Bookmark and Share

วิปโยคภาคใต้ บ้านตาล ขับเคลื่อนมนุษยธรรม

วิปโยคภาคใต้ 
บ้านตาล
ขับเคลื่อนมนุษยธรรม



อุทกภัย, วาตภัย ที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อปี 2559-2560 ต่อเนื่องยาวนานและรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ นำไปสู่ความเสียหาย ความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ แต่อีกด้านหนึ่งได้เกิดเมล็ดพันธุ์แห่งมนุษยธรรม ผลิบานไปทั่ว รวมทั้ง “หนุ่มสาวมุสลิม” ที่ออกมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทำอย่างไรให้ “ความดีงาม” เหล่านี้ ดำรงอยู่อย่างถาวร


อุทกภัยและวาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2559 ต่อเนื่องถึงปี 2560 นับเป็นอุทกภัยที่เกิดขึ้นยาวนานและความเสียหายกระจายเป็นวงกว้าง รวมทั้งความรุนแรงหนักหน่วงมากกว่าหลายๆครั้ง เริ่มตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป พื้นที่หนักที่สุดคือ อำเภอบางสะพาน ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ที่เสียหายรองลงไปมี นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง ระนอง กระบี่ ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า ความเสียหายครอบคลุม 111 อำเภอ 663 ตำบล 4,993 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 369,680 ครัวเรือน จำนวน 1,105,731 คน ผู้เสียชีวิต 25 ราย สูญหาย 2 ราย มีสถานที่ราชการเสียหาย 5 แห่ง ถนน 218 จุด คอสะพาน 59 แห่ง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สวนยางเสียหายกว่า 1 ล้านไร่ มากกว่า 10,000 ล้านบาท นากุ้ง สวนปาล์ม พืชผลทางการเกษตรอื่นๆ เสียหายจำนวนมาก ประมาณความเสียหายทั้งหมดนับ 100,000 ล้านบาท แน่นอนว่า ในระหว่างเกิดสถานการณ์ ทุกฝ่ายได้เสียสละอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือกันและกัน โดยเฉพาะฝ่ายทหาร หน่วยกู้ภัย ภาคราชการที่เกี่ยวข้องได้ระดมสรรพกำลังช่วยเหลืออย่างเต็มที่แม้จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก 

ในสังคมมุสลิมได้เกิดการตื่นตัวระดมสรรพกำลังช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในหลากหลาย รูปแบบ โดยเฉพาะปอเนาะบ้านตาลได้กลายเป็นแกนกลางในความร่วมมือกับสภาเครือข่ายช่วย เหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ในการช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราชและใกล้เคียง 

ภาพผู้บริหารปอเนาะบ้านตาล นำโดยนายสมศักดิ์ พิศสุวรรณ กับ ผศ.ดร.วุฒิศักดิ์ พิศสุวรรณ กับทีมอาสาสมัครลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยด้วยทุกๆ วัน ไม่เลือกว่าเป็นพุทธหรือมุสลิม วัด มัสยิด หรือโรงเรียน เป็นความประทับใจที่ตราตรึง
ในกรุงเทพมหานครอสมท.โดยการมอบหมาย ของภาครัฐในการระดมเงินบริจาคและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาพกว้างแต่อีกด้านหนึ่งองค์กรมุสลิมหลายองค์กรได้ เป็นแกนกลางในการระดมความช่วยเหลือส่งผ่านไปยังพี่น้องภาคใต้ มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยยังคงเป็นองค์กรหลักในการระดมความช่วยเหลือเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา รวมถึงความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรี ในการเป็นอาสาสมัครลงไปซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ของชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย
วิทยาลัยอาชีวะศึกษานครศรีธรรมราช

นำโดยนายอุดมศักดิ์ มะหมีน รองผู้อำนวยการ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่เว้นแต่ละวันเช่นกัน คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพ มหานคร นำโดยสมัย เจริญช่าง ได้ทำงานอย่างจริงจังในการระดมความช่วยเหลือและการลงพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจำนวนหนึ่งก็ได้ลงพื้นที่อย่างแข็งขันเช่นกัน ยังมีอีกหลายองค์กรที่เสียสละเป็นจิตอาสาช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัย ซึ่งไม่อาจเอ่ยชื่อได้หมด บุคคลทั้งหมดนี้ทำงานด้วยความเสียสละ ไม่หวังสิ่งตอบแทน ทำงานอย่างเข้มแข็งและเสียสละขององค์กรมุสลิมได้สร้างภาพลักษณ์ให้กับสังคมมุสลิมในความมีจิตอาสา ในความใจกว้าง เพื่อมนุษยธรรมตามที่บัญญัติไว้ในอัลกุรอ่านและจริยวัตรของศาสนทูตมูฮัมหมัด(ซ.ล.) 

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ประธานโรงเรียนประทีปศาสน์หรือปอเนาะบ้านตาล กล่าวว่า การเกิดอุทกภัยใหญ่ในภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา สิ่งที่ได้เห็นคือ มีหนุ่มสาว ชาวบ้านมุสลิมจำนวนมากได้เข้ามาทำงานอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นหลักการอิสลามอยู่แล้ว ที่จะต้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่า จะเป็นมุสลิมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หรือมนุษยธรรมนั้นเป็นรากฐานสำคัญของอิสลามที่บัญญัติไว้ในอัลกุรอ่าน การมอบหมายนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) เป็นศาสนทูตนั้น อัลเลาะฮ์(ซ.บ.) ระบุว่าเป็นความเมตตาต่อมวลมนุษยชาติ ไม่ใช่แค่มุสลิม แต่กับมนุษย์ทุกคน ดังนั้น สังคมมุสลิมจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนงานด้านมนุษยธรรมให้ต่อเนื่องต่อไป เป็นที่ประจักษ์ของสังคมโลก

“เมื่อพวกเขาลุกขึ้นมาแล้วไฟได้ถูกจุดขึ้นมาแล้ว ก็ไม่ต้องการให้มอดดับ ได้บอกกับพวกเขาให้ทำงานต่อเนื่องต่อไป อย่าหยุด ซึ่งการจัดงานปอเนาะบ้านตาลก็เพื่อขับเคลื่อน งานด้านมนุษยธรรมด้วย ให้เกิดโครงสร้าง หรือองค์กรที่ถาวรมารองรับการขับเคลื่อนด้านมนุษยธรรมอย่างเป็นระบบต่อไป” ดร.สุรินทร์ กล่าว

วาระของการขับเคลื่อนด้านมนุษยธรรม จึงเป็นวาระสำคัญที่สังคมมุสลิมทุกฝ่ายจะต้องตระหนักอย่างจริงจังและช่วยเหลืออย่าง ทุ่มเทโดยไม่เลือกฝ่าย ตามแนวแห่งอิสลามที่แท้จริง

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมกราคม 2560
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 443 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 11 + 78 =
ความคิดเห็น :