Bookmark and Share

จันทร์เสี้ยว มาตรฐานร้านมุสลิม



“จันทร์เสี้ยว” เป็นร้านอาหารไทยที่อยู่กับสังคมมุสลิมมายาวนาน ภายใต้การบริหารของ 2 สามีภรรยา “ซอบิร วรกาญจน์-วนิดา อับดุลสลาม” ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเมนูอาหาร และสภาพแวดล้อมภายในร้าน จนกลายเป็น 1 ใน
เป้าหมายของนักท่องเที่ยวมุสลิมต่างประเทศ 

“จันทร์เสี้ยว” เริ่มจาก “วนิดา หรือโสรยาอับดุลสลาม” เช่าห้องแถวย่านพระราม 9 เปิดร้านอาหารฮาลาล ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากทำให้ลูกค้ามาให้การสนับสนุนคับคั่ง รวมทั้งทัวร์ด้วย ร้านห้องแถวไม่สามารถรองรับได้ จึงตัดสินใจขยายร้านมาอยู่ริมถนนเลียบมอเตอร์เวย์ จนถึงปัจจุบันยืนหยัดเคียงคู่สังคมมุสลิมมายาวนาน 12 ปี ด้วยรสชาติอาหารที่อร่อยคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนแปลง 

“ร้านจันทร์เสี้ยวเน้นอาหารไทยที่ฮาลาล
มีอาหารมุสลิมเพียงซุบเนื้อ ที่เหลือทั้งหมดเป็นอาหารไทย อาทิ ต้มยำ ส้มตำ ปลาราดพริก ปลานึ่งมะนาว และอีกเกือบทุกชนิด ตอนหลังได้เพิ่มอาหารจีน อาทิ ฮะเก๋า ขนมจีบ ไก่ กุ้ง ปู เกี๊ยว ซึ่งจะเน้นวัตถุดิบสดจากทะเล กุ้ง ปู จะซื้อมาจากชลบุรี แบบสดๆ เน้นคุณภาพ” คุณวนิดากล่าวถึงบริการของร้านจันทร์เสี้ยว ร้านจันทร์เสี้ยวไม่เพียงบริการลูกค้าคนไทยแต่ปัจจุบันลูกค้า 80% เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย จนบรรดาไกด์นำเที่ยวชาวอินโดฯ-มาเลย์ ใช้ร้านจันทร์เสี้ยวเป็นที่ตั้งของชมรมมัคคุเทศก์อินโดนีเซียและมาเลเซียที่มีสมาชิกมากกว่า 200 คน 

“เริ่มจากมีบริษัทเข้ามาติดต่ออาหารฮาลาล เมื่อคุยกันตกลงเงื่อนไขกันได้ทั้งราคา อาหาร การให้บริการ เขาก็มาใช้บริการและมาใช้บริการตลอดตั้งแต่นั้น และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในโปรแกรมของเขาจะต้องมี 1 มื้อมารับประทานอาหารที่ร้านจันทร์เสี้ยว ซึ่งตอนนี้ มีทัวร์อินโดฯ มาลงทุกวัน 200-300 คน จนคนเข้าใจผิดว่าเราให้บริการแต่ทัวร์ ยืนยันว่า ไม่เคยทิ้งลูกค้าคนไทย ที่ผ่านมาได้ขยายร้าน ปรุบปรุงเพื่อให้มีพื้นที่ให้บริการลูกค้าคนไทย ร้านจันทร์เสี้ยวยังให้ความสำคัญกับลูกค้าคนไทยตลอดเวลา”
“ยืนยันว่ายังให้ความสำคัญกับลูกค้ามุสลิม ลูกค้าคนไทย” เธอกล่าวและว่า

จันทร์เสี้ยวให้ความสำคัญมากกับคุณภาพของอาหารวัตถุดิบจะเป็นคนคัดเลือกเอง อย่างผัก ก็จะไปกับสามีคุณซอบิร ไปเลือกมาจากตลาดไททุกสัปดาห์เพื่อให้ได้ผักสดและปลอดภัยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จันทร์เสี้ยวมี “ซอบิร วรกาญจน์” สามีของวนิดา ทิ้งงานประจำมาช่วยงานที่ร้านเต็มตัว โดยดูงานด้านการตลาด หาลูกค้าเข้าร้าน ด้วยความที่เป็นกันเอง สามารถพูดอาหรับและภาษาอังกฤษได้สามารถสื่อสารกับลูกค้าอาหรับได้ดี จันทร์เสี้ยวจึงมีลูกค้าอาหรับเพิ่มขึ้นมา

“อาหรับส่วนใหญ่ไม่ว่าจะไปที่ไหนจะรับประทานอาหารอาหรับแต่มาที่จันทร์เสี้ยวเราไม่มีอาหารอาหรับ แต่จะเสิร์ฟอาหารไทยให้รับประทาน อาทิ ต้มยำกุ้ง ปลากะพงนึ่งมะนาว เป็นต้น แต่จะใส่พริกแยกไว้ต่างหาก เขาก็รับประทานได้ อร่อยด้วย มารับประทาน บ่อยๆ เพราะจับจุดรู้ว่าอาหรับชอบเปรี้ยวนำ ต้มยำกุ้ง กับปลานึ่งมะนาว มีรสเปรี้ยวอยู่แล้ว จึงถูกปากส่วนรสเผ็ดจะปรุงหรือไม่ปรุงเขาเลือกเอง” ซอบิร กล่าว

“เรามั่นคงในคอนเซ็ปต์ร้านอาหารไทยฮาลาล เน้นความเป็นมุสลิมไทย ลูกค้าอยากทานอาหารไทยฮาลาลจะต้องมาหาเรา ซึ่งได้รับการตอบรับดี” ซอบิรกล่าวและว่า สิ่งที่จันทร์เสี้ยวเน้นคือความสะอาดเป็นอันดับแรก เราต้องการสร้างมาตรฐานของร้านอาหารมุสลิมที่สะอาด ฮาลาลแบบสบายใจได้ ไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาได้รับการรับรองมาตรฐาน และรสชาติความอร่อยจากหลายองค์กร ทั้งรายการโทรทัศน์หลายรายการ ชมรมมัคคุเทศก์ฯ และองค์กรต่างๆ อีกหลายองค์กร การันตีได้มาตรฐานความสะอาด
“เราต้องการสร้างมาตรฐานฮาลาล สร้างมาตรฐานของร้านอาหารมุสลิมที่สะอาด” เขากล่าว 

“จันทร์เสี้ยว” ให้บริการที่หลากหลายทั้งลูกค้าจรที่เป็นคนไทย ทั้งมุสลิมและไทยพุทธ ลูกค้าต่างชาติ ลูกค้าทัวร์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย ลูกค้าอาหรับ รวมถึงลูกค้าองค์กร อาทิ สถานทูตประเทศมุสลิม ลูกค้าบริษัทที่จัดเลี้ยงให้ลูกค้าและพนักงาน รวมถึงรับจัดเลี้ยงทุกโอกาส ทั้งงานแต่ง งานรับปริญญาหรือเลี้ยงสังสรรค์ สามารถรองรับลูกค้าได้ในคราวเดียวกัน ประมาณ 400-500 คน 

“เราได้ขยายร้าน ปรับปรุงร้านอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะวัตถุดิบที่สรรหาของมีคุณภาพ แต่อุปกรณ์ในร้านก็เน้นของมีคุณภาพ อย่างจาน 2 ปี เปลี่ยนครั้งหนึ่ง เพื่อให้ดูใหม่ ถูกใจลูกค้าเสมอ” ซอบิร กล่าว

12 ปีของจันทร์เสี้ยวผ่านคืนวันที่สดใสและหมองหม่น แม้อีกด้านหนึ่งจะมีลูกค้าเข้าร้านวันละ 200-300 คนไม่ขาด แต่บางสถานการณ์ก็มีปัญหา อย่างตอนน้ำท่วมใหญ่ หรือตอนชุมนุมใหญ่ทางการเมือง นักท่องเที่ยวต่างประเทศไม่เข้าประเทศไทย ต้องปิดร้าน แต่ก็ไม่ทอดทิ้งพนักงาน

“เรามีพนักงาน 30 คน ช่วงน้ำท่วม หรือตอนชุมนุมทางการเมืองหรือระเบิดราชประสงค์ ลูกค้ายกเลิกโปรแกรมมาไทย ก็ต้องดูแลพนักงาน ประคับประคองให้อยู่ได้” วนิดากล่าวและว่า พนักงานในร้านเป็นพนักงานที่อยู่กันมานาน ร้านให้ความสำคัญกับพนักงาน เน้นให้มีการบริการลูกค้าที่ดี มีมาตรฐาน 2 ประสาน วนิดา-ซอบิร เป็นความลงตัวของร้านจันทร์เสี้ยว ที่แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายสร้างร้าน จันทร์เสี้ยวให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพ ตอบสนองลูกค้าได้ทุกกลุ่ม 
จันทร์เสี้ยวจึงได้รับความนิยมมายาวนาน 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนสิงหาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 614 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 81 + 77 =
ความคิดเห็น :