Bookmark and Share

ถูกกดราคาหนัก! ไอแบงก์ล้ม หาผู้ร่วมทุน เริ่มต้นใหม่พร้อมเร่งคลังโอนหนี้เน่า



“ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หาพันธมิตรรอบแรกล่ม หลังถูกกดราคาหนัก เร่งคลังโอนหนี้เน่าไปต้ง AMC พร้อมเสริมทัพมุ่งสู่พันธกิจหลัก ระบุมีลูกค้ามุสลิมเพิ่มถึง 60% ขาดทุนลดลง


นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการธนาคาร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกล่าวว่า จากวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ที่ Super Board ให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยหาพันธมิตรร่วมทุนโดยเข้ามาเพิ่มทุนให้ธนาคารมีเงินกองทุนไม่ต่ำกว่า 8.5% และให้ธนาคารแยกหนี้เสียส่วนของลูกค้าที่มิใช่มุสลิมโอนไปยัง AMC ที่จัดตั้งโดยกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ต้นปีที่ผ่านมาจากการหาพันธมิตรร่วมทุนโดยที่ปรึกษาทางการเงินของธนาคารซึ่งประกอบไปด้วย บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์แมคควอรี่ จำกัด และมีบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัดเป็นที่ปรึกษากฎหมาย 

ผู้สนใจที่ยื่นข้อเสนอราคาเบื้องต้นได้ยื่นข้อเสนอด้วยเงื่อนไขที่ขอเจรจาต่อรอง ซึ่งธนาคารเห็นว่าเงื่อนไขที่เสนอต่อรองอาจกระทบต่อผู้สนใจรายอื่นที่มิได้ยื่นข้อเสนอจึงมีมติให้ยุติการหาพันธมิตร ร่วมทุนในรอบแรกและปรับปรุงเงื่อนไขให้เป็นที่น่าสนใจก่อน
ความคืบหน้าทั้งหมดได้นำเสนอต่อ Super Board เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2559 โดย Super Board มีมติให้ธนาคารเดินหน้าหาพันธมิตรต่อไปและจัดทำแผนรองรับการดำเนินงานในอนาคต รวมทั้งให้กระทรวงการคลังเร่งจัดตั้ง AMC เพื่อรับโอนหนี้เสียนอกจากนั้น ล่าสุดจากการประชุม สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ของธนาคารในวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติในหลักการให้ธนาคารโอนหนี้เสียที่มิใช่ลูกค้ามุสลิมให้กับ AMC และมีมติแต่งตั้งกรรมการที่สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งจำนวน 3 ท่าน คือ นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ นายมนต์ชัย รัตนเสถียร และนางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา กลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง และแต่งตั้งนายวิทัย รัตนากร  รองผู้อำนวยการ กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐธนาคารออมสิน และนางสาววีณา เตชาชัยนิรันดร์ 
ที่ปรึกษาประธานกรรมการธนาคาร อิสลามแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการเพิ่มเติมอีกตำแหน่งรวมทั้งแต่งตั้งให้นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ เป็นประธานกรรมการธนาคารต่ออีกวาระหนึ่ง นอกจากนั้นคณะกรรมการธนาคารในการประชุมวันเดียวกัน ได้แต่งตั้ง นางสาววีณา เตชาชัยนิรันดร์ เป็นรักษาการผู้จัดการแทน นายมนต์ชัย รัตนเสถียร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559

“ที่ผ่านมาจากความพยายามในแก้ไขปัญหา และมุ่งเน้นการดำเนินงานตามพันธกิจอย่างแท้จริงทำให้ผลประกอบการธนาคารดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสัดส่วนจำนวนลูกค้าเงินฝากมุสลิมเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันเพิ่มเป็น 60% มากกว่าครึ่งหนึ่งของลูกค้าเงินฝากทั้งหมด สัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา และสามารถบริหารอัตราผลตอบแทนเงินฝากได้ดี นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ตลอดจนควบคุมสินเชื่อด้อยคุณภาพให้อยู่ในระดับทรงตัวทำให้ผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานในปี 2558 ลดลงเหลือเพียง39 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิลดจาก 9,545 ล้านบาท เหลือเพียง 4,595 ล้านบาท” นายชัยวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 475 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 23 + 75 =
ความคิดเห็น :