Bookmark and Share

อิหร่าน โอกาสทองของคนไทย



ในห้วงเวลาของการรำลึกถึงการเสียชีวิตครอบรอบ 27 ปี ของ “อยาตุลเลาะห์ โคมัยนี” ผู้นำการปฏิวัติอิหร่าน เป็นสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ทางรัฐบาลอิหร่านได้เชิญบรรดานักวิชาการ นักการศาสนา ตลอดจนสื่อมวลชนจากหลายประเทศ ไปเยือนอิหร่าน เพื่อดูความสำเร็จของอิหร่านหลังการปฏิวัติ เป็นความสำเร็จตามแนวทางการพัฒนาประเทศที่โคมัยนีได้วางไว้ ที่เรียกว่า The Executive Headquarters of Imam Khomaini’s Directives 

อิหร่านปัจจุบัน มี Ali Khamenei เป็นผู้นำสูงสุด และ Hassan Rouhani เป็นประธานาธิบดี ที่นำพาอิหร่านปลดล็อคจากการ บอยคอตของนานาชาติ ซึ่งหลังการเสียชีวิตของโคมัยนี อิหร่านได้พัฒนาประเทศเน้นตามแนวทางของอิหม่ามโคมัยนี ตัวแทนของรัฐบาลอิหร่าน ได้ฉายให้คณะจากต่างประเทศ ได้เห็นภาพแห่งความสำเร็จในปี 2015 ที่อิหร่านเติบโตประมาณ 4% ภายใต้การพัฒนาในทุกด้าน ทั้งการลงทุนขนาดใหญ่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการส่งเสริมการศึกษา และการดูแลด้านสาธารณสุข 

ตามข้อมูลของธนาคารโลก ระบุว่า การพัฒนาประเทศของอิหร่าน กำหนดจากส่วนกลางมากถึง 60% เป็นไปตามที่รัฐบาลอิหร่านแสดงให้เห็นการลงทุนขนาดใหญ่มาจากรัฐบาลอิหร่าน ในปี 2015 รัฐบาลอิหร่านได้ลงทุนโครงการขนาดใหญ่ และส่งเสริมให้เอกชนเป็นเจ้าของธุรกิจ 261 โครงการ มูลค่า 1,534 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 55,000 ล้านบาท เป็นจำนวนเงินไม่น้อยทีเดียว สามารถสร้างงานกว่า 160,000 คน และสร้างผู้ประกอบการ 122 โครงการโครงการที่รัฐบาลอิหร่านลงทุนผ่านหน่วยงาน ของรัฐ อาทิ การลงทุนในธุรกิจเหล็ก ซึ่งถือเป็นธุรกิจต้นน้ำที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ สามารถผลิตได้ 1.2 ล้านตัน ลงทุนงบประมาณ 333 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การผลิตยาและวัคซีน จำนวนหลายรายการ เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นการคิดค้นวิจัยของอิหร่านเอง โดยใช้เงินลงทุน 83,300,000 ดอลลาร์สหรัฐใช้พื้นที่มากกว่า 200 เฮคเตอร์ เพื่อผลิตยาและวัคซีน การลงทุนขุดเจาะน้ำมันเพิ่มเติมโดยใช้เงินลงทุน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างงานกว่า 3,000 คน การลงทุนขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ได้ผลผลิต 83 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ใช้เงินลงทุนกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ สร้างงานกว่า 2,000 ตำแหน่ง การลงทุน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 1,062 โครงการ อาทิ การก่อสร้างถนน แหล่งน้ำ ชลประทานมูลค่า 66,167,000 ดอลลาร์สหรัฐ 

นอกจากนี้ ยังได้เน้นด้านการศึกษาการสาธารณสุข และการสร้างสวัสดิการสังคมที่บ้านเราเรียกว่า ประชารัฐ โดยมีการสร้างโรงเรียน สถานแสดงด้านศิลปะ สถาบันสอนศาสนาและมัสยิด โดยสร้างโรงเรียน 805 แห่ง จำนวน 3,904 ห้อง รองรับนักเรียนได้ 83,000 คน ใช้เงินลงทุน 104,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ เปิดให้บริการแล้ว 600 โรง จำนวน 2,878 ห้อง  สร้างศูนย์แสดงวัฒนธรรม และศูนย์กลางศาสนาหรือมัสยิด 666 แห่ง มูลค่าการลงทุน 22,000,000 ดอลลาร์สหรัฐก่อสร้างมัสยิด 480 แห่ง ศูนย์การเรียนรู้ฮุซเซน 16 แห่ง ที่พักสำหรับนักเรียนทุน 144 แห่ง รวมถึงสถานที่อ่านอัลกุรอ่านอีกจำนวนหนึ่งได้พัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนยากจน 4,402 หลัง ใช้เงินลงทุน 7,933,000 ดอลลาร์สหรัฐ ด้านสาธารณุสข ได้สร้างโรงพยาบาลจำนวน 1,100 เตียง จำนวน 10 แห่ง มูลค่าลงทุน 33,333,000 ดอลลาร์สหรัฐ สร้างศูนย์สาธารณสุข 35 แห่ง มูลค่า 3,300,000 ดอลลาร์สหรัฐ สร้างอุปกรณ์การแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ บริการประชาชนได้มากกว่า 320,000 คน ดูแลครอบครัวเด็กแรกคลอด การประกันภัย การบริการทางการเงินแก่ผู้ป่วย มีจำนวนกรมธรรม์ ประมาณ 195,000 ใบ มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การช่วยเหลือผู้ยากไร้ โดยการให้เงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ย 46,666,000 ดอลลลาร์สหรัฐ มากกว่า 35,000 คน การช่วยเหลือด้านสาธารณสุขด้วยการแจกจ่ายยาให้กับคนยากจน และลงทุนในการคิดค้นวิจัยและผลิตยา 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาประเทศ เป็นหลัก ที่เน้นให้ประเทศยืนอยู่ด้วยตนเองไม่ต้องพึ่งพาต่างประเทศ จะเห็นได้ว่าอิหร่านซื้ออาวุธน้อยมาก เพียง 1,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น ส่วนใหญ่คิดค้นพัฒนาด้วยตนเอง

รวมทั้งการดูแลเอาใจใส่สังคมในด้านการศึกษาและการรักษาพยาบาล ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ ส่งผลให้อิหร่านเติบโตในระดับ 4% ติดต่อกันมา 2-3 ปี และเวิลด์แบงก์ได้วิเคราะห์ว่า อิหร่านจะโตในระดับ 4.2 และ 4.6  ในปี 2016 และ 2017 หลังหลุดจากการบอยคอต อิหร่านเดินหน้า เชื่อมความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกับอียู โดยเฉพาะกับฝรั่งเศส ที่คนอิหร่านส่วนใหญ่ใช้รถซีตรองที่ผลิตในฝรั่งเศส เป็นรถที่มีมากที่สุดในอิหร่าน เท่าที่ดูตามสายตา สิ่งสำคัญ
คือ การเชื่อมโยงด้านการเงิน หลังจากที่ถูกห้ามทำธุรกรรมทางการเงินมานานหลายปี 

อิหร่านเป็นประเทศน่าสนใจในหลายๆ ด้าน ด้วยมีความอารยธรรมที่สืบทอดมายาวนาน มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศไทยมายาวนาน 400 กว่าปี และมีหลายอย่างที่คล้ายประเทศไทย อาทิ จำนวนประชากรมีจำนวน 79 ล้านคน มากกว่าประเทศไทยประมาณ 10 ล้านคน มีรายได้ประชากร ประมาณ 5,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี ใกล้เคียงกับประเทศไทย ที่มีรายได้ต่อหัวประมาณ 55,00 ดอลลาร์สหรัฐ และอิหร่าน ก็น่าจะเป็นจุดเชื่อมโยงแลกเปลี่ยน กับประเทศไทย จากตัวเลขการค้าระหว่างไทยกับอิหร่าน 1,200 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ ก่อนการบอยคอตลดลงเหลือ 750 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ อิหร่านและไทยพยายามให้การค้าเพิ่มมากขึ้นอย่างน้อยก็ให้เท่ากับจำนวนก่อนการบอยคอต จะเห็นว่าผู้นำไทยและอิหร่านต่างเดินทางเยือนระหว่างกันหลายครั้ง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เดินทางเยือนอิหร่าน และทำข้อตกลง 6 ฉบับ ให้อิหร่านซื้อสินค้าเกษตรจากไทย ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านก็เดินทางไปเยือนไทยและเข้าพบกับนายกฯ ของไทย ตกลงความร่วมมือกันหลายๆ ด้าน 

สิ่งที่อิหร่านต้องการจากไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว มันสัมปะหลัง ยาพารา ส่วนอิหร่านก็ต้องการขายน้ำมันให้กับไทย เพื่อทดแทนโควต้าที่หายไปนับล้านบาร์เรลต่อวันจากการถูกบอยคอต ขณะเดียวกัน ด้านการท่องเที่ยวคนอิหร่านเดินทางไปเที่ยวประเทศไทยนับแสนหรือหลาย หมื่นคนต่อปี ขณะที่คนไทยเดินทางมาเยือนอิหร่านไม่มากนัก จะเห็นได้จากเที่ยวบินของสายการบินมาฮานที่ผู้เขียนโดยสารมา มีคนไทยมาเพียง 3 คน และมาเพราะได้รับเชิญ ขณะที่คนอิหร่านเดินทางกลับมาจากการเที่ยวประเทศไทยเต็มลำ เป็นโอกาสให้คนไทยเข้ามาปักหลักธุรกิจท่องเที่ยวได้มากทีเดียว เพราะคนอิหร่านไม่ชำนาญงานด้านบริการ บรรดาโรงแรมที่พักก็ยังต้องปรับปรุง ในขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวมีจำนวนมาก โดยเฉพาะโบราณสถานและธรรมชาติที่สวยงาม คนที่ชอบไปดูหิมะตกและเล่นสกีที่เกาหลี-ญี่ปุ่น จะเปลี่ยนบรรยากาศมาอิหร่านก็น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะกฎระเบียบที่เคยเข้มงวดก็ได้ผ่อนคลายลงมาก คนไทยมาลงทุนที่อิหร่านน้อยมาก ในขณะที่อิหร่านต้องการการลงทุนไม่น้อย
โอกาสในอิหร่านสำหรับคนไทย ยังต้องฉายต่อในโอกาสต่อไป

ข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ของอิหร่าน (2014)

Household consumption (45.4%)
Government consumption (14.1%)
Gross fixed investment (31.1%)
Investment in inventories (1.2%)
Exports of goods/services (20.8%)
Imports of goods/services (−12.7%)
(2013 est.)
Iran is the second largest economy in the Middle East and North Africa (MENA) region after Saudi Arabia, with an estimated Gross Domestic Product (GDP) in 2015 of US$393.7 billion. It also has the second largest population of the region after Egypt, with an estimated 78.8 million people in 2015
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 514 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 65 + 22 =
ความคิดเห็น :