฝ่ายต่อต้าน 18 คน ลงมติปลด “โกมล ดุมลักษณ์” พ้นตำแหน่งประธานกอจ.ภูเก็ต นำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในกอจ.ภูเก็ต มีการฟ้องร้องหลายคดีทั้งแพ่งและอาญา โดยเฉพาะคดีแพ่งมีการเรียกค่าเสียหายถึง 50 ล้านบาท ทำเอากินไม่ได้นอนไม่หลับกันหลายคน 

ฝ่ายต่อต้านคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต 18 คน นำโดย นายมาโรจน์ ทองย่น หลังมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย (กอท.) ได้รับคำแนะนำให้กลับไปประชุม กลุ่มนี้จึงได้นัดประชุมที่ศาลากลางจังหวัด โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าร่วมประชุมแต่ผู้ว่าฯ ไม่เอาด้วย จึงมีมติเพียงลำพัง ปลดด.ต.โกมล ดุมลักษณ์ ออกจากตำแหน่งประธานกอจ.ภูเก็ต และตั้งนายมาโรจน์ รักษาการตำแหน่งประธาน ปัญหาตามมาวาระการลงมติปลดและตั้งกลุ่มตัวเองรักษาการนั้นทำได้หรือไม่ ฝ่ายต่อต้านเห็นว่าทำได้ โดยนำระเบียบของคณะกรรมการกลางฯ มาใช้ ในขณะที่ฝ่ายด.ต.โกมลยืนยันว่าไม่สามารถปลดได้ ด้วยระเบียบของคณะกรรมการกลางฯ กับคณะกรรมการอิสลามจังหวัดใช้ระเบียบ คนละตัว ในส่วนของกอจ.เมื่อมีการเลือกตำแหน่งกรรมการฯโดยอิหม่ามในจังหวัดแล้ว ให้ผู้ได้รับเลือกประชุมนัดแรก เลือกตำแหน่งประธานและตำแหน่งอื่นๆ จากนั้น ส่งรายชื่อให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบคุณสมบัติ และออกเป็นประกาศของกระทรวงกระทรวงมหาดไทย ตามมาตรา 12 นั้น ใช้เฉพาะการประชุมครั้งแรกแตกต่างจากกรณีของคณะกรรมการกลางฯที่มีกฤษฎีกาประกาศรายชื่อผู้เป็นกรรมการกลางฯ จากนั้น กรรมการกลางฯ จะประชุมและเลือกตำแหน่งกันภายใน อาทิ ประธานฝ่ายกิจการฮาลาล กรรมการฝ่ายกิจการฮาลาล เป็นต้น ตำแหน่งที่มีการประชุมเลือกกันนี้ สามารถประชุมเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนกรณี การลงมติ เปลี่ยนเลขาธิการกอท.จากพิเชษฐ์ สถิรชวาล เป็น พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ 

กรณีตำแหน่งกอจ.กฤษฎีกาได้ตีความไว้แล้วว่า ไม่สามารถประชุมลงมติเปลี่ยนตำแหน่งได้
และเลขาธิการกอท. ได้ตอบข้อหารือของประธานภูเก็ต ตามการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในระหว่างงานเมาลิดกลางฯ เลขาธิการกอท.พยายามเจรจาให้ด.ต.โกมล ลาออกจากตำแหน่ง เห็นว่า มาจากแรงบีบของผู้ใหญ่บางคน แต่เงื่อนไข ที่ด.ต.โกมล เสนอไปฝ่ายต่อต้านไม่ยอมรับทั้งการให้คนกลางมาเป็นแทน การจับฉลากหาตำแหน่งประธาน เป็นต้น ปัญหาความขัดแย้งจึงยังดำรงอยู่ และค่อยๆ ปะทุออกมา
ดาบแรก ด.ต.โกมล ฟ้องทั้งแพ่งและอาญาผู้ก่อการจำนวน 18 คน ในหลายข้อกล่าวหาทั้งการละเมิด การหมิ่นประมาท การใช้เอกสารเท็จ เป็นต้น เรียกค่าเสียหายรวม 50 ล้านบาท หากชนะ 18 คนก็ต้องมาหารจ่ายกัน เป็นการดำเนินคดีที่ ด.ต.โกมล ยืนยันว่าจะไม่ยอมความเด็ดขาด 

ฝ่ายต่อต้านนั้นมีจุดอ่อนตรงที่ใจร้อน เมื่อมีมติปลดและแต่งตั้งประธานคนใหม่ก็ทำงานเลย ไม่รอให้การดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน กลายเป็นว่าไปเซ็นเอกสารหลายฉบับ ซึ่งด.ต.โกมล ระบุว่า เป็นการใช้เอกสารเท็จเพราะไม่มีอำนาจ บัญชีธนาคารที่เคยมอบหมายให้กอจ.บางคนก็ถูกเรียกคืนจากประธาน เพราะถือไพ่เหนือว่าตรงที่มีฎีกาการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
ที่ตลกไปกว่านั้น มีการตรวจสอบพบว่ามีการซื้อตั๋วเครื่องบินของกอจ.กว่า 10 คน เดินทางจากภูเก็ตมายื่นหนังสือต่อกอท. ซึ่งการเดินทางมายื่นหนังสือไม่ใช่กิจการของสำนักงาน ไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ แต่คนกลุ่มนี้กลับกล้าทำ กำลังมีการดำเนินการเรื่องนี้เพื่อเรียกเงินคืน การเผชิญหน้าระหว่างประธานภูเก็ต ด.ต.โกมล กับฝ่ายต่อต้าน ยังดำรงอยู่อีก 1 ปี 6 เดือน ก่อนจะหมดวาระ ไม่รู้ว่าสามารถประชุมลงมติอะไรกันได้หรือไม่ แต่ที่รู้มองหน้ากันไม่ติด ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะคลี่คลาย 

ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด! 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1083 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 59 + 77 =
ความคิดเห็น :