Bookmark and Share

เปิดเบื้องหลังความจริง "เจรจาเที่ยวบินฮัจย์" "ภักดี มะแอ"ฮีโร่ตัวจริง


    




อยู่มักกะห์ต้องพูดแต่ความจริงอย่าเป็นนักสร้างภาพ 
เหมือนกรณีการเจรจา กรณีการบินไทยขอเลื่อนเที่ยวบิน ที่บินจากเจดดาห์กลับไทย เป็นเวลา 4 วัน ซึ่งกระทบต่อการเดินทางของฮุจยาตไทยที่เดินทางกับการบินไทยทั้งหมด จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก อาหารอีกนับ 10 ล้านบาท

มีคนสร้างภาพว่า เป็นคนเจรจาคนสำเร็จ ยื่นหนังสือไปหลายแห่ง จริงๆแล้วเป็นคนเจรจาหรือเป็นแค่ด็กเดินสารเท่านั้น

ปัญหาการบินไทยถูกเลื่อนเที่ยวบินมาจากความผิดของการไทย ที่ไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียมในการเดินทางมาฮัจย์เมื่อครั้งที่แล้ว เป็นความห่วยแตกของการบินไทย ทีนี้คงทราบกันแล้วว่า ทำไมการบินไทยเจ้ง! เมื่อการบินไทยไม่จ่ายค่าธรรมเนียมที่ค้างอยู่ สนามบินเจดดาห์จึงไม่บรรจุเที่ยวบินในไทม์สลอต รอจนการบินไทยจ่ายเงินจึงมาดำเนินการ ซึ่งช้าไปแล้ว เพราะทางเจดดาห์ได้บรรจุเที่ยวบินอื่นลงไปแล้ว ไม่สามารถบรรจุเที่ยวบินของการบินไทยลงในไทม์สลอตได้

การบินไทยพยายามแก่เกี้ยวว่า การบินไทยมีเที่ยวบินน้อย เพราะฮุจยาตใช้บริการน้อย จึงถูกบรรจุในไทม์สลอตช้า 

เมื่อการบินไทยต้องเลื่อนเที่ยวบิน เดือดร้อนถึงผู้ประกอบการทีาจะต้องหาทางแก้ปัญหา เพราะไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเรื่องที่พัก อาหาร ที่จะต้องควักกันไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จึงดิ้นรนกันหาทางออก วันแรกทางชมรมฯสงขลา ไปยื่นหนังสือต่อเบี๊ยะซะห์ แต่ดูเหมือนความเคลื่อนไหวจะน้อยมาก เบี๊ยะซะห์บางคนตอบในไลน์ด้วยซ้ำว่า ไม่ใช่หน้าที่ของเบี๊ยะซะห์

ในคืนวันเดียวกันทางสมาคมผู้ประกอบการฮัจย์ฯได้ทำหนังสือถึงนายอนุมัติ อาหมัด สนช.เพื่อประสานให้นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศอ.บต.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องถูกส่งต่อไปยังนายภาณุทันที และนายภาณุ ได้ประสานไปยังรองนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ ประสานไปยังรมว.คมนาคม 

นายภาณุ มีกำหนดการเดินทางมาเจดดาห์อยู่ ในวันถัดมา มาถึงได้ประชุมผู้ประกอบการเพื่อแก้ปัญหา หลังจากได้ข้อสรุปจึงประสานให้นายภักดี มะแอ ผู้บริหารดาน่า กรุ๊ป เป็นคนเจรจา ในการคุยกับนายภักดีนั้น นายภาณุ ได้เปิดสปีคโฟนให้ผู้ประกอบการรับฟังด้วย

นายภักดีนั้น ถือว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจการบินโดยเฉพาะกับทางผู้บริหารของทางซาอุฯ เคยนำเคริ่องบินของภูเก็ตแอร์มาให้สายการบินของซาอุฯเช่ามาก่อน จึงมีเส้นสนกลในในในสนามบินมาดีนะห์พอสมควร

ก่อนที่นายภาณุ จะประสานไปนั้น นายภักดี ได้เจรจาแล้วเบื้องต้น ได้ข้อสรุปว่า อนุญาตให้บินได้วันละ 1 เที่ยวคือ 17 กับ 18 กันยายน แต่นายภาณุได้ขอเป็นวันละ 2 เที่ยว รวมเป็น 4 เที่ยว นายภักดีก็ได้เจรจาได้อนุญาตบินเป็น 4 เที่ยว

ในการเจรจานั้น ไม่ใช่มีสายสัมพันธ์กันดีแล้ว จะคุยกันได้ด้วยปากเปล่า แม้ว่า ที่นั่นจะเป็นซาอุฯก็ตาม จะต้องมีนอกมีใน มีบนโต๊ะใต้โต๊ะด้วย ถามว่า มีเบี๊ยะซะห์คนไหนจ่าย บอกเลยว่า ไม่มี คนจ่ายคือคนเจรจานั่นเอง

แม้การเจรจาจำสำเร็จ แต่มีปัญหาที่การบินไทยอิดออดที่จะส่งเรื่องมา เพราะวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ เป็นวันหยุด ขอส่งเป็นวันจันทร์  แต่อาหรับไม่หยุด มาดีนะห์หยุดวันอังคาร หากส่งวันจันทร์จะไม่ทัน เพราะจากนี้ไปคนเซ็นต์ จะหยุดยาวไปพักผ่อนต่างประเทศ ทางมาดีนะห์ บอกว่า ต้องวันนี้เท่านั้น สะท้อนว่า การบินไทยยังไม่สำนึก ในความผิดพลาดของตัวเอง ยังทำงานแบบเจ้าขุนมูลนายอยู่

เมื่อเห็นว่า ผู้บริหารการบินไทยอิดออด นายภักดี จึงโทรศัพท์ให้นายภาณุ ประสานไปยังผู้บริหารระดับสูงกว่า นั่นแหละจึงมีเรื่องขอไทม์สลอตจากการบินไทยมายังสนามบินมาดีนะห์ ปัญหาจึงคลี่คลาย จากนั้นมีปัญหาเรื่องการส่ง LC นิดหน่อยแต่ก็ผ่านไปได้ ด้วยกำหนดการที่วางไว้

แม้ว่าจะรู้ว่า สำเร็จแล้ว แต่ในวันรุ่งขึ้น ทีมเบี๊ยะซะห์ ไปยื่นหนังสือต่อนายภาณุ ให้ช่วยแก้ปัญหา คงจะมีปัญหาที่ปริ้นท์หนังสือถึงได้ช้าตั้ง 2 วัน อีกวันไปยื่นหนังสือต่อปลัดกระทรวงฮัจย์ ทำเอาจำกันทั้งมักกะห์ 

มีที่ไหนมีปัญหาเรื่องการบินแต่ไปยื่นหนังสือกับกระทรวงฮัจย์ เหมือนไปยื่นหนังสือให้กับปลัดกระทรวงวัฒนธรรมของไทย ทั้งที่คนที่จะแก้ปัญหา คือ กระทรวงคมนาคม ซึ่งอาจจะทำได้ แต่ถามว่า กว่าปลัดกระทรวงฮัจย์จะส่งหนังสือไปยังกระทรงคมนาคม จะใช้เวลากี่ปี ฮัจย์ปีหน้าจะทันหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

การเจรจาทางธุรกิจจะต้องทำทันทีทันใด ไม่ใช่การยื่นหนังสือ การยื่นหนังสือเป็นการสร้างภาพให้คนสังคมเห็นว่า ได้ทำงานเท่านั้น 

คนที่แก้ปัญหาคือ คนที่ชื่อ"ภักดี มะแอ" และ "ภาณุ อุทัยรัตน์"

ทีมเบี๊ยะซะห์เสียอีกที่จ้องแต่ตะครุบเหยื่อ! ในการแก้ปัญหาเลื่อนเที่ยวบินนั้น จะต้องย้ายฮุจยาต 3,400 คนจากมักกะห์ไปมาดีนะห์แทนเจดดาห์ การบินไทยจะต้อง้สียค่าใช้จ่าย ค่าอาหารและค่าเดินทาง คนที่ทำเรื่องคิดค่าใช้จ่ายจากการบินไทย คือ เบี๊ยะซะห์ และเป็นเบี๊ยะซะห์ที่โขกราคาการบินไทย ข้าวกล่องราคา 30 เหรียญ คิด 50 เหรียญ ของคูณจำนวน 4 มื้อกับคนจำนวน 1,700 คนดูส่วนต่างเท่าไหร่ แต่เสียดายที่ เบี๊ยะซะห์ต้องเลียปากแพล่บ เพราะมีคนเอาไปซะแล้ว

ส่วนค่ารถคิดเที่ยวละ 70,000 บาทจากปกติ 35,000 บาท ส่วนต่างอยู่ที่ใครตามหากันเอาเอง นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาทำกันที่มักกะห์

คนที่สำรองเงินจ่ายค่าอาหารและค่พาหนะ เป็นนักธุรกิจ
ไทยขายผักที่มักกะห์ ไม่มีเบี๊ยะซะห์คนไหนหรอกที่ควักจ่าย

ขอชื่นชมผู้ที่ทำงานเบื้องหลัง ไม่หวังเอาหน้า ขออัลเลาะฮ์ตอบแทน

นี่คือความจริงที่มักกะห์!
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 651 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 55 + 43 =
ความคิดเห็น :