Bookmark and Share

เผยผล ‘สำรวจสันติภาพ’ ในชายแดนใต้รอบแรก ประชาชนยังคงคาดหวังต่อกระบวนการพูดคุย


15 องค์กรทั้งในและนอกพื้นที่ชายแดนใต้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้ (Peace Survey) รอบแรก พบผู้คนส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนการพูดคุยสันติภาพเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ แม้ว่าจะมีความคืบหน้าไม่มากนักก็ตาม ในขณะที่ยังมีข้อกังวลว่าการพูดคุยอาจไม่ได้ทำให้ความรุนแรงลดลงและคู่สนทนาตกลงกันไม่ได้ ตลอดจนไม่มีความจริงจังมากพอ แต่ถึงอย่างนั้นก็เชื่อว่าหากมีความต่อเนื่องก็น่าจะบรรลุถึงข้อตกลงสันติภาพได้ในเร็ววัน

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เวลา 10.00 น. ผู้แทนของสถาบันทางวิชาการและองค์กรประชาสังคม 15 องค์กร โดยมี พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตต์ภิรมย์ศรี ผศ.ดร.เมตตา กูนิง ดร.ฆายนีย์ ชอบุญพันธ์ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ ผศ.ดร.วลักษณ์กมล จ่างกระมล รศ.ดร.วิชัย กาญจนสุวรรณ และพอลลีน ทวีดี้ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการ สันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ณ ห้อง B103 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) มีสื่อมวลชน องค์กรประชาสังคม นักวิชาการและเจ้าหน้าที่รัฐเข้าร่วมฟังจำนวนมาก

การสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการ สันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ที่จะสะท้อนเสียงของประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอีกสี่อำเภอของจังหวัด สงขลาว่ามีความคิดเห็นและความรู้สึกอย่างไรต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้/ปาตานีที่เกิดขึ้น เพื่อให้รัฐบาล กลุ่มขบวนการต่อสู้ปาตานีหรือกลุ่มผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสาธารณชนได้รับรู้ความต้องการของประชาชน ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

การสำรวจครั้งนี้ถือเป็นการครั้งแรกที่มีการร่วมงาน ขององค์กรทางวิชาการและองค์ประชาสังคม 15 หน่วยงาน และผ่านการมีส่วนร่วมกับหลายฝ่ายตั้งแต่การคิดโจทย์คำถามร่วมกันไปจนถึงลงสนามเก็บข้อมูลในพื้นที่ มีการสุ่มตัวอย่างโดยละเอียดลงลึกไปถึงระดับครัวเรือน โดยเริ่มสำรวจตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม 2559 โดยมีกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วไปในพื้นที่ดังกล่าว 1,559 ราย ในจำนวนนี้เป็นเพศหญิงร้อยละ 55 เพศชายร้อยละ 45 และเป็นมุสลิมร้อยละ 76.2 และชาวพุทธร้อยละ 23.4
ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) เปิดเผยว่า ผู้ตอบแบบ สอบถามที่เป็นประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่สนับสนุน การใช้การพูดคุย/เจรจาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ในพื้นที่ถึงร้อยละ 56.4 และระบุว่าไม่สนับสนุนเพียงร้อยละ 4

เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อกระบวนการพูดคุยที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ว่าจะแก้ปัญหาได้สำเร็จหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่ารู้สึกเฉยๆ มากที่สุด คือ ร้อยละ 33 ในขณะที่ตอบว่าไม่มีความเชื่อมั่นร้อยละ 23.1 และมีความเชื่อมั่นร้อยละ 20.6  ส่วนภาพรวมของความพึงพอใจกับความก้าวหน้าของกระบวนการพูดคุยพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกเฉยๆ กับความก้าวหน้าร้อยละ 39.8 พอใจร้อยละ 22.2 และไม่พอใจร้อยละ 12.2 อย่างไรก็ดี ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่ากระบวนการพูดคุยว่ามีผลทำให้บรรยากาศ และสภาพแวดล้อมในชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นถึงร้อยละ 46.6 นอกจากนี้ผลการสำรวจยังพบว่าประชาชน มีข้อกังวลต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุขที่กำลังดำเนินอยู่ในประเด็น 5 อันดับแรก คือ 1.กระบวนการพูดคุยไม่สามารถหยุดความรุนแรงได้จริงร้อยละ 61.8 2.ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ทำตามที่ตกลงกันร้อยละ 60.9 3.สถานการณ์ รุนแรงขึ้นกว่าเดิมร้อยละ 58.6 4.ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่รับฟังความต้องการของอีกฝ่ายอย่างจริงจังร้อยละ 54.8 และ 5.ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้เกียรติกันร้อยละ 53.8 แต่ถึงจะมีข้อกังวลข้างต้นน่าสนใจว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามถึงร้อยละ 51 ที่มีความหวังว่าในอีก 5 ปีข้างหน้ากระบวนการพูดคุยที่ต่อเนื่องจะทำให้เกิดข้อตกลงสันติภาพในที่สุด

สำหรับข้อเสนอที่ต้องการให้รัฐบาลและขบวนการต่อสู้ฯ ได้พูดคุยกันในขณะนี้มีผู้เลือกตอบในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่จำนวนมากที่สุดเป็นลำดับแรก ตามมาด้วยการแก้ไขปัญหายาเสพติด และการพัฒนาการศึกษาตามลำดับ
ในขณะที่ประเด็นเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดผลในทางบวกต่อการแก้ปัญหา ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหายาเสพติด (ร้อยละ 77.9) 2.การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน (ร้อยละ74) 3.การปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการเยียวยาให้มีความเป็นธรรม(ร้อยละ 62.2) 4.การหลีกเลี่ยงการก่อเหตุความรุนแรงกับเป้าหมายอ่อน (ร้อยละ59.1) 5.ตั้งคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่ายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความรุนแรง (ร้อยละ 57.9)
ส่วนข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการบริหารปกครองนั้น การสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบ สอบถามที่ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 61.7 เห็นว่าหากต้องการจะแก้ไขปัญหาและสร้างสันติภาพ/สันติสุขที่ยั่งยืน จำเป็นต้องพูดถึงรูปแบบการปกครองที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยส่วนใหญ่อยากเห็นรูปแบบที่มีการกระจายอำนาจ ด้วยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่นี้ภายใต้กฎหมายของประเทศไทยร้อยละ 26.5 รองลงมาคือรูปแบบที่มีการกระจายอำนาจมากขึ้นด้วยโครงสร้างการปกครองที่เหมือนกับส่วนอื่นๆ ของประเทศร้อยละ 22.2 ส่วนรูปแบบที่ผู้ตอบแบบ สอบถามไม่อยากได้คือ รูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ร้อยละ 25.1 และรูปแบบที่เป็นอิสระจากประเทศไทย ร้อยละ 22.9

“พื้นที่กลางเพื่อสร้างสันติภาพและแก้ปัญหาความขัดแย้ง ในพื้นที่กลางความสัมพันธ์ เชิงสร้างสรรค์ต้องมาจากทุกฝ่าย การทำวิจัยครั้งนี้ก็เพื่อเสริมความเข้มแข็งของการสร้างพื้นที่กลาง นักวิชาการทุกปีกสถาบันทั้งในและนอกพื้นที่ ภาคประชาสังคม ทุกปีกความคิด” ผศ.ดร.ศรีสมภพกล่าว

สำหรับทั้ง 15 สถาบันประกอบด้วย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี 

ศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ มูลนิธิเอเชีย และสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 474 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 91 + 47 =
ความคิดเห็น :