Bookmark and Share

เยือนอาณาจักรปลา อ.บุคอรี บินรามัน



ในวัย 82 ปี อ.บุคอรี บินรามัน ยังมีสุขภาพที่แข็งแรง ทำงานตามปกติเหมือนสมัยวัยหนุ่ม งานถนัดก็คือ “การเลี้ยง ปลา” มีบ่อปลาบนพื้นที่หลายร้อยไร่ มีปลา หลายแสนตัวทีเดียว 

อ.บุคอรี บินรามัน เกิดที่บางมด กรุงเทพฯ ในสมัยที่ยังเป็นทุ่งนา เรียกว่า นานอก มีชีวิตในวัยหนุ่มที่โลดโผนทีเดียว เรียนระดับปริญญาตรีปี 1 ถึง 4 มหาวิทยาลัย เป็นเวลาถึง 9 ปี แต่กลับมาได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย  อ.บุคอรี สมับเป็นวัยรุ่น ได้เข้าเรียนที่อิสลามศรีอยุธยา เป็นเวลา 7 ปี เกี่ยวกับการท่องจำอัลกุรอ่าน และฮาดิษ ตอนนั้น สามารถท่องจำอัลกุรอ่านและฮาดิษ ได้เกือบทั้งหมด เมื่อจบ ม.7 จึงเข้าเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มที่การเรียนวิชากฎหมาย รุ่นเดียวกับนายชวน หลีกภัย นายสมัคร สุนทรเวช เป็นต้น เรียนได้ 1 ปี ก็ย้ายไปเรียนคณะสังคมศาสตร์  

“ที่คณะสังคมศาสตร์ ได้สร้างวีรกรรมจนเป็นที่รู้จักของนักศึกษา ตอนนั้นอาจารย์เรียกชื่อผิด เพราะบุคอรี ไม่ใช่ภาษาไทย สมัยนั้นมุสลิมเรายังไม่กล้าเปิดเผยตัวเองว่า เป็นมุสลิมกัน จะถูกเรียกว่า แขก เมื่อถูกถามว่า เป็นแขกใช่มั้ย ก็ตอบอาจารย์ไปว่า เป็นคนไทย แต่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นการตอบคำถามต่อหน้าเพื่อนนักศึกษาหลายร้อยคน เป็นที่ฮือฮามากที่กล้าพูดกับอาจารย์ จึงเป็นที่รู้จัก หลายคนก็เข้ามาทักว่า เป็นมุสลิมเหมือนกัน” อ.บุคอรี สะท้อนความเฮี้ยวเมื่อตอนวัยหนุ่ม ระหว่างนั้น อ.บุคอรี ได้ยื่นเรื่องขอทุนไปเรียนที่ไคโร แต่ต้องรอถึง 2 ปี ถึงจะได้ทุน โดยได้เดินทางไปเรียนต่อเมื่อปี 2506 เป็นนักเรียนทุนรุ่นแรก ที่ได้เดินทางไปเรียนที่ไคโร อียิปต์ 

“กำลังทำงานอยู่ในนา อ.แช่ม พรหมยงค์ ให้คนมาตามว่า ได้ทุนไปเรียนไคโร ตอนแรกคิดว่า ไม่ได้ไปแล้ว” อ.บุคอรี กล่าวและว่า ที่อียิปต์ต้องย้ายมหาวิทยาลัยถึง 3 แห่ง อาทิ ที่มหาวิทยาลัยไคโร มหาวิทยาลัยอัลอัรฮัร  “ไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ เที่ยวกลางคืน อยู่ตามผับ ตามโรงโอเปร่า แต่ผับที่อียิปต์ไม่มีเหล้าเบียร์ มีแต่โค้ก ดูเต้นระบำ กลับที่พักตี 1 ตี 2 ผ่านไป 3 ปี เห็นเพื่อนอยู่ปี 3 แล้ว แต่ตัวเองยังอยู่ปีหนึ่ง จึงตั้งใจเรียน จึงเรียนจบ “กฎหมายอิสลาม” ใช้เวลา 6 ปีที่อียิปต์ รวมเวลาเรียนปริญญาตรี ทั้งที่ม.ธรรมศาสตร์ และที่อียิปต์ ใช้เวลา 9 ปี 4 มหาวิทยาลัย” อ.บุคอรี กล่าวพร้อมหัวเราะ 

“เมื่อมาถึงเมืองไทยก็มาเลี้ยงปลา วันหนึ่งท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์ บุตรสาวท่านจุฬาราชมนตรีต่วน สุวรรณศาสน์ ให้คนมาตาม เนื่องจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงต้องการอาจารย์สอนวิชากฎหมายอิสลาม ก็บอกท่านผู้หญิงว่า ตอนนี้กำลังยุ่งกับการเลี้ยงปลา ขอเวลา 1 ปี ปีหน้าจะไปสอน ก็ถูกต่อว่าคนอื่น เขาอยากได้งาน แต่นี่มีงานแล้วก็ยังเล่นตัวอีก สอนนิติศาสตร์อิสลามที่ ม.รามคำแหง ตั้งแต่ปี 2518 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 40 ปี สอนตั้งแต่มีเด็กมาเรียน 4 คน 200 คน จนถึง 8,000 คน ใช้เวลาเป็นเดือนๆ ถึงจะตรวจข้อสอบหมด บางคน เป็นรุ่นลูกมาเรียน บอกว่าพ่อให้มาเรียนแม่ให้มาเรียน เพราะตอนพ่อแม่เรียน ได้ความรู้ สนุก เป็นวิชากฎหมายที่สอนสนุก สอนตั้งแต่หลักความเชื่อในอัลเลาะฮ์ การเชื่อมโยงถึงหลักปฏิบัติของกฎหมาย อิสลาม ถ้าสอนแต่กฎหมายอย่างเดียว มีแต่บทลงโทษ ไม่มีที่มาที่ไป นักศึกษาก็มองว่ากฎหมายอิสลามโหดร้าย” อ.บุคอรี กล่าว 

อาจารย์บุคอรี สอนนิติศาสตร์อิสลามที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในตำแหน่งอาจารย์พิเศษ ตั้งแต่ปี 2518 โดยไม่บรรจุเป็นอาจารย์ประจำ ด้วยกลัวว่าจะไม่เป็นอิสระในการสอน แม้จะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่งานหลักที่ อ.บุคอรี ไม่ทิ้งคือการเลี้ยงปลา ตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงปัจจุบัน ยังเลี้ยงปลาเป็นอาชีพ 

“การเลี้ยงปลาตอนอยู่บางมด ตอนนั้นทำนา ได้เงินมาเล็กน้อย ทำเป็นคันกั้นน้ำ ชวนชาวบ้านคนอื่นทำก็ไม่ทำ พอทำเสร็จปีนั้น ที่นาคนอื่นน้ำท่วมของเราไม่ท่วม แถมมีปลาขึ้นมาเยอะ ก็มีคนอื่นทำตาม ตอนนั้นปลาขึ้นมาจากคลองมาอยู่ในนา เยอะมาก ตอนไถนา ตอนนั้นไถกับควาย เห็นปลาดุกเหลืองไปหมด ตอนที่ไปอียิปต์ ก็บอกกับที่บ้านว่า ข้าวพวกเธอเอาไป ปลาเว้นไว้ให้ฉัน แต่ตอนไป คนที่มีที่นาติดกันก็แอบมาเอาปลาไป จนสร้างบ้าน เรือนไทยได้ 2 หลัง แต่ขนาดนั้น ก็ยังจับปลาได้มาก” อ.บุคอรี พูดถึงที่มาของความผูกพันกับปลา 

หลังเรียนจบจากอียิปต์ที่นาที่บางมดถูกขายไป จึงไปเช่าที่ๆ บางบัวทองเลี้ยงปลา ขณะที่เป็นอาจารย์พิเศษก็ยังเลี้ยงปลา ย้ายสถานที่มา 3 แห่ง จนปัจจุบัน ได้เช่าที่ดิน 300 ไร่ ที่อ.องครักษ์ จ.นครนายก ต่อแดน อ.วิหารแดง สระบุรี เป็นบ่อปลา 
“เช่าที่ดินทำสัญญา 15 ปี ซึ่งปีนี้ 14 ปีแล้ว จากนี้ไปก็ตกลงกันว่า จะเช่าคราวละ 3 ปี ก่อนที่จะเช่าที่ดินตรงนี้มีคนมาเช่าตัดหน้า ผู้เช่าเดิมได้เข้ามาขุดบ่อ จนเรียบร้อยแล้ว ต่อมาได้เจรจาเซ้งต่อเป็นเงินจำนวน 2 ล้านบาท มีบ่อปลา 4 บ่อ บ่อเล็กเลี้ยงปลาดุกพื้นที่ 2 งาน บ่อที่ 2 เนื้อที่ 120 ไร่ บ่อที่ 3 จำนวน 50 ไร่ และบ่อที่ 4 จำนวน 80 ไร่ ปลาที่ลงเลี้ยงมีประมาณ 8 ชนิด อาทิ ปลานิล ปลากะโห้ ปลาตะเพียน เป็นต้น อย่างบ่อ 120 ไร่ ลงปลาประมาณ 500,000 ตัว ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 1 ปี จับครั้งแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2558 ได้จำนวน 120 ตัน ได้ปลาขนาด 3 ตัว/กิโลกรัม จับไปครึ่งบ่อตอนนี้ ประมาณตัวละ 1 กิโลกรัม เหลือประมาณ 100 ตัน” อ.บุคอรี เล่าถึงการเลี้ยงปลา ส่วนอีก 2 บ่อ บ่อ 50 ไร่กับ 80 ไร่ ลงปลาประมาณ 200,000-300,000 ตัว ปลาชนิดเดียวกันใช้เวลาเลี้ยงเหมือนกัน เฉลี่ยจับปลาได้ปีละมากกว่า 200 ตัน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท 

“ตอนเดือนตุลาคม ปลานิลราคาประมาณ 45 บาทต่อกิโลกรัม รวมปลาอื่นๆ ด้วยเฉลี่ยประมาณ 40 บาท ตอนนี้ราคาเหลือประมาณ 25 บาทต่อกิโลกรัม เพราะผู้เลี้ยงจับขายเพื่อใช้เงินในช่วงเปิดเทอม ขณะเดียวกัน อากาศร้อนน้ำลดลงมาก ปลาตายมาก จึงเร่งจับขาย อย่างที่บ่อก็มีปลาลอยตายวันละลายตัว รอราคาขยับอีกหน่อย คาดว่าเดือนรอมฎอนคงจะจับขาย” อ.บุคอรี กล่าว 

อ.บุคอรี เลี้ยงปลาแบบธรรมชาติ ให้กินผัก ข้าว และมูลไก่ ไม่ให้กินหัวอาหารเหมือนผู้เลี้ยงรายอื่น ผักก็จะมีคนงานไปขนมาจากตลาด ซึ่งมีแม่ค้าจัดไว้ให้ เป็นผักที่เหลือจากการขาย หรือผักเสียๆ ข้าวก็เป็นอาหารที่เหลือจากการกินของลูกค้าในร้านอาหาร ส่วนมูลไก่ เป็นหัวอาหาร เพราะไก่ที่กินหัวอาหารจะย่อยไม่หมด ถ่ายออกมาเป็นมูลไก่  นอกจากนี้ก็จะปลูกผักตบชวาไว้ริมของบ่อ ส่วนหนึ่งป้องกันคนเข้ามาทอดแห และเป็นอาหารปลาด้วย แต่จะต้องคอยกำจัด เพราะผักตบชวาเป็นพืชที่ขยายพันธุ์เร็ว 
“ต้นทุนเดือนละประมาณ 300,000 บาท รวมเบ็ดเสร็จประมาณปีละ 5 ล้านบาท มีกำไรประมาณ 5 ล้านบาท ก็นำไปใช่จ่ายอย่างอื่น ช่วยการกุศล สร้างมัสยิด เป็นทุนการศึกษาเยาวชน ทำไปใช้ไป ไม่เหลือเท่าไหร่” อ.บุคอรี กล่าวและว่า กำลังหาสถานที่เพื่อเลี้ยงปลาเพิ่มเติมประมาณ 500 ไร่ 

แม้จะเลยวัย 80 ปี มาแล้ว แต่อ.บุคอรี ยังขยันทำงาน และยังมีเรี่ยวแรงในการทำงาน โดยเฉพาะการเลี้ยงปลา อาชีพที่ทำมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม เป็นตัวอย่างของการทำงานว่า ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็สามารถประสบความสำเร็จได้ 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1689 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 20 + 62 =
ความคิดเห็น :