Bookmark and Share

สภาประชาสังคมใต้แถลงยุทธศาสตร์ใหม่ สร้างพื้นที่กลาง-ผลักดันประชาชนร่วมกระบวนการสันติภาพ



สภาประชาสังคมชายแดนใต้แถลงยุทธศาสตร์ใหม่ ปี 2559 – 2561 มุ่งสร้างพื้นที่กลาง-ผลักดันเชิงนโยบายให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ เสริมอำนาจต่อรองให้ภาคประชาสังคม/ภาคประชาชน มุ่งขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพในชุมชน เผยข้อเสนอที่หลากหลายจากภาคีเครือข่าย ประธานชี้จำเป็นต้องสร้างพื้นที่กลาง มีโอกาสมาจากการหนุนเสริมสันติภาพจากภายในและภายนอก นโยบายรัฐที่ขับเคลื่อนการพูดคุย ผู้เข้าร่วมแนะให้สื่อสาร ช่วยเด็กกำพร้า แก้จนและสร้างคนรุนใหม่

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 ที่โรงแรมซีเอสปัตตานี สภาประชาสังคมชายแดนใต้จัดแถลงนโยบายยุทธศาสตร์สภาประชาสังคมชายแดนใต้ปี พ.ศ.2559–2561 ต่อกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมและหน่วยงานภาครัฐทีมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ โดยมีคณะกรรมการ สภาฯ ที่ปรึกษา องค์กรสมาชิก องค์กรภาคประชาสังคม และภาครัฐเข้าร่วมฟังการแถลงกว่า 100 คน โดยนายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคม ชายแดนใต้ พร้อมด้วยรองประธานอีก 4 คน ประกอบ ด้วย นายอัศว์มันต์ บินยูโซ๊ะ นายรักชาติ สุวรรณ นางโซรยา จามจุรี และนายมันโซร์ สาและ เป็นผู้แถลง

• สังคมที่เป็นธรรมและมีสันติภาพที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนโดยนายอัศว์มันต์เป็นผู้แถลงในส่วนวิสัยทัศน์ของสภาประชาสังคมชายแดนใต้คือ สังคมที่เป็นธรรมและมีสันติภาพที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน ส่วนพันธกิจคือ หนุนเสริมการสร้างสันติภาพและกระบวนการสันติภาพอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ส่วนเป้าหมาย คือเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดข้อตกลงสันติภาพที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน

• สร้างพื้นที่กลาง-ให้ภาคประชาชนร่วมกระบวนการสันติภาพนายอัศว์มันต์แถลงในส่วนของยุทธศาสตร์ ว่ามี 3 ประการ ประกอบด้วย 
1. การสร้างพื้นที่กลางและผลักดันเชิงนโยบาย (Common Space and Advocacy) คือ สร้าง/ขยายพื้นที่กลางให้กับภาคประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพเพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอและผลักดันเชิงนโยบายด้วยความรู้แก่ทุกฝ่าย
2. การเสริมพลัง (Empowerment) เสริมพลัง สร้างความเข้มแข็งและอำนาจการต่อรองให้กับภาคประชาสังคมและภาคประชาชนในทุกมิติ 
3. การขยายเครือข่าย (Networking) ขยายองค์กรสมาชิก/สมาชิกของสภาประชาสังคมชายแดนใต้ รวมทั้งขยายเครือข่ายองค์กรภายในประเทศและต่างประเทศ
• มุ่งขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพในชุมชนนายมันโซร์แถลงในประเด็นการขับเคลื่อนในปี พ.ศ.2559–2561 มี 4 ข้อดังนี้ 
1. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการจัดทำ
ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านกระบวนการสร้างสันติภาพในชุมชน 
2. การพัฒนาศักยภาพและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพในชุมชน 
3. การเสริมสร้างความร่วมมือกับภาค
ส่วนต่างๆ อาทิ ภาคราชการ ภาควิชาการ ภาคท้องถิ่นในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพในชุมชน 
4. ขยายสมาชิกและจัดทำฐานข้อมูลองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนกระบวนการ
สันติภาพและงานพัฒนาอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นปัจจุบัน

• ข้อเสนอจากองค์กรภาคีเครือข่ายนายรักชาติ แถลงในส่วนของข้อเสนอประเด็นการขับเคลื่อนจากองค์กรภาคีเครือข่าย มีทั้งหมด 14 ข้อ ส่วนใหญ่เป็นข้อเสนอเกี่ยวกับการหนุนเสริมสันติภาพ เช่น เปิดพื้นที่กลางในการสร้างอำนาจต่อรอง พัฒนาศักยภาพ
ภาคประชาสังคม พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ ศึกษาวิจัยและฟังความเห็นประชาชนเพื่อพัฒนารูปแบบการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่ประชาชนมีส่วนร่วมและบริหารจัดการตนเองได้จริงนายรักชาติ กล่าวต่อไปว่า ส่งเสริมอัตลักษณ์ของทุกเชื้อชาติ ระบบยุติธรรม กระบวนการเจรจาเพื่อยุติความรุนแรง สนับสนุนการแก้ปัญหาเร่งด่วนโดยเฉพาะยาเสพติดสิ่งแวดล้อม อาชญากรรมและความยากจนส่งเสริมสันติวิธี การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบและความไม่เป็นธรรม พัฒนาศักยภาพเยาวชน สตรีและเครือข่ายชาวพุทธ (อ่านรายละเอียดในเอกสารประกอบการแถลงนโยบาย ยุทธ์ศาสตร์สภาประชาสังคมชายแดนใต้ พ.ศ.2559 – พ.ศ.2561)

• จำเป็นต้องสร้างพื้นที่กลางเพื่อหนุนเสริมสันติภาพนายมูฮำหมัดอายุบ แถลงว่า สภาประชาสังคมชายแดนใต้เกิดจากนักพัฒนาเอกชนอาวุโสและนักกิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่ร่วมก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2554 เพื่อเป็นองค์กรประสานงานของเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ “ความรุนแรงในพื้นที่จำเป็นต้องสร้างพื้นที่กลางเพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ ซึ่งสภาประชาสังคมชายแดนใต้สามารถเป็นพื้นที่กลางได้ โดยสภาประชาสังคมฯ เชื่อว่าความไม่สงบในพื้นที่ต้องจบด้วยการพูดคุยสันติภาพเท่านั้น ไม่สามารถจบลงด้วยการใช้อาวุธ ดังนั้นทุกเครือข่ายของสภาฯต้องเติบโตไปด้วยกัน เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอในหลายๆ ด้าน รวมทั้งเป็นเครือข่ายทางสังคมที่หนุนเสริมกระบวน การสันติภาพต่อไป” นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของสภาประชาสังคมชายแดนใต้ มี 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กรภาคประชาชน/ภาคประชาสังคม 2.เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืน 3.เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสาน และสนับสนุนระหว่างองค์กรที่ทำงานเพื่อสังคม 4.เพื่อสร้างพื้นที่กลางแก่ทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสันติภาพ

• จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคนางโซรยา แถลงด้วยว่า ที่ผ่านมาสภาประชาสังคมชายแดนใต้ได้วิเคราะห์ ถึงจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคในการทำงาน ที่ผ่านมาและการวางยุทธศาสตร์ใหม่ในปี 2559 พบว่า จุดแข็งคือสมาชิกและเครือข่ายสามารถหยิบยกประเด็นมาพูดคุยได้ทุกเรื่องมีความหลากหลายของสมาชิกสูง ทำให้ได้รับการยอมรับที่เป็นทางการ สามารถทำงานเชื่อมต่อภาคประชาสังคมได้จริง ที่ผ่านมามีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพและการกระจายอำนาจ
นางโซรยา แถลงอีกว่า จุดอ่อนคือ การกำหนดยุทธศาสตร์ที่ผ่านมากว้างเกินไป ไม่สามารถดำเนินการได้ทุกเรื่อง ยังมีสมาชิกน้อยและไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม ยังขาดคนรุ่นใหม่ในฐานะสมาชิกยังทำงานตั้งรับ
ขาดการสื่อสารกับสังคมภายนอก

• โอกาสจากการหนุนเสริมสันติภาพและนโยบายรัฐ“ยังมีอุปสรรคบางอย่างที่ต้องคำนึงในการกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานในอนาคตคือ ภายใต้รัฐบาลทหารอาจเป็นอุปสรรคในการทำงานเนื่องจากช่องทางทางกฎหมายบางอย่างที่จำกัดการทำงาน และองค์กรภาคประชาสังคมบางส่วนได้รับการจัดตั้งโดยฝ่ายรัฐอาจทำให้ความเป็นอิสระในการทำงานของภาคประชาสังคมหายไป” นางโซรยากล่าวนางโซรยา แถลงด้วยว่า ส่วนโอกาสคือ มีองค์กรภายในและภายนอกหนุนเสริมประเด็นสันติภาพมากขึ้น รวมทั้งยังมีโอกาสที่เกิดจากนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ปี 2555 – 2557 ว่าด้วย“การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 230/2557 ว่าด้วย “การจัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้” ที่เอื้อให้เกิดการพูดคุยสันติภาพ เป็นต้น

• ผู้เข้าร่วมอยากให้สื่อสารกับภายนอก-ช่วยเด็กกำพร้าด้วยนายตูแวดานียา มือรีงิง ผู้สื่อข่าวทีวีช่อง 3 มาเลเซีย กล่าวว่า สภาประชาสังคมฯ ต้องสื่อสารให้มากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้ประชาชนรับรู้บทบาทและหน้าที่ของสภาประชาสังคมฯ นอกจากนี้ต้องมีบทบาทพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กกำพร้าหรือช่วยเหลือองค์กรที่ดูแลเด็กกำพร้าในพื้นที่ด้วยเนื่องจากในพื้นที่มีเด็กกำพร้าจำนวนมากนางซิติมาเรียม บินเยาะ ที่ปรึกษากลุ่มเซากูนา กล่าวว่า คนทำงานภาคประชาสังคมในพื้นที่บางคนทำงานหลายองค์กร จึงควรเข้ามาเป็นเครือข่ายของสภาประชาสังคมฯ ด้วย เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้เมื่อมีปัญหา และอยากให้สภาประชาสังคมฯ ตั้งกองทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กยากจนด้วย

• ให้แก้ปัญหาคนมีรายได้น้อย-สร้างคนรุ่นใหม่นายอับรอน มูซอ จากลุ่มพิราบขาวชายแดนใต้ เสนอว่า สภาประชาสังคมฯ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาความมั่นคงของครัวเรือนคือประชาชนระดับรากหญ้ามีรายได้น้อย เพราะปัญหาความมั่นคงของครัวเรือนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสร้างสันติภาพในพื้นที่นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ (We Peace) กล่าวว่า 12 ปีที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ยังไม่ค่อยพูดถึงกระบวนการสันติภาพมากนักคนที่พูดมีเพียงองค์กรภาคประชาสังคมเท่านั้น
ดังนั้นสภาประชาสังคมฯ ต้องปรับปรุงการทำงานด้วยโดยลงพื้นที่ให้ประชาชนได้พูดคุยเรื่องกระบวนการสันติภาพมากขึ้น “คนทำงานภาคประชาสังคมในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นคนเดิมๆ ไม่มีคนใหม่ๆ เข้ามาทำงานในองค์กร ดังนั้นสภาประชาสังคมฯ ต้อง
สร้างคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำงานในองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ให้มากขึ้น” นางสาวปาตีเมาะกล่าว

• อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง •
เอกสารประกอบการแถลงนโยบาย ยุทธ์ศาสตร์สภาประชาสังคมชายแดนใต้ พ.ศ.2559 – พ.ศ.2561

เอกสารประกอบการแถลงนโยบาย
ยุทธ์ศาสตร์สภาประชาสังคมชายแดนใต้ (พ.ศ.2559 – พ.ศ.2561)

1. ภูมิหลัง
สภาประชาสังคมชายแดนใต้ เกิดขึ้นตามมติของที่ประชุมนักพัฒนาอาวุโสและนักกิจกรรมเพื่อสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องการให้จัดตั้งองค์กรสภาประชาสังคมชายแดนใต้ 
เพื่อเป็นองค์กรประสานงานกลางของเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม ที่ดำเนินกิจกรรมพัฒนาสังคมอย่างถาวรขึ้นในพื้นที่ จชต.เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2554

2. วัตถุประสงค์
1. เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กรภาคประชาชน/ภาคประชาสังคม 
2. เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติภาพ
 อย่างยั่งยืน
3. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสาน และสนับสนุนระหว่างองค์กรที่ทำงานเพื่อสังคม
4. เพื่อสร้างพื้นที่กลางแก่ทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสันติภาพ  

3. การวิเคราะห์จุด จุดอ่อน จุดแข็ง 
เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในส่วนของแกนนำสมาชิกสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ที่ผ่านมาได้มีการวิเคราะห์ ถึงจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค (ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก) ในการทำงานของสภาประชาสังคมที่ผ่านมาและการวางทิศทางต่อไปในอนาคตซึ่งจะมีการกำหนดยุทธศาสตร์ของสภาฯ ชุดใหม่ ในปี 2559 นี้ จุดแข็งของสภาฯ ในการทำงานที่ผ่านมาคือ เป็นพื้นที่ที่สมาชิกและเครือข่ายสามารถที่จะหยิบยกประเด็นมาพูดคุยได้ทุกเรื่อง มีความหลากหลายของสมาชิกสูง ทำให้บทบาทของสภาฯ ได้รับการยอมรับที่เป็นทางการ สามารถที่จะทำงานเชื่อมต่อภาคประชาสังคมได้จริง อีกทั้งที่ผ่านสภาฯ มีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนประเด็นกระบวนการสันติภาพและกระจายอำนาจ ส่วนจุดอ่อนของสภาฯ คือ 
การกำหนดยุทธศาสตร์ที่ผ่านมากว้างเกินไป ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ทุกเรื่อง มีสมาชิกยังน้อยและยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังขาดคนรุ่นใหม่เข้าร่วมทำงานในฐานะสมาชิกสภาฯ และทำงานยังเป็นลักษณะตั้งรับขาดการสื่อสารต่อสังคมภายนอกทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคบางอย่างที่อาจต้องคำนึงในการกำหนดยุทธศาสตร์หรือทิศทางการทำงานในอนาคตคือ ภายใต้ห้วงเวลาของการอยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร อาจทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน เนื่องจากช่องทางกฎหมายบางอย่างที่จำกัดการทำงาน และการที่องค์กรภาคประชาสังคมบางส่วนนั้นได้รับการจัดตั้งโดยฝ่ายรัฐอาจทำให้ความเป็นอิสระในการทำงานของภาคประชาสังคมหายไป 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางอุปสรรคก็ยังมีโอกาสที่เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับจุดแข็งก็จะเห็น โอกาสในการทำงานของภาคประชาสังคมมากขึ้นคือ การที่มีองค์กรภายในและภายนอกหนุนเสริมประเด็นสันติภาพมากขึ้น อีกทั้งโอกาสที่เกิดจากนโยบาย สภาความมั่นคงแห่งชาติ สมช.ปี 2555 – 2557 ว่าด้วยเรื่องการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 230/2557 ว่าด้วย “การจัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้” ที่เอื้อให้เกิดการพูดคุยสันติภาพ การมีช่องทางสื่อสาร โดยเฉพาะ social media และบรรยากาศของการเปิดประชาคมอาเซียน ก็เป็นโอกาสที่สภาฯ จะได้ทำงานเชื่อมต่อทั้งในด้านการดำเนินโครงการและองค์ความรู้จากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งจาก
การวิเคราะห์ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกสามารถที่จะกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของสภาฯ ได้ดังนี้ 

4. วิสัยทัศน์ : สังคมที่เป็นธรรมและมีสันติภาพที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

5. พันธกิจ : หนุนเสริมการสร้างสันติภาพและกระบวนการสันติภาพอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

6. เป้าหมาย : เป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดข้อตกลงสันติภาพที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน 

7. ยุทธศาสตร์ 3 ประการ ประกอบด้วย
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างพื้นที่กลางและผลักดันเชิงนโยบาย (Common Space and Advocacy) สร้าง/ขยายพื้นที่กลางให้กับภาคประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพเพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอและผลักดันเชิงนโยบายด้วยความรู้แก่ทุกฝ่ายยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมพลัง (Empowerment) เสริมพลัง สร้างความเข้มแข็งและอำนาจการต่อรองให้กับภาคประชาสังคม และภาคประชาชนในทุกมิติยุทธศาสตร์ที่ 3 การขยายเครือข่าย (Networking) ขยายองค์กรสมาชิก/สมาชิกของสภาประชาสังคม ชายแดนใต้รวมทั้งขยายเครือข่ายองค์กรภายในประเทศและต่างประเทศ

8. ประเด็นการขับเคลื่อน ปี 2559 - 2561
1. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย
 ด้านกระบวนการสร้างสันติภาพในชุมชน
2. การพัฒนาศักยภาพและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้องค์กร
 ภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนกระบวนการเสริมสร้าง
 สันติภาพในชุมชน
3. การเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ อาทิ ภาคราชการ 
 ภาควิชาการ ภาคท้องถิ่นในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ
4. ขยายสมาชิกและจัดทำฐานข้อมูลองค์กรภาคประชาสังคม
 ที่ขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพและงานพัฒนาอื่นๆ ในพื้นที่
 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นปัจจุบัน 
9. ข้อเสนอประเด็นการขับเคลื่อน จากองค์กรภาคีเครือข่าย 
1. สนับสนุนและเปิดพื้นที่กลางในการสร้างดุลอำนาจและการ
 ต่อรองต่อคู่ขัดแย้งในการทำงานเพื่อลดความขัดแย้งและ
 ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 
2. ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพภาคประชาสังคม
 ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาและกระบวนการสร้างสันติภาพ
 ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในพื้นที่  
3. พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน
 การขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้กับภาคส่วน
 ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ 
4. สร้างช่องทางการสื่อสาร ในระดับพื้นที่ นอกพื้นที่และระดับ
 สากล
5. ศึกษาวิจัยและรับฟังความเห็นประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อ
 พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการไปสู่การปกครองท้องถิ่นรูป
 แบบพิเศษที่ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมและบริหาร
 จัดการตนเองได้จริง
6. ส่งเสริมอัตลักษณ์ ศาสนา และวัฒนธรรมของประชาชนทุก
 เชื้อชาติ ทุกชุมชน
7. สนับสนุนการเข้าถึงระบบยุติธรรมของประชาชน เพื่อประชาชน 
 ทุกหมู่เหล่าได้รับความเป็นธรรมจากระบบและกระบวนการ
 ยุติธรรมเสมอหน้ากัน
8. ส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการเจรจาระหว่างรัฐกับ
 ขบวนการก่อความไม่สงบ เพื่อยุติความรุนแรง
9. สนับสนุนการแก้ปัญหาเร่งด่วนของสังคมโดยเฉพาะปัญหา
 ยาเสพติด ปัญหาสิ่งแวดล้อมปัญหาอาชญากรรมและปัญหา
 ความยากจน  เป็นต้น 
10. สนับสนุนการฟื้นฟู พัฒนา อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
 และสิ่งแวดล้อม
11. ส่งเสริมการยุติความรุนแรงด้วยสันติวิธี
12. จัดทำฐานข้อมูลองค์กรและเครือข่ายที่ดำเนินงานพัฒนา
 และกระบวนการสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
13. เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
 และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีอื่นๆ
14. การพัฒนาศักยภาพเยาวชน สตรีและเครือข่ายชาวพุทธ
10. คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้ 
1. นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน   ประธาน
2. นายอัศว์มันต์ บินยูโซ๊ะ  รองประธาน
3. นายรักชาติ สุวรรณ์  รองประธาน
4.  นางโซรยา จามจุรี  รองประธาน
5. นายมันโซร์   สาและ รองประธาน 
6.  นายรอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล  เลขาธิการ 
7.  นายฆอซาลี อาแว ผู้ช่วยเลขาธิการ 
8. นางสาวพวงเพ็ญ   มณีสว่างวงศ์ เหรัญญิก 
9.  นางสาวซัมซีย๊ะ   อีแต  เจ้าหน้าที่ธุรการ
10. นางสาวสุรัตน์  เทียมเทศน์  การเงิน/บัญชี 
11. นายอับดุลการีม อัสมะแอ  วิชาการ
12. นายอับดุลสุโก ดินอะ  วิชาการ
13. นายแวรอมลี   แวบูละ วิชาการ
14. นายอิมรอน   สาเหาะ วิชาการ 
15. นางสาวลม้าย  มานะการ  พัฒนาเครือข่าย 
16. ผศ.นุกูล รัตนดากุล ระดมทุน 
11. องค์กรสมาชิกสภาประชาสังคมชายแดนใต้ 
(1) สมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้
(2) มูลนิธิฮิลาลอะห์มัร
(3) ศูนย์ฟ้าใสเครือข่ายเยาวชนจังหวัดยะลา
(4) เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติชายแดนใต้/สมาคมลุ่มน้ำสายบุรี 
(5) มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้
(6) มูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าปัญญาเลิศ
(7) กองทุนเกื้อหนุนครอบครัวที่ทำงานเพื่อสังคมชายแดนใต้
(8) ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคด้านฮาลาล
(9) สถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
(10) ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด “บ้านชีวิตใหม่”
(11) ศูนย์อัลกุรอานและภาษา โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ
(12) เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้
(13) ศูนย์ประสานงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดปัตตานี
(14) เครือข่ายสื่อภาคประชาสังคมชายแดนใต้
(15) เครือข่ายชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา
(16) ศูนย์ประชาสังคมจังหวัดยะลา
(17) เครือข่ายวิทยุชุมชนมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
(18) สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย
(19) สมาคมเสริมสร้างสิทธิชุมชน 
(20) กลุ่มเซากูน่า 
(21) ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติ ศึกษา
(22) เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้
(23) ศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรประชาสังคมนราธิวาส 
(24) เครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อม 
(25) ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ 
(26) สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา
12. คณะกรรมการที่ปรึกษา (ระหว่างทาบทาม)

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 493 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 63 + 68 =
ความคิดเห็น :