Bookmark and Share

แสงสีเสียง “วีรบุรุษแห่งลุ่มลำชี” ความภูมิใจของ อบต.เมืองลีง



องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ พร้อมแล้วกับงานแสงสีเสียง “ตำนานเชียงสง วีรบุรุษแห่งลุ่มลำชี” ระหว่างวันที่ 8-9 เมษายน มีกิจกรรมวิ่งแข่งจับหมู ใครจับได้เอาไปเลยกว่า 20 ตัว และกิจกรรมอื่นมากมาย เพื่อเป็นการเชิดชูวีรบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองลีงและสืบสานงานประเพณีท้องถิ่น


ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเชียงสง บ้านเชียงสง หมู่ที่ 17 ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ นายจำนง สมรูป ปลัดอาวุโสอำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนท้องถิ่น ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ถึงการจัดงานโครงการส่งเสริมอนุรักษ์สืบสานงานประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8 - 9 เมษายนหนึ่งในกิจกรรมในงานดังกล่าวได้จัดให้มีการแสดงแสง สี เสียง “ตำนานเชียงสง วีรบุรุษแห่งลุ่มลำชี” ครั้งที่ 1 ซึ่งนักศึกษามหาลัยราชภัฏสุรินทร์เป็นผู้แสดง โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ อาทิ นายประเสริฐ สุขจิต นายกอบต.เมืองลีง, นายสุดใจ สะอาดยิ่ง ประธาน สภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์, นายจำนงศักดิ์ บุญเหลือ ปลัดอบต.เมืองลีง, นายคมกฤต แย้มศรี ท้องถิ่นอำเภอจอมพระ และฝ่ายตำรวจ ผู้นำชุมชน มีสื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากสำหรับประวัติที่มาของ “เมืองลีง” เป็นภาษาเขมรออกเสียงว่า “เมืองเลง” หรือเมืองร้าง หรือเมืองที่ปล่อยทิ้งร้าง ต่อมามีชาวกวยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกลุ่มชนผู้มีความชำนาญการในจับช้างจากเมืองอัตะปือแสนแปร แขวงจำปาศักดิ์ มาก่อตั้งที่บ้านเมืองลีงแห่งนี้ มาถึงสมัยอยุธยา ช้างเผือกคู่พระบารมีของสมเด็จพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ ได้แตกโรงหนีมาอยุธยา นั้นเป็นที่มาของการรวมตัวของสหายร่วมทางในการจับช้างเผือกกลับไปถวายพระเจ้าอยู่หัวฯ ประกอบด้วย 1.ตากะจะ
2. เชียงขัน 3. เชียงฆะ 4.เชียงปุง 5. เชียงลี 6. เชียงไชย และ 7. เชียงสง เป็นที่มาของประวัติของการสร้างเมืองลีงนำมาสู่การแสดงแสง สี เสียง ในครั้งนี้

นายประเสริฐ สุขจิต นายกอบต.เมืองลีง กล่าวกับผู้สื่อข่าว Mtoday ถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า การแสดงแสงสีเสียง “ตำนานเชียงสง วีรบุรุษแห่งลุ่มลำชี” พร้อมกันนี้ยังกิจกรรมวิ่งแข่งการจับหมู มีรางวัลลูกหมูอีก 20 ตัว ซึ่งนอกจากนี้แล้วชาวบ้านเมืองลีง สุรินทร์ เตรียมเปิดล่องแพชมสายน้ำและสวนป่าอันร่มรื่นท่ามกลางช่วงภัยแล้ง เปิดกลางเดือนเมษา โดยสมาชิกกลุ่มบริการนักท่องเที่ยว กว่า 20 คน ต.เมืองลีง อำเภอจอมพระ จังหวัด สุรินทร์ เตรียมเปิดตัวให้บริการนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ พบกับเรือนแพริมน้ำ ล่องเรือยาง ล่องแพ ชมป่าอันร่มรื่น แสนโรเมติก ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร

จากสภาวะวิกฤตความแห้งแล้งจากภัยธรรมชาติ จังหวัดสุรินทร์เป็น 1 ใน 20 จังหวัด ของอีสานที่ได้รับผลกระทบภัยแล้งเช่นเดียวกัน ลำชีเป็นลำน้ำอีกเส้นหนึ่งที่หล่อเลี้ยงเป็นที่
ก่อเกิดอาชีพทำมาหากินของคนสองฟากฝั่ง สุรินทร์-บุรีรัมย์ วันนี้อยากจะพาผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติที่สวยงาม และหลบความร้อนในช่วงหน้าแล้ง มาล่องแพท่ามกลางสายน้ำ ธรรมชาติ ต้นไม้ที่เขียวขจี ชมบรรยากาศอันร่มรื่นที่แสนโรเมติก ในช่วงลำชีไหลผ่านของตำบลเมืองลีง (เมืองเลง ภาษาเขมรแปลว่าเมือร้างหรือเมืองปล่อย) อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ซึ่งจุดบริการล่องแพ ที่จุดสะพานบ้านเชียงสง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ไป อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวชมธรรมชาติ กลางสายน้ำใสลึก กว่า 3-4 เมตร ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร มีต้นไม่น้อยใหญ่ที่ยังอุดมสมบูรณ์ปกคลุมตลอดรินลำน้ำชี ชี้แนวแบ่งปันทั้งสองจังหวัด 

นายสุแทน สุขจิตร ที่ปรึกษาการท่องเที่ยว บ้านหนองชำ ตำบลเมืองลีง ประธานเมืองลีงโมเดล กล่าวกับผู้สื่อข่าว Mtoday ทีมข่าวสุรินทร์ว่า ในจุดนี้ถือว่าลำน้ำชีแห่งนี้มีความสวยงามที่สุด มีลำน้ำที่คตเคี้ยวไปมาเหมาะแก่การล่องแพชมธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง พร้อม
ชมวิถีชีวิตของคนที่นี้ หลังจากกลุ่มสมาชิกหมู่บ้านหนองชำ ต.เมืองลีง กว่า 50 คน ได้ประชุมร่วมกับทางอบต.ในการเตรียมความพร้อม และการเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยได้เตรียมเรือคายัคเรือยาง และเรือแจว ไว้บริการ เปิดให้บริการ ในส่วนการรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเวลา สำหรับเส้นทางห่างจากตัวจังหวัดสุรินทร์ เพียง 40 กิโลเมตร มาตามเส้นทางสุรินทร์-เมืองลิง จะมีจุดรับ-ส่งนักท่องถึง 2 จุด

ทางด้านนายสุเทพ งามชื่น ประธานเมืองลีงโมเดล กล่าวกับผู้สื่อข่าว Mtoday ทีมข่าวสุรินทร์ว่า เรายกบรรยากาศการล่องแพ จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดนครนายก มาไว้ที่เดี่ยวกันคือ ที่นี่ที่สุรินทร์ เมื่อท่านมาเที่ยวลำน้ำชีแห่งนี้ตลอดเส้นทางใช้เวลาล่องแพ 2-3 ชั่วโมง ท่านจะได้พบกับจุดแวะชมถึง 5 จุดด้วยกัน ซึ่งจะเข้าชมค่ายลูกเสือ จำนวนถึง 4 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีความงามของธรรมชาติที่ต่างกัน ส่วนอีกจุดเป็นการเยี่ยมชมสิ่งมหัศจรรย์ของที่นี่คือ โพนดินหรือจอมปลวกขนาดใหญ่ (ปัจจุบันมีต้นไม่ขึ้นปกปิดหนาทึบ) ที่มีจำนวนนับร้อยลูกเรียงรายยาวกว่าสิบกิโลเมตร จึงขอเรียนเชิญทุกท่านและนักท่องเที่ยวมาหลบลมร้อนในช่วงหน้าแล้งนี้ ล่องแพชมธรรมชาติที่อยู่ใกล้บ้าน โทร.082-3604337, 0611651848...

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1509 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 34 + 21 =
ความคิดเห็น :