Bookmark and Share

เคลียร์จบอดีตเจ้าอาวาสรับอิสลาม! นายอำเภอระแงะชี้ไม่มีดำเนินคดี ชาวบ้านไม่ติดใจ


นายอำเภอเคลียร์จบเจ้าอาวาสห่มจีวรเข้าอิสลาม

เรียกประชุมผู้นำ- ชาวบ้าน อ.ระแงะ ทำความเข้าใจกรณีเจ้าอาวาสวัดพุทธเข้าพิธีเป็นมุสลิมขาดจากความเป็นพระแล้ว พร้อมส่งทหารคุ้มครอง หวั่นมือที่สามสร้างความแตกแยก
กรณีพระครูปัญญาธนากร ศิริสุวรรณ อดีตเจ้าอาวาสวัดตันติการาม หรือวัดน้ำตอหลัง ม.3 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส อายุ 60 ปี ซึ่งบวชมา 22 พรรษา เข้าพิธีปฏิญาณตนเป็นชาวมุสลิมที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส โดยที่ยังห่มจีวร ซึ่งปรากฏคลิปภาพเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม

ล่าสุด วันที่ 5 ตุลาคม นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ นายอำเภอระแงะ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพระพุทธศาสนา, ตำรวจ, ทหาร, ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ได้ประชุมร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น

นายวิชาญ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า ไม่มีการดำเนินการใดๆ เพราะเป็นเรื่องของเสรีภาพในการนับถือศาสนา เพียงแต่อาจจะกระทบกระเทือนจิตใจชาวพุทธอยู่บ้าง เพราะการเข้าปฏิญาณตนเพื่อรับศาสนาอิสลามของอดีตเจ้าอาวาสจะต้องสึกจากความเป็นพระก่อน เพื่อให้ถูกต้องตามขั้นตอน

“การเข้ารับอิสลามเป็นเรื่องปกติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการแต่งงานของผู้ชายที่เป็นไทยพุทธ กรณีนี้ถ้าอดีตเจ้าอาวาสวัดตันติการาม ท่านสึกเสียก่อนเข้ารับอิสลามก็จะไม่มีประเด็นอะไรเลย”

ส่วนเรื่องทรัพย์สินของวัดที่ก่อนหน้านี้เคยมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เช่น มีทรัพย์สินบางอย่างสูญหาย หรือบัญชีเงินวัดผิดปกตินั้น จากการตรวจสอบปรากฎว่า บัญเงินวัดทั้งหมดไม่ได้สูญหาย แต่อาจจะมีบางส่วนเช่นกรณีการจ่ายค่าทำประตูเหล็กที่เจ้าอาวาสนำเงินไปแล้วยังจ่ายไม่ครบขาดอยู่ 5,000 บาท หรือเงินทำซุ้มประตูประมาณ 10,000 บาท เป็นต้น

นายวิชาญ กล่าวว่า หลังจากมีภาพเผยแพร่ทางโซเชียลผู้บังคับบัญชากลัวว่าจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวทำให้มือที่สามที่ไม่หวังดี นำประเด็นนี้มาขยายผล จุดชนวนขึ้นในพื้นที่ เพราะมือความพยายามในการสร้างความขัดแย้งทางศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้วจึงฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ดูแลความปลอดภัยให้กับอดีตเจ้าอาวาสวัด เพื่อไม่ให้มือที่สามสร้างสถานการณ์เกิดขึ้น

“ได้ทำความเข้าใจกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ศาสนา ในพื้นที่ และประชาชน ซึ่งเขาเข้าใจ สรุปว่าเรื่องทั้งหมดจบ ชาวบ้านเข้าใจ ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะวันนี้ถือว่าอดีตเจ้าอาวาสก็คือชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัด ไม่ได้เป็นพระแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของความศรัทธาของท่าน ทางคณะสงฆ์ก็เข้ามาดำเนินการเรื่องการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่"

พระครูอนุกิจสุนทร เจ้าคณะตำบลตันหยงลิมอ กล่าวว่า การดำเนินการตอนนี้คือการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรักษาการ ก่อนจะพิจารณาแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ เนื่องจากอดีตเจ้าอาวาสขาดจากความเป็นพระไปแล้วตั้งแต่ปฏิญาณตนเข้ารับอิสลาม ส่วนประเด็นอื่นๆก็ไม่มีอะไร

ทั้งนี้ ตามที่มีการระบุว่า มีการดำเนินคดีกับอดีตเจ้าอาวาส จากการตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารบันทึกประจำวัน พบว่า ไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี มีรายละเอียดคือ
1. หนังสือคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเพียง หนังสือลงบันทึกประจำวัน มีเนื้อหาที่สำคัญคือ
"...ผู้แจ้งเกรงว่า ชาวบ้านจะเข้าใจผิดว่าผู้แจ้งเป็นผู้กระทำ จึงได้มาลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ..." โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รับแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด กรณีการยักยอกเงิน ขโมยเหรียญ ก็ไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี

2 หนังสือจากอำเภอ ก็ระบุแต่เพียงว่า  เข้าทำการตรวจสอบทรัพย์สิน เพื่อจัดทำ"ทะเบียน" ซึ่งการจัดทำทะเบียนก็เป็นการลงรายการ ลงบัญชีทรัพย์สิน ที่อดีตพระทิ้งเอาไว้
3 มีการกล่าวร้ายว่า อดีตพระต้องทานยาระงับประสาท โดยอันที่จริงยานั้น (ตามรูปที่ลงกัน) คือยาdepakine chrono (ระบุไว้ที่หน้าซอง)
มีสรรพคุณในการรักษาดังนี้
- ควบคุมหรือรักษาการชักในผู้ป่วย โรคลมชัก (epilepsy)
- ยานี้อาจใช้เพื่อรักษาภาวะ mania ในโรค Bipolar disorder
- ยานี้ใช้เพื่อป้องกันโรคปวดศีรษะ ไมเกรน (migraine)
ที่มา : web yaandyou
ยานี้ใช้กินแก้โรคลมชัก โรคไมเกรน ปวดหัวข้างเดียว หรือ แก้โรคอารมณ์แปรปรวน (Bipolar disorder) ไม่ใช่ยาระงับประสาทแต่อย่างใด (ข้อมูลจาก krai krab) 


บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 3387 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 84 + 75 =
ความคิดเห็น :