Bookmark and Share

ค่ำคืนรอมฎอน กับสมเด็จฮุน เซน-พล.อ.ประยุทธ์



รอฎอนปีนี้ (1437) มีโอกาสดีได้ร่วมงานเลี้ยงละศีลอดที่จัดโดยสมเด็จฮุน เซน และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงขอนำบรรยากาศมาเล่าให้ฟังว่างานเลี้ยงของ 2 ผู้นำเป็นอย่างไรกันบ้าง  


รัฐบาลกัมพูชาจัดงานเลี้ยงละศีลอดให้มุสลิมกัมพูชา วันที่ 14 ถัดมาอีกวัน ทำเนียบรัฐบาลไทย กำหนดจัดงานเลี้ยงละศีลอดให้มุสลิมในประเทศไทย ห่างกันเพียงวันเดียว ผู้เขียนมีโอกาสร่วมคณะของดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เดินทางไปพนมเปญ เพื่อร่วมงานเลี้ยงละศีลอดที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาจัดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน 

รุ่งขึ้นอีกวัน เดินทางกลับมาเมืองไทย 
ก็เลยไปทำเนียบรัฐบาลเลย คณะที่เดินทางไปพนมเปญ นอกจากมี ดร.สุรินทร์ พิสุวรรณ หัวหน้าคณะแล้ว มีคุณปรัชญา ฉิมวิเศษ รองผอ.สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย คุณอับดลฮากีม พิศสุวรรณ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คุณบัญญัติ ทิพย์หมัด เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือมุสลิมไทยโพสต์ คุณเอกวัฒน์ ปดุงกา บรรณาธิการหนังสือพับลิคโพสต์ และตัวผม คณะเดินทางไปด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ จากสนามบินสุวรรณภูมิไปพนมเปญ เวลาชั่วโมงนิดๆ ไปถึงประมาณบ่าย 2 มีคนของท่านอุสมาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มาคอยรับ นำพาสพอร์ตไปตรวจลงตราการเข้าเมือง โดยที่เราไม่ต้องทำอะไร 

มานั่งรอที่ห้องรับรองของสนามบิน ไม่นานหนังสือเดินทางก็ตามมา ออกจากสนามบินเดินทางไปยังที่พัก ของเครือเซนทารา วันเดียวกับที่ประธานาธิบดีของเวียดนามมาเยือนกัมพูชาพอดี จึงได้เดินพรมแดงกับเขาด้วย ทำกิจกรรมที่โรงแรมช่วงสั้นๆ ต้องรีบเดินทางไปยังสถานที่จัดงาน เป็นหอประชุมใหญ่เรียกว่า เกาะเพชร ทีมงานบอกว่า สมเด็จฮุน เซนจะเดินทางมาเร็ว 16.30 น. จึงถึงสถานที่จัดงาน เป็นห้องประชุมที่กว้างขวางมาก โต๊ะถูกวางเต็มพื้นที่ มุสลิมกัมพูชาเดินทางมาจากทั่วประเทศมาร่วมงาน ตั้งแต่เด็กนักเรียน นักศึกษา ผู้นำศาสนา และชาวบ้านทั่วไป ประมาณ 5,000 คน เป็นกิจกรรมที่ใหญ่ที่สุดของมุสลิมกัมพูชา 

มีตัวแทนจากมาเลเซีย และบรรดาทูตานุทูตจากประเทศมุสลิม มาร่วมด้วย ที่สำคัญปีนี้กัมพูชา ได้ขอเข้าร่วมเป็น
ผู้สังเกตการณ์ OIC ทางเลขาธิการ OIC ไม่สามารถเดินทางมาได้ จึงมอบหมายให้หัวหน้าสำนักงานของ OIC เป็นตัวแทน เดินทางมาร่วมด้วย ชี้ให้เห็นว่า OIC ให้ความสำคัญกับกัมพูชามากทีเดียว กัมพูชาเลี้ยงละศีลอดโดยเชิญมุสลิมจากทุกกลุ่มเข้ามา แตกต่างจากทำเนียบรัฐบาลของไทยที่เชิญเฉพาะผู้นำ มีกรรมการกลางฯ กรรมการจังหวัด ผู้นำองค์กรจำนวน 300-400 คนเท่านั้น 

สมเด็จฮุน เซน เดินทางมาถึงสถานที่จัดงานเวลา 17.00 น. เดินทางกลับประมาณ 2 ทุ่ม ใช้เวลาอยู่ในงานนาน 3 ชั่วโมงทีเดียว ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มายังสถานที่จัดงานตึกสันติไมตรี เวลาทุ่มกว่าๆ ใช้เวลาอยู่ในงานประมาณครึ่งชั่วโมง 

ตอนที่สมเด็จฮุน เซน เดินเข้ามายังสถานที่จัดงาน มีพี่น้องมุสลิมตั้งแถวรอรับ ยาวมากกว่า 100 เมตร ตอนที่สมเด็จฮุน เซน เดินเข้ามา มีพี่น้องมุสลิมล้อมหน้าล้อมหลังขอจับมือ ขอถ่ายรูป ขอเซลฟี จนแทบมองไม่เห็นตัวสมเด็จฮุน เซน เลย เฉพาะเดินเข้าห้องประชุมใช้เวลามากกว่า 10 นาที แสดงให้เห็นถึงความนิยมสมเด็จฮุน เซน ของพี่น้องมุสลิมกัมพูชาได้เป็นอย่างดี 
ที่สำคัญฝ่ายดูแลรักษาความปลอดภัย ไม่ได้เข้มงวดมากนัก แม้จะมีคนเดินตามหลายคน แต่ก็ไม่ได้มากีดกันอะไรนัก แตกต่างกับผู้นำไทยที่รปภ.เข้มงวดมาก แค่ลุกจากโต๊ะมาถ่ายรูปยังโดนห้าม ขณะที่ที่กัมพูชา จะลุกไปถ่ายรูปสมเด็จฮุนเซนตอนไหนก็ได้ เพียงแต่ให้อยู่นอกเส้นที่ขีดไว้เท่านั้น เรียกว่า ถ่ายได้ทุกอิริยาบท ถ่ายจนเบื่อกันไปข้างหนึ่ง รปภ.ยืนรักษาการ ก็ไม่ได้ห้ามอะไร 

บนโต๊ะของสมเด็จฮุน เซน มีสมเด็จฮุน เซน ภรรยา รองนายกรัฐมนตรี 2 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภรรยา หัวหน้าสำนักงาน OIC ท่านอุสมาน และภรรยา ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ และอดีตประธานศาลฏีกาของมาเลเซีย ดร.สุรินทร์ บอกว่า อาหารเหมือนโต๊ะอื่นๆ แต่เสิร์ฟช้ากว่า รอบๆ โต๊ะเป็นโต๊ะของบรรดาทูต และแขกจากต่างประเทศ ซึ่งมาจากหลายประเทศ มากที่สุดมีมาเลเซีย จากตุรกีก็มี 
สมเด็จฮุน เซน พูดในงานยาวเกือบ 1 ชั่วโมง เริ่มพิธีประมาณ 17.00 น. ท่านอุสมาน รายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และพูดถึงสิ่งที่รัฐบาลกัมพูชาได้ทำให้กับมุสลิมกัมพูชา ทั้งการสนับสนุนการศึกษาศาสนา การสนับสนุนกิจกรรมด้านประเพณี วัฒนรรม และศาสนา มีเงินเดือนครูสอนศาสนา เป็นต้น เรียกว่า ดูแลได้ดีไม่น้อยทีเดียว งานเลี้ยงละศีลอดที่รัฐบาลกัมพูชาจัด เริ่มเมื่อปีที่แล้ว เริ่มจากท่านอุสมานจัดก่อน 2 ครั้ง และสมเด็จฮุน เซน เห็นความสำคัญ จึงรับเป็นเจ้าภาพจัดใน 3 ครั้งหลัง และจัดใหญ่มาก 

ท่านอุสมาน ใช้เวลารายงานประมาณ 20 นาที ท่านทูตจากปากีสถาน พูดเพียงเล็กน้อย จากนั้นถึงคิวของสมเด็จฮุน เซน ร่ายยาวนานเกือบชั่วโมง จนใกล้เวลาละศีลอดเลยทีเดียว
พูดถึงสิ่งที่ทำให้พี่น้องมุสลิม โดยยืนยันหนักแน่นเหมือนหลายๆ ครั้งว่า แม้จะมีประเทศอื่นรังเกียจมุสลิม แต่กัมพูชาต้อนรับพี่น้องมุสลิมเสมอ เรียกเสียงปรบมือได้กึกก้องเลยทีเดียว 

มาดูที่อาหารบ้าง สมเด็นฮุนเซนเลี้ยงหรูมากแม้จะเป็น
โต๊ะจีนแต่ดูคุณภาพอาหารแล้ว สั่งมาจากเหลาทีเดียว คุณปรัชญา ฉิมวิเศษ ประเมินว่า ราคาประมาณ 5,000 บาทต่อโต๊ะเลยทีเดียว เริ่มจากอินทผาลัม องุ่นลูกโตๆ น้ำองุ่น 2 ขวดใหญ่ และน้ำขวดน้ำอัดลมอีกหลายกระป๋อง อาหารเริ่มจาก ออเดิร์ฟ กุ้งเทมปุระ กุ้งตัวโตๆ ขนม และเป็ดย่าง จานใหญ่มาก ตอนแรกคิดมีจานเดียว เร่งกินกันจนเกือบอิ่ม หารู้ไม่ว่า ยังมีมาอีก 5-6 อย่าง มีปลาเก๋าตัวโตๆ มีซับเนื้อ มีผัดผักกว่างตุ้ง ทานกันจนไม่ไหว หลายโต๊ะอิ่มกันตั้งแต่อาหารจานที่ 2-3 กันแล้ว อาหารทุกอย่างรสชาติดีมากจนหลายคนติดใจ ในขณะที่การจัดเลี้ยงที่ทำเนียบ เน้นโทนแบบฝรั่ง ตอนแรกจัดอินทผาลัม ขนม น้ำดื่ม นม ไว้ให้ละศีลอดด้านนอก หลังละหมาดเสร็จเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง มีอาหาร 3 อย่าง เริ่มจากกุ้ง 3 ตัว จานที่ 2 ซุบมะเขือเทศกับหอยตัวหนึ่ง และจานที่ 3 เป็นเสต็กปลากะพงกับข้าวกล้อง ปิดท้ายด้วยขนมหวาน ดูหรูหรา ราคาแพง แต่หลายคนบ่นว่า ไม่อิ่ม 

งานเลี้ยงที่ทำเนียบมีกล่าวรายงานเล็กน้อย โดยเลขาธิการ กอท. ตัวแทนทูตพูดสั้น จากนั้นนายกรัฐมนตรี พูดประมาณ 3 นาที ตามสคริปเป๊ะ จนหลายคนแซวว่า คราวนี้ไม่ออกนอกสคริปเลย คงไม่มีเวลา เพราะรุ่งเช้าต้องบินไปอินเดีย งานเลี้ยงของทำเนียบรัฐบาลไทย ดูเป็นพิธีการมาก จนตอนนายกฯ กลับมีคนขอถ่ายรูปน้อยเพราะส่วนใหญ่ไม่กล้า เฉพาะนักข่าวออกมาถ่ายก็ถูกห้าม งานของสมเด็จฮุน เซน มีความเป็นกันเอง น่าประทับใจกว่ากันเยอะ อาจเป็นเพราะที่มาของ 2 ผู้นำแตกต่างกัน

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกรกฎาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 541 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 88 + 21 =
ความคิดเห็น :