Bookmark and Share

ร่วมปกป้องอัลกุรอ่านและซุนนะห์



โรงเรียนผู้ใหญ่ธรรมอิสลาม จัดเสวนาครั้งสำคัญ “การปกป้องอัลกุรอ่านและหะดิษของรอซูลฯ” ระดมนักวิชาการร่วมให้ความรู้ตามแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อความสงบสุขของสังคม 

อ.ชาฟีอี นภากร ครูใหญ่โรงเรียนผู้ใหญ่ธรรมอิสลาม เป็นประธานจัดงาน ณ มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย คลองตัน กรุงเทพฯ กำหนดการ 2 วัน ได้ระดมนักวิชาการมาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่านและหะดิษเพื่อต่อสู้กับแนวทางที่บิดเบือน อาทิ ดร.อิสลามแอล ลุตฟี จะปะกียะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฎอนี อ.การุณ กูใหญ่ อ.อิมรอน ขวดบา อ.อับดุลลาตีฟ การี อ.ยูซุฟ ชุ่มชื่น มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภาเป็นประธาน มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังมากกว่า 200 คน รวมทั้งต่างศาสนิก จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

อ.ชาฟีอี กล่าวว่า อิสลามถูกประทานลงมา ศาสนทูตได้ใช้เวลา 23 ปี ในการเผยแพร่จนได้รับความสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยมีอัลกุรอ่านเป็นธรรมนูญสูงสุด กำชับให้ทำความดี ห้ามปรามการทำความชั่ว และมีศรัทธามั่นในพระเจ้า 
“ปัจจุบันอัลกุรอ่านและแบบอย่างรอซูลุลเลาะฮ์ได้ถูกละเลย ถูกล่วงละเมิด มีการฆ่าฟันกันเองของมุสลิม โดยเฉพาะในตะวันออกลาง ซึ่งทั้งคนฆ่าและคนถูกฆ่าต่างกล่าวอัลลอฮุอักบัร ในบ้านเราก็มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง มีการปาไข่กัน จึงมีความจำเป็นที่มุสลิมจะต้องลุกขึ้นมาศึกษา ทบทวน สร้างความเข้าใจ และปฏิบัติ ให้ตรงตามเจตนาของอัลกุรอ่านและแบบอย่างของรอซูลลุลเลาะฮ์ การจัดเสวานาก็เพื่อเผยแพร่คำสอนที่แท้จริงออกสู่สังคม เพื่อให้เกิดความเข้าใจและนำความสุข ความมั่นคงมาสู่สังคมสืบไป” อ.ชาฟีอี กล่าว 

อ.การุณ กูใหญ่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาส่วนตัวก็ถูกกล่าวหา ถูกเข้าใจผิดมากมาย เพราะความไม่รู้ ความไม่เข้าใจของคน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศมุสลิม รวมถึงประเทศไทย 
มาจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจ และศึกษาให้ถ่องแท้ ก่อให้เกิดปัญหามากมาย การสร้างแนวทางที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจ เลิกทะเลาะเบาะแว้งกัน สำหรับคนไม่รู้ และสร้างความแตกแยกก็ไม่ควรให้ราคา ไม่ควรให้ความสำคัญ ในที่สัมมนา พูดถึงหลักปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง ประวัติของมัรฮับต่างๆ รวมทั้ง กลุ่มนอกคอก สถานการณ์การเมืองของโลกมุสลิม และการเผยแพร่ตามแนวทางที่ถูกต้องขณะที่ ดร.อิสมาแอล ลุตฟี จะปะกียา ได้ยกอายะห์กุรอ่าน มาสะท้อนให้เห็นแนวทางที่ถูกต้องของการปฏิบัติและระบุว่า มนุษย์คนใด ที่มีญินเข้าในเรือนร่าง จะต่อต้านเสียงอัลกุรอ่าน เกลียดเสียงกุรอ่าน จะเกิดอาการสั่นสะท้านเมื่อได้ยินเสียงอ่านอัลกุรอ่านส่วนมนุษย์ที่มีญินเข้าสู่เรือนร่างเพียง 30% หรือปริมาณใกล้เคียงกัน ก็จะไม่ใกล้ชิดกุรอ่าน ไม่อ่านอัลกุรอ่าน ไม่ใช้ชีวิตตามที่กำหนดไว้ในอัลกุรอ่าน ดังนั้นทุกคนจะต้องปฏิบัติตามอัลกุรอ่าน อ่านอัลกุรอ่านเพื่อให้ชีวิตมีความสุข สังคมมีความสุข 

ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้มุ่งเน้นให้มุสลิมอย่าทิ้งการศึกษา การเรียนรู้อิสลาม และการช่วยเหลือสังคม การมีจิตสำนึกที่ดี
ต่อสังคม ไม่เช่นนั้นแม้จะประสบคามสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ไม่ได้ทำงานเพื่อสังคม เพื่อมนุษย์ด้วยกัน ไม่ทำตามที่พระผู้เป็นเจ้ากำหนด ตายไปก็ไม่มีความภาคภูมิใจ ไม่สามารถตอบพระผู้เป็นเจ้าได้ว่าได้ทำสิ่งดีงามเพื่อมนุษยชาติบ้าง

“การปกป้องอัลกุรอ่านและฮาดิษ ก็คือ การปฏิบัติให้ถูกต้องตามอัลกุรอ่านและ
ฮาดิษ” เป็นบทสรุปของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ต่อการเสวนา การปกป้องอัลกุรอ่านและหะดิษ

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือน พฤษภาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1237 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 46 + 11 =
ความคิดเห็น :