Bookmark and Share

ชื่นชมเด็กหญิงถูกไล่ที่วากั๊ฟ น้องชายบวชเณร แต่ยังยึดมั่นในอิสลาม


ชื่นชมเด็กหญิงถูกไล่ที่วากั๊ฟ น้องชายบวชเณร แต่ยังยึดมั่นในอิสลาม เวบชาวพุทธนำไปขยายความหมิ่นอิสลาม

ตามที่คณะกรรมการมัสยิดยาม่าลุดดีน บางบังทอง นนทบุรี ได้ฟ้องขับไล่ชาวบ้าน 13 ครอบครัวออกจากที่ดินวากั๊ฟ ซึ่งในจำนวนนั้นมีครอบครัวมุสลิมใหม่อยู่ด้วย ซึ่งต่อมาได้ไปอาศัยที่ดินวัด และลูกชายได้บวชเณรนั้น ผู้ที่่ใช้ชื่อในเฟสบุคว่า Warunee Maneekum ซึ่งเป็นพี่สาวของสามเณรคนดังกล่าวได้โพสต์ข้อความระบุว่า ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร แต่ส่วนตัวรู้สึกเลยว่า...จิตใจของพวกท่าน(คณะกรรมการมัสยิด)อาจสูงส่งเกินจะเข้าใจคนที่อยู่เป็นรากหญ้าเช่นพวกเรา

"ตอนนั้นเรายังเป็นเด็ก ไม่รู้ประสีประสา แค่เห็นน้ำตาของมารดาก็ได้แต่สงสัย ในใจก็นึกสงสารน้องชายที่อยู่ ป.1 สงสารตัวเองที่ต้องออกมาอยู่ในถิ่นที่ไม่คุ้นเคย จนบางครั้งเกือบถูกสังคมกลืนกิน มีเพียงแต่จิตใจเท่านั้นที่ยังมั่นคงศรัทธาในอิสลาม ศาสนาแรกและศาสนาเดียวที่ใจยอมรับและศรัทธา ทุกวันนี้เรายังคงยึดมั่นในสิ่งนี้ตั้งแต่เกิดยันตาย" เธอระบุ และว่า  แต่...น้องชาย เด็กน้อยผู้ เคย!! เรียนกุรอ่านแค่วัยอนุบาล เรียนฟัรดูอีนแค่ ป.1 ต้องถูกสังคมถิ่นที่อยู่กลืนกินหายวับไปกับตา เสียดายเด็กน้อยที่เคยวิ่งเล่นในพื้นดินวากัฟ ที่ต้องผลัดถิ่นไปวิ่ง ไปเรียน กิน เล่น ในผืนแผ่นดินวัด น้ำตาเท่านั้นที่มีต่อการกระทำอันอัปยศของพวกท่าน

"อยากขอร้องให้พวกท่าน หยุด! เถอะค่ะ หยุดความคิดผลักไส หันไปโอบอ้อมอารี ช่วยกันแก้ไขสิ่งที่ผิด สอนเขา ตักเตือนเขา อย่าเลย..อย่าไล่พวกเขาให้กลับไปสู่แนวทางอื่น นอกจากแนวทางของอัลเลาะห์ (ซ.บ.) จากเด็กผู้หญิงที่รักในผืนแผ่นดินวากัฟยามาลุดดีน ถิ่นที่อยู่ที่รัก ถิ่นที่หยั่งรากลึก ถิ่นที่จิตวิญญาณยังคงอยู่ ถิ่นที่อยากให้ผืนดินกลบหน้ายามสิ้นชีพกลับไปสู่ความเมตตาปรานีของอัลเลาะห์ (ซ.บ.)" เธอ ระบุในเฟสบุค 

อย่างก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้น สำนักข่างมุสลิมไทยได้ไปสัมภาษณ์ งนางถวัล หรือชารีฟะห์ แซ่ลิ้ม เมื่อปี 2556 ระบุว่า เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เข้ามารับนับถือศาสนาอิสลาม และเป็นมุสลิมมาแล้ว 37 ปี ครอบครัวได้รับความลำบาก เพราะกำลังโดนขับไล่ จากคณะกรรมการมัสยิดชุดใหม่ ที่กำลังบ้าอำนาจ มาบังคับให้เซ็นสัญญาแบบปีต่อปี ชีวิตของตนตอนนี้ลำบากมาก สามีกำลังเป็นโรคหัวใจ ตนเครียดมากที่ทางคณะกรรมการได้ฟ้อง ขับไล่ตนออกจากที่ดินวากัฟ(ที่ดินที่มีผู้บริจาคให้เป็นของมัสยิด)

“เคยไปหาคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ไปหาคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่นอกจากเขาจะไม่ช่วยเหลือแล้ว เขายังขับไล่ฉันออกมาจากสำนักงาน เขาขับไล่ฉันกับสามี หาว่าฉันไปหมิ่นเขา”

ทั้งนี้ บทสัมภาษณ์ดังกล่าวได้ถูกเวบชาวพุทธ http://tobebuddhist.blogspot.com/ นำไปขยายผล โดยระบุว่า "เปลี่ยนเป็นมุสลิมแล้วชีวิตอาภัพตกอับ อัลลอฮ์และมุสลิมก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย"นั้น ได้สร้างเศร้างหมองให้กับมุสลิมที่ได้เห็นข้อความดังกล่าวอย่างยิ่ง
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1800 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 57 + 96 =
ความคิดเห็น :