Bookmark and Share

มุสลิมเฮ! กฎหมายฮัจย์เข้าสภา


จุฬาราชมนตรี พอใจ สนช.รับร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ กำหนด 30 วัน เข้าวาระ 2 “อนุมัติ อาหมัด” ชี้โยกจากกรมการศาสนาสู่มหาดไทยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลฮุจยาต มั่นใจช่วยแก้ปัญหาไปฮัจย์ราคาแพง 


จุฬาราชมนตรี พอใจ สนช.รับร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ กำหนด 30 วัน เข้าวาระ 2 “อนุมัติ อาหมัด” ชี้โยกจากกรมการศาสนาสู่มหาดไทยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลฮุจยาต มั่นใจช่วยแก้ปัญหาไปฮัจย์ราคาแพง 

วันที่ 8 ก.ค. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ โดยร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ฉบับใหม่ มีทั้งหมด 12 มาตรา ได้แก้ไขโครงสร้างการบริหารจัดการฮัจย์ใหม่ ในส่วนของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์ 
มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน มีกรรมการที่แตกต่างจากเดิม คือ มีเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และมีตัวแทนจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และมีผู้ทรงคุณวุฒิที่ครม.แต่งตั้งอีก 4 คน 
ที่สำคัญได้โยกฝ่ายเลขาธิการจากกรมการศาสนามาเป็นกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โอนอำนาจหน้าที่การบริหารจัดการฮัจย์มาเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมการปกครอง และโอนทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้สิน ภาระผูกพันทั้งหมด มาอยู่กรมการปกครองทั้งหมด 

นายอนุมัติ อาหมัด สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้ผลักดันแก้ไขร่างพ.ร.บ. ได้อภิปรายว่า ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ ฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ที่มีจุฬาราชมนตรี เป็นประธาน ได้นำเสนอผ่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางไปประกอบ พิธีฮัจย์ ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติของอิสลาม เพราะ
ที่ผ่านมาการเดินทางไปของพี่น้องมุสลิมไทย ประสบปัญหาหลายประการ ทั้งค่าเดินทางราคาสูง ถูกลอยแพ ต้องไปอยู่กันอย่างแออัด ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ หากให้มีการบริหารจัดการโดยหน่วยงานดิม 

“ตามกฎหมายฉบับใหม่จะทำ ให้การดูแลกิจการฮัจย์และการคุ้มครองฮุจยาตจะทำได้ดีขึ้น เพราะ กระทรวงมหาดไทยมีบุคคลากรจำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วประเทศ คาดหวังว่าจะทำให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาที่เกิดกับฮุจยาตที่เกิดขึ้นหลายปีที่ผ่านมา ที่สำคัญจะทำให้การเดินทางไปฮัจย์ราคาถูกต้องกว่าเดิม มีความเป็นธรรม เพราะจะมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายอนุมัติ กล่าว 

ภายหลังการอภิปรายที่ประชุมได้ลงมติ
รับหลักการ 158 เสียง โดยไม่มีเสียงไม่เห็นด้วยหรืองดออกเสียงเลย ที่ประชุมกำหนดตั้งคณะกรรมาธิการ 15 คน แปรญัตติภายใน 7 วัน และกำหนดให้คณะกรรมาธิการประชุมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน จากนั้นในช่วงค่ำ นายอนุมัติ อาหมัด สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อม พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาราเร่ เลขาธิการคณะกรรม การอิสลามแห่งประเทศไทยนายอิบรอฮีม อาดำ ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการกลางอิสลาม และนายสุวรรณดี ยูโซะเหม ผู้ประกอบกิจการฮัจฮ์ ได้เข้าพบจุฬาราชมนตรี เพื่อรายงานผล ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงมติในวาระที่ 1 รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจย์ เป็นที่พึงพอใจแก่จุฬาราชมนตรีเป็นอย่างยิ่ง

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมคณะทำงานของสำนักนายกรัฐมนตรี ครั้งสุดท้าย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุยายน เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายเพื่อสรุปร่างกฎหมาย มีตัวแทนจากทุกฝ่ายเข้าร่วม มีการเสนอจากบางฝ่ายให้เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาที่ทำงานด้านฮัจย์ ย้ายจากกรมการศาสนาไปอยู่กรมการปกครองด้วย แต่ได้รับการปฏิเสธจากเลขาธิการกอท.ที่เข้าร่วมประชุมด้วย 

“ที่ผ่านมากิจการฮัจย์มีปัญหามามากพอแล้ว จะย้ายไปให้มีปัญหาอีกทำไม” เลขาธิการกอท.กล่าวในที่สุด

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกรกฏาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 19863 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 23 + 73 =
ความคิดเห็น :