Bookmark and Share

อิหร่าน-ซาอุฯ ที่เห็นและเป็นอยู่


อิหร่าน-ซาอุฯ เป็น 2 ประเทศที่แข่งกันกันทุกด้าน เพื่อเป็น “ผู้นำในโลกอาหรับ” ซาอุฯ มีพันธมิตรฯ “กลุ่มประเทศซุนนี่” ส่วนอิหร่านมีพันธมิตรใน “กลุ่มประเทศชีอะห์”
ต่างมีจุดดีจุดด้อยที่น่าศึกษา คราวนี้ขอเปรียบเทียบในส่วนของ “วิถี” คนซาอุฯ และอิหร่านว่า เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

ซาอูดิอาระเบียเป็นประเทศกลางทะเลทราย ติด 2 ฝั่งทะเล คือ อ่าวเปอร์เชียฝั่งตะวันออก ส่วนตะวันตกติดทะเลแดงที่เชื่อมไปถึงอ่าวเอเดน ตรงกันข้ามกับอ่าวเปอร์เชียเป็นอิหร่าน และเหนือขึ้นไปมีทะเลสาปแคชเปี้ยนเชื่อมต่อไปยังยุโรปตะวันออก อิหร่านจึงมีอากาศหนาว ส่วนซาอุฯ ร้อนระอุตลอดทั้งปี ภูมิประเทศของทั้ง 2 มีทะเลทรายและภูเขาหิน แต่ในมักกะห์มีอาคารขึ้นหนาแน่นเพื่อรองรับคนมาฮัจย์และอุมเราะห์ มีการขุดภูเขา ทั้งถนนและก่อสร้างอาคารจำนวนมาก แต่อิหร่านอาคารบ้านเรือนยังหนาแน่นบริเวณพื้นที่ราบ ที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ อากาศหนาวเกือบตลอดทั้งปีนับเป็นจุดเด่นของอิหร่าน 

ความเป็นมาที่ยาวนานของเปอร์เชีย อุดมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมที่สวยงาม ทั้งหัตถกรรม ปฏิมากรรม ตลอดจนสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมีลวดลายที่สวยงาม ขณะที่ซาอุฯ สมัยก่อนการเข้ามาของราชสงศ์ซาอุฯ เมือ 80-90 ปีก่อน มีศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมออตโตมานโดดเด่น แต่การเข้ามาของราชวงส์ซาอุฯ เน้นสถาปัตยกรรม ขาวเทา ดูได้จากมัสยิดฮารอม และมัสยิดนาวะบีย์ ที่มาดียะห์ มีสถาปัตยกรรมที่ใกล้เคียงกัน 

ในซาอุฯ ทั้งที่มักกะห์และมาดีนะห์ จึงจะเห็นตึกแบบบล็อคๆ ปิดประตู หน้าต่างแทบสนิท เนื่องจาก อากาศร้อน อาศัยแอร์ในห้องพักเพียงอย่างเดียวในจำนวนประชากรประมาณ 28 ล้าน มีประชากรซาอุฯ ประมาณ 18 ล้านคน ที่เหลือเป็นต่างชาติที่เข้ามาทำงาน ที่เห็นหนาแน่นมีบังคลาเทศ อินเดีย โรฮิงญา เนปาล มาทำงานก่อสร้าง เป็นพนักงาน โรงแรม ที่ไหนๆ เจอคนบังคลาเทศและอาหารอินเดีย อาหารมาเลย์-อินโดฯ เข้ามาทดแทนแรงงานไทย ส่วนคนซาอุฯ จะทำงานตามออฟฟิศ เป็นหัวหน้าคนงานต่างชาติ ทำงานราชการ เป็นหลัก คล้ายกับคนไทยที่ไม่ทำงานหนักๆ ลักษณะของคนซาอุฯ จึงเหมือนพวกเจ้านาย ที่คอยชี้นิ้วมากกว่า สัมผัสคนซาอุฯ ครั้งแรกเมื่อเข้าประเทศที่ตม.อาจจะเป็นช่วงฮัจย์

การดูแล จึงเป็นไปด้วยดี มีอัธยาศัยดี แตกต่างจากที่คนไทยที่มาก่อนหน้านี้เล่าให้ฟังถึงท่าทีที่ไม่ค่อยเป็นมิตรมากนัก ไปมักกะห์ส่วนใหญ่จะเจอแต่คนต่างชาติ ที่เจอคนซาอุฯ อาทิ เวลาซื้อซิมมือถือ ร้านกาแฟ ส่วนร้านค้าอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นคนบังคลาฯ คนโรฮิงญา คนปากีฯ คนมาเลย์-อินโดฯ เป็นคนขาย จำนวนมากพูดมลายูได้ เนื่องจากสื่อสรกับคนอินโดฯ-มาเลย์บ่อย จากอัตราส่วนคนที่เข้ามาจำนวนมาก ไม่พักพูดถึงสตรีซาอุฯ ส่วนใหญ่จะเจอตามห้างและปิดหน้าปิดตา จนบอกไม่ได้ว่า หน้าตาเป็นอย่างไร

แตกต่างจากอิหร่านที่มีผู้หญิงออกจากบ้านมาทำงาน เป็นเวิร์คกิ้งวูแมนจำนวนมาก และส่วนใหญ่ก็มีอัธยาศัยดี ยิ้มง่าย เป็นมิตรกับต่างชาติเท่าที่สัมผัส คนซาอุฯ ส่วนใหญ่อัธยาศัยดี เป็นมิตรกับต่างชาติและใจบุญ จะเห็นคนนำอาหาร ผลไม้ น้ำดื่มมาตั้งโต๊ะแจกอยู่เป็นประจำ ความแตกต่างระหว่างซาอุฯ กับอิหร่าน ที่เป็นการกำหนดอนาคตของ 2 ประเทศ คือ อิหร่านเป็นประเทศผู้ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีในหลายๆ ด้าน ขณะที่ซาอุฯ เป็นประเทศผู้บริโภค สินค้าต่างๆ ที่วางในซาอุฯ ไม่เป็นสินค้าจีนก็อินเดีย ไม่อินเดียก็ตุรกี 

ถ้าไม่มีรายได้จากน้ำมันซาอุฯ ก็คือประเทศยากจนประเทศหนึ่งเหมือนกับเยเมน แต่ล่าสุดซาอุฯ เริ่มตื่นตัววางแผนพัฒนาประเทศโดยลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างขนานใหญ่ เป็นยิ่งก้าวทีน่าจับตามองอย่างยิ่ง การเดินทางมาซาอุฯ สำหรับคนไทยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยาก ยกเว้นคนที่ไปฮัจย์และคนที่มีเส้นสายกับรัฐบาลที่สามารถขออนุญาตพิเศษได้ จากปัญหาเพชรซาอุฯ และการสังหาร นักการทูตที่ทำลายความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ จนหมดสิ้น ผ่านมากว่า 20 ปีสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จึงไม่ต้องพูดถึงการที่คนไทยจะได้มาทานที่ซาอุฯ หรือไปเปิดกิจการที่ซาอุฯ

แตกต่างจากชาวมาเลย์ อินโดนีเชีย อินเดีย 
บังคลาเทศ ปากีสถานที่ซาอุฯ อ้าแขนรับมาทำงาน รวมทั้งเปิดกิจการต่างๆขณะที่อิหร่านเปิดรับประเทศไทยอย่างเต็มที่ให้ไปลงทุน ไปเปิดกิจการตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่มีคนไทยเดินทางไปน้อย จากการถูกแซงชั่นมานานหลายปี หากไปตอนนี้ก็เท่ากับเป็นการเริ่มต้นใหม่ นำชัยไปกว่าครึ่ง เปรียบเทียบให้ภาพส่วนหนึ่งความเหมือนและความแตกต่างระหว่างอิหร่านกับซาอุฯ ในท่ามกลางการแย่งชิงกันเป็นมหาอำนาจในตะวันออกกลาง

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ปีที่ 5 ฉบับที่ 57 ประจำเดือนกันยายน 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1416 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 62 + 10 =
ความคิดเห็น :