Bookmark and Share

คาราวานรถยนต์สานสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย-จีนเยือนหมู่บ้านผ้าไหม จ.สุรินทร์

    

  

  
คาราวานรถยนต์สานสัมพันธไมตรี วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย-จีน เดินทางเยือนหมู่บ้านทอผ้าไหมท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งทอผ้าไหมขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของไทย และเคยทอผ้ายกทองทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลให้ทอผ้าสำหรับ ตัดเสื้อผู้นำและผ้าคลุมไหล่สำหรับคู่สมรสผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจที่มาร่วมประชุมผู้นำเอเปกเมื่อปลายปี 2546

คาราวานนักท่องเที่ยวจากจีนซึ่งมีรถร่วมขบวนราว 10 คัน เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม ประเทศจีน โดยสถานเอกอัครราชทูตประเทศจีน ประจำประเทศไทย และสภาวัฒนธรรมไทย-จีน เริ่มเดินทางออกจากเมืองออร์โดส เขตปกครองตนเองมองโกเลีย ในพื้นที่ภาคเหนือของจีน ผ่านมณฑลต่างๆ ของจีน เรื่อยมาตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาจนถึงชายแดนจีน-สปป.ลาว และเดินทางผ่านถนน R3a ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ก่อนเข้าสู่ อ.เชียงของ เพื่อท่องเที่ยวทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางของไทย และจะเดินทางกลับประเทศจีนตามเส้นทางเดิมในวันที่ 25 ก.ย.นี้

รถที่เข้าร่วมขบวนนั้นต้องผ่านเงื่อนไขที่กำหนดคือ ต้องเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 9 ที่นั่ง (นับรวมคนขับ) รถยนต์บรรทุก (กระบะ) ที่มีน้ำหนักรถรวมบรรทุกไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม กำหนดให้สามารถนำรถเข้ามาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และในรอบปีต้องไม่เกิน 60 วัน โดยต้องเป็นการยื่นขออนุญาตผ่านผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวของไทยเท่านั้น และแจ้งขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันทำการ กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการขออนุญาตรถคันละ 500 บาท และค่าเครื่องหมายแสดงการใช้รถแผ่นละ 500 บาท มีใบอนุญาตขับรถที่กฎหมายไทยรับรอง มีสัญญาและกรมธรรม์ประกันภัย มีสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมฉบับแปล ปฏิบัติตามกฎจราจร และกฎหมายอื่นๆ ของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด

นายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงราย เปิดเผยว่า คาราวานท่องเที่ยวทางรถยนต์ของจีนดังกล่าวถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย นับตั้งแต่ทางกระทรวงคมนาคมของไทย ได้ประกาศใช้ระเบียบควมคุมการเข้ามาของรถนักท่องเที่ยวจีนอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นผลทำให้แทบไม่มีชาวจีนขับรถยนต์เข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยผ่านเส้นทาง R3a นี้อีกเลย

ก่อนหน้านี้ มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายัง จ.เชียงราย ผ่านถนน R3a เป็นจำนวนมาก โดยในปี 2556 มีจำนวน 21,631 คน มีรถยนต์เข้ามา จำนวน 1,487 คัน , ปี 2557 มี มีจำนวน 27,717 คน รถยนต์ จำนวน 4,883 คัน และปี 2558 ที่ผ่านมามีจำนวน 43,555 คน รถยนต์จำนวน 9,248 คัน โดยจะเข้ามามากที่สุดในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือวันหยุดยาว

สำหรับหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง ตั้งอยู่ที่บ้านท่าสว่าง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ หมู่บ้านที่ได้รับการยกย่องว่า"ทอผ้าไหมหนึ่งพันสี่ร้อยสิบหกตะกอ" เมื่อครั้งทอผ้ายกทองทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ จากการริเริ่มผลงานศิลปหัตกรรมของกลุ่มทอผ้ายกทอง"จันทร์โสมา" ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการอนุรักษ์ และฟื้นฟูการทอผ้ายกทองชั้นสูงแบบราชสำนักไทย โบราณ โดยมี อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย เป็นผู้รวบรวมชาวบ้านท่าสว่าง มารวมกลุ่มกันทำงานทอผ้ายามว่างจากงานไร่งานนา

ความโดดเด่นของผ้าไหมยกทอง "จันทร์โสมา" เกิดจากการเลือกเส้นไหมน้อยที่เล็กและบางเบานำมาผ่านกรรมวิธีฟอก ต้มแล้วย้อมสีธรรมชาติด้วยแม่สีหลักสามสีคือสีแดงจากครั่ง สีเหลืองจากแก่นแกแลและสีครามจากเมล็ดคราม สอดแทรกการยกดอกด้วยไหมทอง ที่ทำจากเงินแท้มารีดเป็นเส้นเล็กๆปั่นควบกับเส้น ด้าย ใช้ตะกอเส้นพุ่งพิเศษ (ตะกอ คือส่วนที่ใช้สอดด้ายเป็นด้ายยืนและแบ่งด้ายเป็นหมู่ๆ ตามต้องการ เพื่อที่จะพุ่งกระสวยเข้าหากันได้สะดวก) ทำให้เกิดลายจำนวนตะกอมากกว่าร้อยตะกอ จนกระทั่งการวางกี่บนพื้นดินธรรมดามีความสูงไม่พอ ต้องขุดดินบริเวณนั้นให้เป็นหลุมลึกไป 2-3 เมตร เพื่อรองรับความยาวของตะกอที่ห้อยลงมาจากกี่ให้เป็นระเบียบ ให้คนสามารถอยู่ในหลุมเพื่อสอดตะกอไม้ได้ด้วย เนื่องจากไม้ตะกอมีจำนวนมาก จึงต้องใช้คนทอถึง 4-5 คน คือจะมีคนช่วยตะกอ 2-3 คน คนสอดไม้ 1 คนและคนทออีก 1 คน และความซับซ้อนทางด้านเทคนิคการทอ จะได้ผลงานเพียงวันละ 4-5 เซนติเมตรเท่านั้น


CR : BBC THAi
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 554 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 49 + 14 =
ความคิดเห็น :